เผยโฉมหน้านักรบจีฮัดในอังกฤษ

IS Image copyright Getty Images

ทางการอังกฤษเผยว่า มีพลเมืองสหราชอาณาจักรประมาณ 850 คน ที่เดินทางไปช่วยเหลือหรือร่วมรบกับกลุ่มนักรบจีฮัด หรือผู้ที่อ้างว่าทำสงครามศาสนาในซีเรียและอิรัก โดยในจำนวนนี้ราวครึ่งหนึ่งได้เดินทางกลับเข้าสหราชอาณาจักรแล้ว

ฐานข้อมูลที่จัดทำขึ้นโดยฝ่ายข่าวบีบีซี ซึ่งถือเป็นข้อมูลออนไลน์ที่มีรายละเอียดครอบคลุมมากที่สุดเกี่ยวกับเรื่องนี้ บ่งชี้ว่า มีชาวอังกฤษกว่า 200 คน ที่เสียชีวิต, ถูกตัดสินให้มีความผิดในข้อหาเกี่ยวกับการทำสงครามศักดิ์สิทธิ์ หรือยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ข้อมูลของบีบีซี พบว่า มีพลเมืองสหราชอาณาจักรที่ถูกตัดสินให้มีความผิดฐานพัวพันกับกลุ่มนักรบจีฮัดในซีเรียและอิรัก 101 คน มีทั้งหญิงและชายอายุระหว่าง 15-30 ปี โดยความผิดที่กระทำ เช่น ฆาตกรรม เตรียมก่อการร้าย ให้การสนับสนุนผู้ก่อการร้าย โฆษณาชวนเชื่อและยุยงส่งเสริมการก่อการร้าย รวมทั้งเข้าร่วมค่ายฝึกผู้ก่อการร้าย เป็นต้น บุคคลเหล่านี้บางคนได้เดินทางไปยังตะวันออกกลาง ขณะที่บางส่วนถูกสกัดไว้ได้ทัน

คำบรรยายภาพ มีพลเมืองสหราชอาณาจักรที่ถูกตัดสินให้มีความผิดฐานพัวพันกับกลุ่มนักรบจีฮัดในซีเรียและอิรัก 101 คน

ส่วนยอดนักรบจีฮัดที่เป็นพลเมืองสหราชอาณาจักรและเสียชีวิตในซีเรียและอิรักอยู่ที่ 73 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้ชายอายุ 21-25 ปี และมีพื้นเพมาจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเป็นผู้ที่เคยอยู่ในกรุงลอนดอน 23 คน และขณะที่อีก 6 คนเคยอยู่ในเมืองแมนเชสเตอร์

คำบรรยายภาพ พลเมืองสหราชอาณาจักรเสียชีวิตในซีเรียและอิรัก 73 คน

บีบีซีทำฐานข้อมูลผู้เสียชีวิตกลุ่มนี้ด้วยการรวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูลเปิดหลายแห่ง นอกจากนี้ นายฟิลิป แฮมมอนด์ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ ระบุว่า มีพลเมืองสหราชอาณาจักรอีก 600 คนที่ถูกจับได้ขณะพยายามเดินทางเข้าซีเรียเพื่อเข้าร่วมกลุ่มที่เรียกตัวเองว่ารัฐอิสลาม (ไอเอส) และกลุ่มสุดโต่งอื่น ๆ

ปัจจุบันคาดว่ายังมีพลเมืองสหราชอาณาจักรอีก 83 คนอยู่ในซีเรียและอิรัก โดยคนกลุ่มนี้มีผู้หญิง 27 คน และผู้ชาย 56 คน ส่วนใหญ่ คือประมาณ 30 คนเป็นผู้ที่มีถิ่นกำเนิดในกรุงลอนดอน

คำบรรยายภาพ ปัจจุบันคาดว่ายังมีพลเมืองสหราชอาณาจักรอีก 83 คนอยู่ในซีเรียและอิรัก

คนเหล่านี้ทั้งผู้หญิง ผู้ชาย และนักศึกษา มาจากพื้นเพทางสังคมที่ต่างกัน พวกเขาถูกดึงดูดไปยังสงครามกลางเมืองซีเรีย บ้างเดินทางเข้าไปร่วมสู้รบ หรือให้ความช่วยเหลือกลุ่มสุดโต่งในการก่อตั้งสิ่งที่เรียกว่า "รัฐอิสลาม" ขณะที่บางคนใช้วิธีส่งความช่วยเหลือและการสนับสนุนไปให้จากสหราชอาณาจักร