เลือกตั้งอังกฤษ: มารู้จักพรรคคอนเซอร์เวทีฟ

เทเรซา เมย์

นางเทเรซ่า เมย์ นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าพรรคคอนเซอร์เวทีฟ ประกาศให้มีการเลือกตั้งทั่วไปก่อนครบวาระ เนื่องจากต้องการฉันทานุมัติจากประชาชน เพื่อเดินหน้าการเจรจาที่ยากและซับซ้อนกับผู้นำชาติต่างๆในยุโรป เกี่ยวกับการถอนตัวของสหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรป

ประวัติพรรค

พรรคคอนเซอร์เวทีฟ ตั้งขึ้นเมื่อปี 1830 ในฐานะพรรคที่มีนโยบายสายกลางขวา สนับสนุนระบอบทุนนิยม การค้าเสรี และให้มีการแทรกแซงจากรัฐบาลน้อยที่สุด

Image copyright PA
คำบรรยายภาพ นางมาร์กาเร็ต แทตเชอร์ เป็นหัวหน้าพรรคที่เต็มไปด้วยสีสัน และก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด

พรรคคอนเซอร์เวทีฟ มีอิทธิพลเหนือการเมืองอังกฤษในช่วงศตวรรษที่ 20 โดยอยู่ในอำนาจถึง 57 ปี ซึ่งรัฐบาลของนางมาร์กาเร็ต แทตเชอร์ ระหว่างปี 1979-1990 สร้างการเปลี่ยนแปลงวงกว้าง ผ่านการปฏิรูปการค้าแบบตลาดเสรี และการจำกัดอำนาจของสหภาพแรงงาน

หลังชัยชนะในการเลือกตั้งของโทนี่ แบลร์ จากพรรคเลเบอร์เมื่อปี 1997 พรรคคอนเซอร์เวทีฟกลายเป็นฝ่ายค้านอยู่ 13 ปี และได้กลับคืนสู่อำนาจอีกครั้งในรัฐบาลผสม ร่วมกับพรรคลิเบอรัลเดโมแครต ภายใต้การนำของนายเดวิด คาเมรอน เมื่อปี 2010

เก้าอี้และสมาชิก

ผลการเลือกตั้งครั้งก่อน พรรคคอนเซอร์เวทีฟมีจำนวนที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรมากที่สุด คือ 330 ที่นั่ง โดยเป็นความสำเร็จจากเลือกตั้งที่พลิกความคาดหมายของนายเดวิด คาเมรอน เมื่อปี 2015ทั้งที่ผลสำรวจเกือบทั้งหมดชี้ว่าจะไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมาก อย่างไรก็ตาม นายคาเมรอน ประกาศลาออกหลังจากอยู่ในตำแหน่งเพียงปีกว่า หลังผลประชามติให้สหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรป

ตัวเลข ณ สิ้นปี 2013 ชี้ว่า พรรคคอนเซอร์เวทีฟ มีสมาชิก 149,800 คน

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ นายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น และนางนิคกี มอร์แกน รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการในขณะนั้น พบปะกับนักเรียนระหว่างเยี่ยมโรงเรียนกรีนสคูลฟอร์เกิร์ลเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2015 ในกรุงลอนดอนของอังกฤษ โดยรับปากว่าจะเปิดโรงเรียนที่จัดการศึกษาฟรีอีกอย่างน้อย 500 แห่งในอังกฤษภายในเวลา 5 ปีในสมัยรัฐบาลพรรคคอนเซอร์เวทีฟ

บุคคลสำคัญ

แม้นายกรัฐมนตรี เทเรซ่า เมย์ จะเพิ่งก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ หลังจากคู่แข่งหลุดโผการสืบทอดอำนาจบริหารไป แต่ภายใน 10 เดือนที่ผ่านมา กลับเธอได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นในผลสำรวจความคิดเห็น โดยได้ให้แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้มีอำนาจในพรรค อย่างแท้จริง และกำลังเดินหน้าสู่การเลือกตั้งอย่างมั่นใจในฐานะผู้นำที่มั่นคงที่สุด นับตั้งแต่สมัยอดีตนายกรัฐมนตรีแทตเชอร์

นางเมย์ เคยถูกประท้วงจากการกลับคำในเอกสารงบประมาณ เกี่ยวกับแผนเพิ่มเงินอุดหนุนหลักประกันให้กับผู้ที่ทำงานอิสระ แต่เธอก็ยืนหยัดด้วยความสงบนิ่ง แข็งแกร่ง กุญแจสำคัญที่จะช่วยให้พรรคคอนเซอร์เวทีฟประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งได้ จึงขึ้นอยู่กับว่า สาธารณชนพร้อมจะไว้วางใจคำพูดของนางเมย์ หรือไม่

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ นายบอริส จอห์นสัน นายกเทศมนตรีกรุงลอนดอนในขณะนั้นกล่าวต่อผู้สนับสนุนระหว่างรณรงค์เบร็กซิทเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2016 ในเมืองแมนเชสเตอร์ ของอังกฤษ โดยนายจอห์นสัน เป็นหนึ่งในผู้ที่นำการรณรงค์ให้อังกฤษถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป

นายบอริส จอห์นสัน เป็นอีกบุคคลสำคัญในพรรคคอนเซอร์เวทีฟ ที่มีความสามารถทำให้ตนเองกลายเป็นข่าวได้บ่อยๆ ซึ่งผู้ที่ไม่เห็นด้วย มักมองว่านายจอห์นสัน มีความสามารถพิเศษที่จะพูดสิ่งที่สร้างความอับอายได้เสมอ

