ทำไมฟินแลนด์ถึงเปลี่ยนระบบการศึกษษ
อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้

ระบบการเรียนรูปแบบใหม่ในฟินแลนด์

ฟินแลนด์ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับการยกย่องว่ามีระบบการศึกษาดีที่สุดในโลก กำลังทบทวนระบบการศึกษาของประเทศให้ก้าวทันโลกยุคดิจิทัล ด้วยการเปลี่ยนรูปแบบการสอนเพื่อส่งเสริมด้านทักษะและเทคโนโลยีให้แก่เยาวชน

นับแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้วเป็นต้นมา ฟินแลนด์กำหนดให้ทุกโรงเรียนต้องใช้รูปแบบการสอนที่เด็กจะได้ทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มมากขึ้น โดยให้เด็กเลือกหัวข้อที่สนใจและเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรียน แล้วนำเทคโนโลยีและแหล่งความรู้จากภายนอก เช่น ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญหรือพิพิธภัณฑ์ มาประกอบการศึกษา เพื่อให้เด็กมีทักษะที่พร้อมสำหรับใช้ชีวิตในศตวรรษที่ 21

การศึกษารูปแบบใหม่ที่ฟินแลนด์นำมาใช้เรียกว่า Phenomenon-Based Learning (PBL) ซึ่งเป็นการเรียนที่มาจากหัวข้อหรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัว เป็นการเรียนในลักษณะของโครงงานที่นักเรียนทำงานเป็นกลุ่มและมีเนื้อหาการเรียนครอบคลุมหลายวิชา โดยที่ไม่ได้มุ่งเน้นศึกษาวิชาใดวิชาหนึ่งเป็นการเฉพาะเจาะจงเช่นระบบการศึกษาทั่วไปที่หากศึกษาวิชาคณิตศาสตร์ก็จะมุ่งเรียนเรื่องการคำนวณเพียงอย่างเดียว

คำบรรยายภาพ ลูกบอลออกกำลังกายถูกใช้แทนเก้าอี้ในชั้นเรียนที่โรงเรียนเฮาโฮ

ยกตัวอย่างเช่น หากเด็กเรียนเกี่ยวกับวัฒนธรรมโรมโบราณ ครูก็จะนำเด็กนักเรียนย้อนกลับไปสู่ยุคโบราณด้วยการชมวิดีโอจำลองภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น ยุคที่ภูเขาไฟวิสุเวียส ระเบิดแล้วพ่นเถ้าถ่านฝังเมืองปอมเปอี ส่วนเด็ก ๆ จะแบ่งเป็นกลุ่มย่อยแล้วใช้แล็ปท็อปขนาดเล็กของพวกเขาค้นหาข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบยุคโรมโบราณกับฟินแลนด์ในยุคปัจจุบัน หรือเปรียบเทียบโคลอสเซียมกับสนามกีฬากลางแจ้งสมัยใหม่ เป็นต้น

อเล็กซิส สเตียนโฮล์ม ครูโรงเรียนแนวบูรณาการเฮาโฮ ทางภาคใต้ของฟินแลนด์ กล่าวว่า นี่เป็นการเรียนวิชาประวัติศาสตร์ที่แตกต่างออกไป การศึกษารูปแบบนี้ช่วยให้เด็กได้ฝึกฝนทักษะด้านเทคโนโลยี การค้นคว้าหาข้อมูล การสื่อสาร และมีความรู้ความเข้าใจเรื่องวัฒนธรรมด้วย

คำบรรยายภาพ โรงเรียนเฮาโฮให้เด็กใช้โทรศัพท์มือถือในชั้นเรียนได้รวมถึงในช่วงพักรับประทานอาหารกลางวัน

อย่างไรก็ตาม มีนักการศึกษาหลายคนที่ไม่แน่ใจว่าการเรียนแบบ PBL จะช่วยให้เด็กนักเรียนมีผลการเรียนดีขึ้น และอาจส่งผลเสียต่อมาตรฐานการศึกษาของฟินแลนด์ที่มักถูกจัดให้อยู่ในอันดับต้น ๆ ของการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ (Programme for International Student Assessment) หรือ PISA

ยุสซี ทานฮวนปา อาจารย์วิชาฟิสิกส์ แสดงความกังวลว่า การศึกษารูปแบบนี้อาจทำให้นักเรียนขาดพื้นฐานความรู้ทางวิชาการที่แน่นเพียงพอสำหรับการศึกษาในระดับสูงขึ้นต่อไป และเขาเกรงว่าช่องว่างระหว่างเด็กเรียนเก่งกับเด็กเรียนอ่อนจะเพิ่มขึ้น

คำบรรยายภาพ ลานเล่นสเก็ตของโรงเรียนมาจากแนวคิดที่เสนอโดยนักเรียน ซึ่งพวกเขาได้มีส่วนช่วยในการออกแบบและระดมทุนสร้างด้วย

อาจารย์วิชาฟิสิกส์ผู้นี้กล่าวว่า การเรียนแบบ PBL เป็นรูปแบบที่เยี่ยมยอดสำหรับเด็กหัวดีที่สุดของชั้นที่เข้าใจว่าจะเลือกหยิบความรู้อะไรมาประยุกต์ใช้กับการทดลองในห้องเรียน ซึ่งนี่เป็นการเปิดโอกาสให้เด็กมีเสรีภาพในการเรียนรู้ด้วยตนเอง และเรียนรู้ในขั้นต่อไปเมื่อรู้สึกว่าตนเองพร้อม อย่างไรก็ตามการเรียนแบบ นี้ดูจะไม่เหมาะสมสำหรับเด็กที่ผลการเรียนอ่อนกว่า และมีความสามารถน้อยกว่าในการตัดสินใจเรียนรู้ด้วยตนเอง และต้องการคำแนะนำจากครูมากกว่าเด็กคนอื่น

ข้อกังวลอีกประการที่ อาจารย์ทานฮวนปา มีก็คือ การเรียนแบบ PBL จะเพิ่มงานให้ครู และอาจทำให้ครูสูงอายุเสียเปรียบ เพราะไม่มีทักษะความชำนาญด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีต่าง ๆ เท่ากับครูที่อายุน้อยกว่านั่นเอง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง