เพิ่มเติม : ดูแตร์เตเล็งขยายใช้กฎอัยการศึกทั่วประเทศ

เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงบนเกาะมินดาเนา Image copyright Reuters

ประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต ของฟิลิปปินส์ระบุว่า อาจประกาศใช้กฎอัยการศึกไปทั่วประเทศ หลังจากก่อนหน้านี้ได้ประกาศใช้กฎอัยการศึกบนเกาะมินดาเนา เพื่อต่อสู้กับกลุ่มติดอาวุธอิสลาม

นายดูแตร์เต ระบุว่ากลุ่มติดอาวุธอิสลามได้ก่อเหตุฆ่าตัดคอตำรวจนายหนึ่งบนเกาะมินดาเนา และมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงอย่างน้อย 3 คนเสียชีวิต

นายดูแตร์เต กล่าวว่า "ผมไม่ลังเลที่จะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องประเทศ" และ "ผมอาจประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วประเทศเพื่อปกป้องประชาชน"

Image copyright EPA
คำบรรยายภาพ มีทหารประจำการหนาแน่นขึ้นที่เมืองดาเวาบนเกาะมินดาเนา หลังการประกาศกฎอัยการศึก

ก่อนหน้านี้ เว็บไซต์ inquirer.net สื่อท้องถิ่นของฟิลิปปินส์ รายงานว่า ประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต กล่าวในวันนี้ (24 พ.ค.) ว่าการประกาศใช้กฎอัยการศึกบนเกาะมินดาเนาทางตอนใต้ของประเทศ อาจบังคับใช้ยาวนานถึง 1 ปี และบ้านเมืองจะมีลักษณะเหมือนในยุคที่อดีตประธานาธิบดี เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส ยึดกุมการปกครองประเทศ เขายังกล่าวว่า ชาวฟิลิปปินส์ต่างเคยมีประสบการณ์อยู่ภายใต้กฎอัยการศึกราว 2 ทศวรรษ ก่อนจะสิ้นสุดลงด้วยการปฏิวัติด้วยประชาชนในปี 1986

"จะไม่มีความแตกต่างไปจากช่วงที่อดีตประธานาธิบดีมาร์กอสครองอำนาจ" ดูแตร์เต กล่าวระหว่างการให้สัมภาษณ์กับโมกา อูซอน เลขานุการรัฐมนตรีสำนักงานสื่อสารของรัฐบาลผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์

อย่างไรก็ตาม ในการประกาศกฎอัยการศึกครั้งนี้ ตามรัฐธรรมนูญฟิลิปปินส์ 1987 บัญญัติไว้ว่า ประธานาธิบดีจะต้องรายงานการประกาศกฎอัยการศึกต่อสภาคองเกรสภายใน 48 ชั่วโมง ก่อนที่สภาจะให้การรับรองหรือไม่รับรองด้วยเสียงส่วนใหญ่ของสมาชิก ทั้งนี้ สมาชิกสภาฟิลิปปินส์ได้รับแจ้งให้เตรียมพร้อมอยู่ในกรุงมะนิลา เพื่อรอการประชุมสภาคองเกรสในการพิจารณาเรื่องนี้

สำหรับการประกาศกฎอัยการศึกครั้งนี้ เป็นการดำเนินการข้ามประเทศ เนื่องจากประธานาธิบดีดูแตร์เต อยู่ระหว่างการเยือนกรุงมอสโกของรัสเซีย ประกาศใช้กฎอัยการศึกเป็นเวลา 60 วัน มีขึ้นเมื่อวานนี้ (23 พ.ค.) โดยมีผลบังคับใช้ทั่วพื้นที่เกาะมินดาเนา ทางตอนใต้ของประเทศ หลังเกิดเหตุกลุ่มก่อการร้ายที่สวามิภักดิ์ต่อกลุ่มที่เรียกตนเองว่ารัฐอิสลาม (ไอเอส) ก่อเหตุโจมตียึดเมืองมาราวีบนเกาะมินดาเนา โดยกลุ่มก่อการร้ายยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่ เผาอาคารบ้านเรือน และปล่อยนักโทษจากเรือนจำของเมือง

Image copyright EPA
คำบรรยายภาพ ผู้นำฟิลิปปินส์ได้พบหารือกับประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ก่อนเดินทางกลับประเทศ

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่กองทัพฟิลิปปินส์บุกเข้าไปยังอพาร์ทเมนต์แห่งหนึ่งในเมืองมาราวี ซึ่งได้รับเบาะแสมาว่ามีสมาชิกกลุ่มก่อการร้ายที่สวามิภักดิ์ต่อไอเอสสองกลุ่ม คือกลุ่มอาบูไซยาฟและกลุ่มเมาเต กำลังมาประชุมพบปะกัน โดยเจ้าหน้าที่มุ่งเป้าจับกุมนายอิสนิลอน ฮาปิลอน ผู้นำกลุ่มอาบูไซยาฟให้ได้ด้วย แต่กลุ่มก่อการร้ายได้ยิงต่อสู้เจ้าหน้าที่ และลุกลามไปเป็นเหตุโจมตียึดเมืองดังกล่าว

มีรายงานว่ากลุ่มผู้ก่อการร้ายราว 100 คนได้บุกยึดศาลาว่าการเมืองมาราวี โรงพยาบาล และมหาวิทยาลัยของรัฐ รวมทั้งเผาทำลายโบสถ์คาทอลิก โรงเรียน 2 แห่ง และเรือนจำของเมือง ซึ่งทำให้นักโทษหนีออกจากเรือนจำมาได้อีกด้วย นอกจากนี้ มีผู้พบเห็นสมาชิกกลุ่มก่อการร้ายเข้ายึดถนนสายหลักหลายสาย รวมทั้งสะพานที่เป็นทางเข้าเมือง 2 แห่ง โดยภาพที่มีผู้นำออกเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย เผยให้เห็นกลุ่มชายชุดดำติดอาวุธโบกธงของไอเอสไปตามถนนในเมือง

นายเดลฟิน ลอเรนซานา รัฐมนตรีกลาโหมของฟิลิปปินส์แถลงที่กรุงมะนิลาว่า ขณะนี้ไฟฟ้าทั่วเมืองมาราวีถูกตัด และมีสมาชิกกลุ่มก่อการร้ายคอยซุ่มยิงอยู่ตามจุดต่างๆ การยิงปะทะกันระหว่างกองทัพฟิลิปปินส์และกลุ่มก่อการร้าย ทำให้มีเจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิตแล้ว 2 นาย บาดเจ็บอีก 12 นาย และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 นายเสียชีวิตขณะพยายามดับเพลิงที่ไหม้ลุกลามภายในเมือง

ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของฟิลิปปินส์ ได้ออกคำเตือนให้ประชาชนชาวเมืองมาราวีอยู่แต่ในบ้าน ปิดประตูหน้าต่างให้แน่นหนา ในระหว่างที่กองทัพกำลังดำเนินปฏิบัติการกวาดล้างกลุ่มก่อการร้ายดังกล่าว ซึ่งขณะนี้ยังคงมีการปะทะกันอยู่ประปราย แต่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว และจะมีการเพิ่มกำลังทหารลงไปในพื้นที่ในวันนี้ (24 พ.ค.)

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ ชาวบ้านหลายพันคนอพยพออกจากเมืองมาราวีหลังกลุ่มติดอาวุธบุกโจมตีเมือง

นายเออร์เนสโต อาเบลลา โฆษกประจำตัวประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ แถลงว่า กฎอัยการศึกที่ประกาศล่าสุด จะมีผลบังคับใช้ทั่วเกาะมินดาเนาในทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าปราบปรามและจับกุมเครือข่ายก่อการร้ายได้โดยสะดวก ส่วนประธานาธิบดีดูแตร์เตได้ยกเลิกกำหนดการเยือนรัสเซียเป็นเวลา 4 วัน และกำลังเร่งเดินทางกลับมายังฟิลิปปินส์เป็นการด่วนแล้ว โดยก่อนเดินทางกลับได้เข้าพบกับประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย และได้หารือกันเรื่องจัดหาอาวุธที่มีความทันสมัยมากขึ้น เพื่อให้ฟิลิปปินส์ใช้ต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้ายในประเทศที่สวามิภักดิ์ต่อไอเอส

ทั้งนี้ เมืองมาราวีตั้งอยู่บนเกาะมินดาเนาทางตอนใต้ของประเทศ ห่างจากกรุงมะนิลาราว 800 กิโลเมตร และมีประชากรราว 200,000 คน ส่วนกลุ่มอาบูไซยาฟและกลุ่มเมาเตนั้น เป็นกลุ่มติดอาวุธที่มักก่อเหตุระเบิด ยิงโจมตีกองกำลังรัฐบาล และลักพาตัวเรียกค่าไถ่บ่อยครั้ง โดยไม่กี่เดือนก่อนกลุ่มอาบูไซยาฟได้ตัดศีรษะนักท่องเที่ยวชาวเยอรมันผู้หนึ่ง หลังไม่ได้รับค่าไถ่ตามที่เรียกร้อง