ด้านนางรูธ เดวิดสัน ได้รับคำชื่นชมจากบทบาทนำ ในการฟื้นฟูความนิยมของพรรคคอนเซอร์เวทีฟในสก็อตแลนด์

คำพูดที่แสดงถึงปรัชญาของผู้นำ

'ฉันไม่ได้เป็นนักการเมืองที่ชอบแสดงออก ไม่ไปดื่มในบาร์ที่รัฐสภา ไม่เปิดเผยความรู้สึกให้ใครรู้ ฉันแค่ทำงานที่อยู่ตรงหน้า และคุณสามารถตัดสินฉันได้จากงานที่ทำ'

คำพูดของผู้ที่วิจารณ์นางเมย์

เซอร์เคียร์ สตาร์เมอร์ รัฐมนตรีเงากระทรวงเบร็กซิท กล่าวว่า 'แทนที่จะเปิดเผย เปิดรับความคิดที่หลากหลาย และรับฟังประเด็นที่ซับซ้อนยิ่ง เธอกลับถอยไปอยู่ในมนต์สะกดของรัฐบาล 'เบร็กซิทก็คือเบร็กซิท' 'ไม่มีการวิจารณ์ต่อเนื่อง' 'ไม่มีข้อตกลงเสียดีกว่าการได้ข้อตกลงแย่ ๆ' ประโยคเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อกีดกันการหารือ'

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ นายกรัฐมนตรีเทเรซ่า เมย์ของอังกฤษประกาศจัดการเลือกตั้ง 8 มิ.ย. นี้ แม้เคยให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่าจะไม่จัดการเลือกตั้งก่อนกำหนดปี 2020 นางเมย์ต้องการใช้การเลือกตั้งครั้งนี้ช่วยเพิ่มเสียงข้างมากให้กับตน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของการเจรจาเบร็กซิทกับอียู

เป้าหมาย

นายกรัฐมนตรีเทเรซ่า เมย์ ต้องการใช้การเลือกตั้งครั้งนี้ช่วยเพิ่มเสียงข้างมากให้กับตน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของการเจรจาเบร็กซิทกับอียู และหลายคนเชื่อว่า เธอพร้อมจะล้มเลิกคำสัญญาที่เป็นนโยบายหาเสียงของผู้นำสหราชอาณาจักรคนก่อน ซึ่งกลายเป็นข้อผูกมัดการทำงานของเธอด้วย

ความแข็งแกร่งของกรณีการถอนตัวจากอียู

เบร็กซิท เกิดจากการที่ประชาชนไปลงประชามติให้สหราชอาณาจักรถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป แม้ว่านางเมย์ จะเรียกสถานะของตัวเองในขณะที่มีการทำประชามติว่า 'ผู้เห็นด้วยอย่างไม่เต็มใจกับการคงสมาชิกภาพอียู' เธอก็เด็ดเดี่ยวพอกัน ในการวางตัวเป็นผู้นำที่จะสามารถบรรลุเป้าหมายของประชามติได้

จุดยืนในการเจรจาเบร็กซิท

นายกรัฐมนตรีเมย์ ต้องการให้สหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรปอย่างสิ้นเชิง หมายถึงการที่สหราชอาณาจักรจะต้องออกจากตลาดร่วมและสหภาพศุลกากร ซึ่งผู้สนับสนุนเบร็กซิท อ้างว่าจำเป็น เพื่อให้สหราชอาณาจักรสามารถบรรลุข้อตกลงกับประเทศอื่นในโลกได้

ส.ส.พรรคคอนเซอร์เวทีฟส่วนใหญ่ เห็นด้วยกับจุดยืนของนางเมย์ และมีเพียงส่วนน้อย เช่นนายเควิน คลาร์ก นางแอนนา ซูบรีย์ นางนิคกี้ มอร์แกน และนายไมเคิล เฮสเซิลไทน์ ที่ยังคงเรียกร้องให้สหราชอาณาจักรอยู่กับอียูต่อไป

Image copyright PA
คำบรรยายภาพ ลอร์ด เฮสเซิลไทน์ เชื่อว่า การที่สหราชอาณาจักรเดินหน้าผลักดันเบร็กซิท เปรียบเสมือนการยอมให้เยอรมนีมีอิทธิพลเหนือยุโรป

อย่างไรก็ตาม หากเป็นไปตามรายงานข่าวที่ออกมา จุดยืนที่แข็งกร้าวของนางเมย์ ได้ก่อให้เกิดความไม่ลงรอยกับคู่เจรจาในกลุ่มอียูด้วย เช่น รายงานที่อ้างว่านายฌอง-โคลด ยุงเกอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ไม่เชื่อว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้ในเวลาอันใกล้นี้

นโยบายหลัก 5 ข้อ:

•ออกจากตลาดร่วมยุโรปและสหภาพศุลกากร

•ยกเว้นการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ล้มเลิกคำสัญญาที่จะไม่เพิ่มภาษีรายได้ หรือเงินประกันแห่งชาติ

•ลดจำนวนคนเข้าเมืองลงในหลักหมื่นหรือแสนคน

•กำหนดเพดานค่าใช้จ่ายด้านก๊าซและไฟฟ้า

•ผู้ที่มีที่ดินมูลค่าสูงกว่า 1 แสนปอนด์ (4.4 ล้านบาท) ต้องจ่ายเงินประกันสังคมเอง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง