ปล่อยดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรเพื่อเสริมสัญญาณอินเทอร์เน็ตไร้สายบนเครื่องบิน

จรวดอาเรียเนพุ่งขึ้นจากฐานท่ามกลางฝนที่ตกลงมา Image copyright ARIANESPACE
คำบรรยายภาพ จรวดอาเรียเนพุ่งขึ้นจากฐานท่ามกลางฝนที่ตกลงมา

ดาวเทียมเวียแซท-2 มีความสามารถในการส่งข้อมูลได้ราว 300 กิกะไบต์ต่อวินาที ขึ้นสู่วงโครจรในอวกาศแล้วด้วยจรวดอาเรียเน ถือเป็นดาวเทียมบรอดแบนด์เชิงพาณิชย์ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา และจะประจำการอยู่เหนือทวีปอเมริกา

ดาวเทียมดวงนี้ถูกนำส่งขึ้นสู่อวกาศพร้อมกับดาวเทียมยูเทลแซท-172 บี ที่สร้างโดยสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศสเพื่อไปโคจรอยู่เหนือมหาสมทุรแปซิฟิก ดาวเทียมทั้งสองดวงจะแข่งกันแย่งส่วนแบ่งตลาดการให้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย หรือ วาย-ฟาย บนเครื่องบิน

สายการบินต่าง ๆ กำลังเร่งติดตั้งการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตบนเครื่องบิน ซึ่งจะทำให้ผู้โดยสารสามารถใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่ต่าง ๆ ระหว่างเดินทางได้

เครื่องบินมากกว่า 6,000 ลำทั่วโลกเริ่มนำเสนอบริการอินเทอร์เน็ตไร้สายบนเครื่องในปี 2016 และคาดว่าจะเพิ่มเป็นกว่า 17,000 ภายในปี 2021

ที่ผ่านมาบริการอินเทอร์เน็ตบนเครื่องบินย่ำแย่มาก แต่ขณะนี้เทคโนโลยีล่าสุดอาจทำให้ผู้โดยสารสามารถใช้อินเทอร์เน็ตที่มีอัตราการรับส่งข้อมูลสูงด้วยราคาที่รับได้

Image copyright VIASAT
คำบรรยายภาพ ภาพศิลปะ: เวียแซท-2 จะโคจรที่จุดซึ่งอยู่เหนือเส้นศูนย์สูตร 36,000 กม. และอยู่ที่ตำแหน่ง 69 องศาตะวันตก

จรวดอาเรียเนถูกปล่อยออกจากแท่นปล่อยจรวดในเฟรนช์เกียอานาเมื่อเวลา 20.45 น. วันพฤหัสบดีที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น หลังจากนั้นก็ได้ปล่อยดาวเทียมทั้งสองดวงเข้าสู่วงโคจรในอีกครึ่งชั่วโมงต่อมา

โดยดาวเทียมทั้งสองดวงได้โคจรเข้าสู่ตำแหน่งสุดท้ายของแต่ละดวงแล้ว ที่นี่สังเกตคือทั้งเวียแซท-2 และ ยูเทลแซท-172บี ต่างก็ใช้พลังงานไฟฟ้าในการโคจรเข้าสู่ตำแหน่งสุดท้าย ด้วยการเร่งและขับไอออนออกมาด้วยความเร็วสูง กระบวนการนี้ทำให้เกิดแรงขับดันน้อยกว่าการใช้เครื่องยนต์เคมี แต่ประหยัดเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อนได้จำนวนมาก

Image copyright AIRBUS DS
คำบรรยายภาพ ดาวเทียมยูเทลแซท-172 บี เป็นดาวเทียมดวงแรกจากแอร์บัสที่ใช้ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนทั้งหมดทั้งในการโคจรเข้าสู่ตำแหน่งสุดท้าย และการรักษาตำแหน่งในการโคจรไว้

การประหยัดดังกล่าวช่วยทำให้ต้นทุนการปล่อยดาวเทียมลดลง หรือไม่ก็สามารถที่จะเพิ่มปริมาณการถ่ายโอนข้อมูลสื่อสารของดาวเทียมได้ด้วยน้ำหนักเท่าเดิม

ดาวเทียมเวียแซท-2 ที่สร้างโดยโบอิ้งของสหรัฐฯ ขับเคลื่อนด้วยการผสมผสานกันระหว่างเคมีกับไฟฟ้า แต่ดาวเทียมยูเทลแซทของแอร์บัสใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งหมด ถือเป็นการออกแบบดาวเทียมเช่นนี้ครั้งแรกของแอร์บัส บริษัทอุตสาหกรรมการบินและอวกาศที่ใหญ่ที่สุดของยุโรป

เวียแซท-2 จะให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแก่ลูกค้าประจำทั่วภูมิภาคอเมริกาเหนือ อเมริกากลาง และแคริบเบียน และบางส่วนของอเมริกาใต้ตอนบน

แต่ดาวเทียมนี้ยังถูกตั้งค่าให้บริการแก่เครื่องบินและเรือ และกำลังมองหาส่วนแบ่งทางธุรกิจในแถบแอตแลนติกอยู่

ภาคการบินเป็นสมรภูมิสำคัญสำหรับผู้ให้บริการดาวเทียมเจ้าต่าง ๆ ซึ่งทำให้เกิดการเติบโตด้วยตัวเลขสองหลักได้

Image copyright AIRBUS DS
คำบรรยายภาพ ภาพพิมพ์สามมิติโครงสร้างที่ใช้สำหรับยึดสายอากาศกับดาวเทียมยูเทลแซท-172 บี(ขวาสุด) อุปกรณ์นี้มีน้ำหนักเบากว่าโครงสร้างแบบเดิม(ซ้ายสุด) 35%

ขณะนี้ในสหรัฐฯ ซึ่งมีการร่วมมือกับสายการบินหลายแห่งอย่างเช่น เจ็ทบลู ดาวเทียมเวียแซทถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งแล้วจากการให้บริการผ่านดาวเทียมบรอดแบนด์เวียแซท-1 ที่ทำงานอยู่ในขณะนี้ และขีดความสามารถที่เพิ่มขึ้นของเวียแซท-2 จะทำให้บริการดียิ่งขึ้น

นายริค บัลดริดจ์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการของเวียแซทกล่าวว่า "เราคิดว่าคนต้องการใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ของพวกเขากลางอากาศได้เหมือนกับที่ใช้บนพื้นดิน นั่นคือสิ่งที่เรามั่นใจว่าทำได้"

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตระหว่างโดยสารเครื่องบินเป็นสมรภูมิสำคัญในการแข่งขันกันของผู้ให้บริการดาวเทียม

เขาเปิดเผยต่อบีบีซีว่า "เจ็ทบลูได้ชะลอการให้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สายเพื่อรอเรา และตอนนี้พวกเขากำลังให้บริการนี้ฟรีแก่ผู้โดยสารทุกที่นั่ง โดยเราสามารถให้บริการอินเทอร์เน็ตได้ที่ความเร็ว 12 เมกะบิตส์ต่อวินาที รวมถึงวิดีโอสตรีมมิ่งด้วย"

ส่วนดาวเทียมยูเทลแซท-172 บี มีเป้าหมายให้บริการในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เนื่องจากตำแหน่งที่อยู่ในวงโคจรอยู่ใกล้กับเส้นแบ่งเขตวันสากล นอกจากนี้ยังสามารถสลับพลังงานระหว่างจุดปล่อยสัญญาณ 11 จุดของดาวเทียมเพื่อเพิ่มความมั่นใจในการให้บริการบนเครื่องบินไม่ว่าจะเดินทางจากตะวันออกไปตะวันตกหรือ จากญี่ปุ่นไปแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ หรือ ในทิศทางตรงกันข้ามในช่วงเวลาอื่นของวัน

นายรูดอล์ฟ เบลเมอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของยูเทลแซท กล่าวว่า การให้บริการอินเทอร์เน็ตบนเครื่องบินส่วนใหญ่ปัจจุบันจำกัดอยู่ในสหรัฐฯ แต่ขณะนี้กำลังขยายเข้ามาในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและยุโรปเช่นกัน