ก้อนหินใหญ่ใกล้ยอดเอเวอเรสต์ถล่ม ชี้นักไต่เขาเสี่ยงอันตรายยิ่งขึ้น

ภาพในอดีตของฮิลลารี สเต็ป (Hillary Step) ด่านอุปสรรคสุดท้ายก่อนขึ้นถึงยอดเอเวอเรสต์ Image copyright STR/AFP/GETTY IMAGES
คำบรรยายภาพ ภาพในอดีตของฮิลลารี สเต็ป (Hillary Step) ด่านอุปสรรคสุดท้ายก่อนขึ้นถึงยอดเอเวอเรสต์

มีรายงานล่าสุดจากภาคสนามยืนยันว่า ก้อนหินใหญ่ "ฮิลลารี สเต็ป" (Hillary Step) ด่านอุปสรรคสุดท้ายของบรรดานักไต่เขาก่อนขึ้นพิชิตยอดเอเวอเรสต์ ได้พังทลายลงมาอย่างแน่นอนแล้ว ซึ่งจะทำให้การปีนเขาที่สูงที่สุดในโลกแห่งนี้ยากลำบากและเสี่ยงอันตรายมากขึ้น

นายทิม โมสเดล นักปีนเขาชาวอังกฤษซึ่งเคยพิชิตยอดเอเวอเรสต์มาแล้วหลายรอบ เป็นผู้รายงานยืนยันเหตุดังกล่าว หลังการปีนเขาเอเวอเรสต์ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยเขาระบุว่าสภาพอากาศแจ่มใสและไม่มีหิมะปกคลุมพื้นจนหนา ทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าก้อนหินฮิลลารี สเต็ป ที่สูงใหญ่และตั้งชันเกือบ 90 องศานั้นไม่มีอยู่อีกต่อไป ซึ่งการพังทลายของก้อนหินที่มีชื่อเสียงในหมู่นักไต่เขาครั้งนี้ อาจเกิดจากความกระทบกระเทือน เนื่องจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ของเนปาลเมื่อ 2 ปีก่อน

ก้อนหินฮิลลารี สเต็ป เดิมมีความสูง 12 เมตร ตั้งอยู่ที่ด้านตะวันออกเฉียงใต้ของยอดเขาเอเวอเรสต์ ได้รับการขนานนามตามชื่อของเซอร์ เอ็ดมันด์ ฮิลลารี หนึ่งในผู้พิชิตยอดเอเวอเรสต์คนแรกเมื่อปี 1953

เมื่อกลางปีที่แล้ว ภาพถ่ายที่เผยแพร่ในหน้าเฟซบุ๊กของมูลนิธิ หิมาลายัน-อเมริกัน เผยให้เห็นว่าก้อนหินฮิลลารี สเต็ปได้เปลี่ยนรูปร่างไป แต่ยังไม่สามารถยืนยันถึงความเสียหายหรือการพังทลายได้อย่างแน่ชัดในขณะนั้น เนื่องจากมีหิมะปกคลุมอยู่หนา

Image copyright GEORGE W. HALES/FOX PHOTOS/GETTY IMAGES
คำบรรยายภาพ เทนซิง นอร์เกย์ (กลาง) และเซอร์เอ็ดมันด์ ฮิลลารี (ขวา) สองผู้พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ได้เป็นคณะแรก

นายโมสเดลกล่าวกับบีบีซีว่า การพังทลายของหินดังกล่าว เท่ากับเป็นการสิ้นสุดยุคสำคัญยุคหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ และเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ก้อนหินซึ่งเป็นตำนานในหมู่นักไต่เขาต้องมาพังทลายสูญหายไป

ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า แม้การขึ้นสู่ยอดเขาเอเวอเรสต์ในระยะทางช่วงสุดท้ายจะทำได้ง่ายขึ้น เนื่องจากไม่มีอุปสรรคเป็นก้อนหินสูงชันมาขวางอีกต่อไป แต่การที่ไม่มีฮิลลารี สเต็ป จะทำให้ช่องทางปีนขึ้นสู่ยอดเอเวอเรสต์แคบลง และเกิดภาวะ "คอขวด" ที่บรรดานักไต่เขาจำนวนมากต้องมายืนรอคิว เพื่อใช้ช่องทางปีนขึ้นสู่จุดสูงสุดนานนับชั่วโมง

เซอร์ คริส โบนิงตัน นักปีนเขาชาวอังกฤษเคยให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไว้เมื่อปี 2012 ว่า การที่ต้องติดอยู่ด้านล่างของยอดเขานานนับชั่วโมงเพื่อรอปีนขึ้นจุดที่สูงที่สุดของโลก อาจเป็นการเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตได้

"ในวันที่อากาศดี นักปีนเขาอาจรออยู่สักหนึ่งชั่วโมงครึ่งหรือสองชั่วโมงก็ยังได้ แต่หากสภาพอากาศไม่เป็นใจ การที่ต้องเสียเวลาไปสองชั่วโมงถือเป็นเรื่องที่ตัดสินความเป็นความตายกันได้เลยทีเดียว เพราะต้องติดอยู่ในจุดที่มีอากาศเบาบางเป็นเวลานาน และความหนาวจะทำให้ถูกน้ำแข็งกัดรุนแรงได้" เซอร์โบนิงตันกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง