เผยนาทีจับผู้โดยสารพยายามบุกห้องนักบินมาเลเซียแอร์ไลน์จนต้องบินกลับ

เจ้าหน้าที่ออสเตรเลียพร้อมอาวุธครบมือ เข้าควบคุมสถานการณ์หลังเที่ยวบิน MH 128 ลงจอดอย่างปลอดภัยที่สนามบินเมลเบิร์น Image copyright ANDREW LEONCELLI
คำบรรยายภาพ เจ้าหน้าที่ออสเตรเลียพร้อมอาวุธครบมือ เข้าควบคุมสถานการณ์หลังเที่ยวบิน MH 128 ลงจอดอย่างปลอดภัยที่สนามบินเมลเบิร์น

ผู้โดยสารเที่ยวบิน MH128 จากเมลเบิร์น เล่านาทีผู้โดยสารช่วยกันเข้าชาร์จตัวหนุ่มศรีลังกาที่พยายามบุกห้องนักบินของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ ซึ่งกำลังจะเดินทางไปยังกรุงกัวลาลัมเปอร์ ของมาเลเซียจนทำให้ต้องบินกลับ ด้านตำรวจออกมาระบุแล้วว่าไม่ใช่เหตุก่อการร้าย

ตำรวจออสเตรเลียระบุว่า ชายคนดังกล่าวได้นำอุปกรณ์ชนิดหนึ่งออกมาขู่ผู้โดยสารคนอื่น แต่เจ้าหน้าที่ยืนยันในเวลาต่อมาว่าไม่ใช่วัตถุระเบิด ด้านสำนักข่าวเอเอฟพี รายงานว่า นายอับดุล อาซิซ บิน คาปาร์วี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมของมาเลเซีย ระบุว่าอุปกรณ์ดังกล่าวคือพาวเวอร์แบงค์หรืออุปกรณ์ชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบพกพา

เกรแฮม แอชตั้น ผู้บัญชาการตำรวจรัฐวิคตอเรีย ระบุว่า ผู้โดยสารที่ก่อเหตุเป็นชายชาวศรีลังกา อายุ 25 ปี เพิ่งจะได้รับการปล่อยตัวจากสถานบำบัดทางจิตเวชเมื่อวันพุธ (31 พ.ค.) ที่ผ่านมา ซึ่งผู้ก่อเหตุบอกว่าเขาไม่ได้ถือสัญชาติออสเตรเลีย แต่อาศัยอยู่ในนครเมลเบิร์นโดยถือวีซ่านักศึกษา

ตำรวจออสเตรเลียได้สอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวว่ามีโอกาสเป็นเหตุก่อการร้ายหรือไม่ ก่อนที่จะระบุในเวลาต่อมาว่า เป็นกรณีเกี่ยวข้องกับปัญหาทางจิตเวช

นายแอนดรูว์ ลีออนเซลี อดีตนักฟุตบอลอาชีพสโมสรหนึ่งในออสเตรเลีย หนึ่งในผู้เห็นเหตุการณ์ บอกกับสถานีวิทยุ 3AW ของเมลเบิร์นว่า เหตุเกิดประมาณ 10 นาทีหลังเครื่องบินขึ้น โดยเขาได้ยินคนสติไม่ดีรายนี้พูดว่าอยากจะไปคุยกับนักบิน จากนั้นชายคนดังกล่าวก็ไม่ยอมนั่งที่และขู่จะระเบิดเครื่องบิน และหลังจากได้ยินพนักงานก็ร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ เขาจึงลุกขึ้นเดินเข้าไปหาชายคนดังกล่าว

Image copyright ANDREW LEONCELLI
คำบรรยายภาพ ผู้โดยสารและลูกเรือ 337 ชีวิต บนเที่ยวบิน MH128 ลงจากเครื่องบินหลังต้องบินกลับมายังสนามบินเมลเบิร์น

นายลีออนเซลี เล่าต่อว่า เขาจึงกลับไปบอกผู้โดยสารคนอื่นๆ ว่ามีเหตุร้ายเกิดขึ้น ผู้โดยสารชายจำนวนหนึ่งจึงช่วยกันเข้าตะครุบตัวชายผู้ก่อเหตุที่วิ่งไปด้านหลังเครื่องบิน และแย่งวัตถุสีดำออกจากมือผู้ก่อเหตุ โดยอุปกรณ์ดังกล่าวมีขนาดประมาณลูกแตงโม มีเสาอากาศ 2 เส้น และดูเหมือนอุปกรณ์เชื่อมต่อสมาร์ทโฟน จากนั้นผู้ก่อเหตุก็ถูกจับมัดตัวไว้ ส่วนวัตถุต้องสงสัยถูกวางอยู่บนเครื่องบินกว่า 1 ชั่วโมง ก่อนที่ผู้โดยสารจะได้รับอนุญาตให้ลงจากเครื่องบินได้

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า เหตุการณ์นี้ทำให้เที่ยวบ้นดังกล่าวล่าช้าถึง 90 นาที และกระทบต่อเที่ยวบินอื่นๆ ที่ต้องเปลี่ยนเส้นทางการบิน ขณะที่สนามบินเมลเบิร์นยืนยันว่าเปิดให้บริการตามปกติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง