ผู้นำโลกประณามเหตุก่อการร้ายกลางลอนดอน

ตำรวจหน่วยต่อต้านการก่อการร้ายกระจายกำลังรักษาความปลอดภัยที่กรุงลอนดอน เช้าวันอาทิตย์ Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ตำรวจหน่วยต่อต้านการก่อการร้ายกระจายกำลังรักษาความปลอดภัยที่กรุงลอนดอน เช้าวันอาทิตย์

ผู้นำโลกร่วมประณามเหตุก่อการร้ายกลางกรุงลอนดอน ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 7 คน และบาดเจ็บกว่า 48 คน

สถานทูตฝรั่งเศส ณ กรุงลอนดอน ทวีตข้อความจากประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ว่า "ฝรั่งเศสจะยืนอยู่เคียงข้างสหราชอาณาจักรในวันนี้มากกว่าครั้งไหน ผมขอส่งใจไปถึงเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายและครอบครัวของพวกเขาด้วย"

โดยมาครงถือเป็นผู้นำโลกคนแรกที่แสดงปฏิกิริยาต่อเหตุโจมตีกลางกรุงลอนดอน

ขณะที่นายกรัฐมนตรีอังเกลา เมอร์เคิล ของเยอรมนี ระบุในแถลงการณ์ว่า วันนี้เราก้าวข้ามพรมแดนเพื่อรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ท่ามกลางเหตุการณ์น่าตกตะลึงและการไว้อาลัย แต่ก็ยังมีความมุ่งมั่น "ดิฉันกล่าวในฐานะตัวแทนของเยอรมนีว่าเราอยู่เคียงข้างสหราชอาณาจักรในการต่อสู้กับการก่อการร้ายทุกรูปแบบ"

ไม่ต่างจากผู้นำประเทศในเครือจักรภพที่ออกแถลงการณ์สนับสนุนสหราชอาณาจักร โดยนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด ของแคนาดา ทวีตข้อความว่า "ได้ยินข่าวอันเลวร้ายจากลอนดอนในคืนนี้ เรากำลังติดตามสถานการณ์"

นายมัลคอม เทิร์นบูล นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย กล่าวว่า ขอภาวนา และจะอยู่เคียงข้างเป็นหนึ่งเดียวกับประชาชนในสหราชอาณาจักรในวันนี้อย่างที่เราทำมาโดยตลอด ท่ามกลางเหตุก่อการร้ายสะเทือนขวัญ

Image copyright AFP

นายกรัฐมนตรีบิล อิงลิช แห่งนิวซีแลนด์ ระบุว่า ชาวนิวซีแลนด์ทุกคน ขอส่งใจไปให้กับเหยื่อจากการโจมตีในวันนี้ และมีหลายชีวิตที่ถูกพรากไปโดยผู้ก่อการร้าย ที่ต้องการสร้างความเจ็บปวด และทรมานให้กับผู้บริสุทธิ์

นายกรัฐมนตรีมาริอาโนราฮอย ของสเปน กล่าวสนับสนุนและแสดงความเป็นหนึ่งเดียวกับสหราชอาณาจักร

ส่วนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ก็มีปฏิกิริยากับเหตุโจมตีในกรุงลอนดอน โดยได้ทวีตข้อความในช่วงใกล้ 01.00 น.ตามเวลาท้องถิ่นในที่เกิดเหตุ (หรือ 07.00น. ตามเวลาในประเทศไทย) ส่งกำลังใจให้กับชาวลอนดอนและสหราชอาณาจักร โดยกล่าวว่า "หากจะมีอะไรก็ตามที่สหรัฐฯ สามารถช่วยสหราชอาณาจักร และชาวกรุงลอนดอนได้ เราจะช่วย - เราอยู่เคียงข้างคุณ ขอพระเจ้าคุ้มครอง!"

ขณะเดียวกันกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยังออกแถลงการณ์ประณาม "การโจมตีที่ขี้ขลาด ซึ่งมุ่งเป้าประชาชนผู้บริสุทธิ์ในกรุงลอนดอน" พร้อมระบุว่าสหรัฐฯ ส่งความช่วยเหลือให้ หากมีการร้องขอจากทางรัฐบาลสหราชอาณาจักร

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ตำรวจนิติเวชเข้าเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ สะพานลอนดอนบริดจ์

ท่ามกลางการแสดงความเสียใจและให้กำลังใจจากบุคคลสำคัญของโลกที่ส่งไปถึงสหราชอาณาจักร ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังได้ทวีตต่อข้อความเกี่ยวกับการโจมตีกรุงลอนดอน จากเว็บไซต์ ดรัดจ์ รีพอร์ท ซึ่งมีจุดยืนขวาจัด โดยพิมพ์ข้อความต่อท้าย เรียกร้องให้เพิ่มความเข้มงวดเรื่องคนเข้าเมืองว่า "เราต้องฉลาด รอบคอบ และใช้กฎระเบียบที่เข้มงวด เราต้องการให้ศาลคืนสิทธิกลับมาเป็นของเรา และเราจำเป็นต้องมีข้อห้ามการเดินทาง เพื่อเป็นมาตรการความปลอดภัยอีกขั้น"

ทรัมป์ทวีตข้อความนี้ ในช่วงที่คำสั่งพิเศษของประธานาธิบดีที่เขาลงนามกำลังถูกโต้แย้งในสหรัฐฯ และถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งทำให้มีผู้ไม่เห็นด้วยออกมาตอบโต้ผ่านสื่อสังคมออนไลน์จำนวนมาก

ศ.จอห์น ฮอร์แกน ผู้เชี่ยวชาญด้านการก่อการร้ายจากมหาวิทยาลัยจอร์เจียสเตท ทวีตตอบโต้ว่า "เป็นคำพูดของผู้นำที่ฉวยโอกาส"

นายอดัม วากเนอร์ ทนายความด้านสิทธิมนุษยชนจากสหราชอาณาจักร ทวีตกว่า "นี่เป็นข้อความจากลอนดอน: ท่านทำคะแนนในแง่การเมืองได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งเป็นสิ่งสุดท้ายที่เราต้องการในขณะนี้"

หลังจากทวีตข้อความข้างต้นได้ไม่กี่นาที ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ทวีตต่ออีกข้อความ เพื่อแสดงจุดยืนสนับสนุนสหราชอาณาจักร