ข้อตกลงหยุดยิงล่ม ปชช.มาราวีนับร้อยติดวงล้อมสู้รบ

ชาวเมืองจำนวนหนึ่ง อพยพได้ทันก่อนเกิดการฝ่าฝืนข้อตกลงหยุดยิง Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ ชาวเมืองจำนวนหนึ่ง อพยพได้ทันก่อนเกิดการฝ่าฝืนข้อตกลงหยุดยิง

ประชาชนจำนวนหลายร้อยคน ยังคงติดอยู่ในวงล้อมการสู้รบที่เมืองมาราวี ของฟิลิปปินส์ หลังมีการฝ่าฝืนข้อตกลงหยุดยิงกำหนด 4 ชั่วโมง เพื่ออพยพคนออกจากพื้นที่

ตามแผนการอพยพ ทางการฟิลิปปินส์คาดว่า จะนำประชาชนประมาณ 1,000 คนออกจากเมืองมาราวี แต่กลับมีเพียง 130 คนเท่านั้นทีหนีออกมาได้ทัน ก่อนที่จะเกิดการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ระหว่างกองกำลังของรัฐบาล กับกลุ่มติดอาวุธที่เป็นพันธมิตรของกลุ่มรัฐอิสลาม

การปะทะครั้งล่าสุดนี้ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 170 คน โดยในจำนวนนี้ มีประชาชนอย่างน้อย 20 คนรวมอยู่ด้วย

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า แผนการหยุดยิง 4 ชั่วโมง เดิมมีกำหนดจะสิ้นสุดในเวลา 12:00 น.ตามเวลาท้องถิ่น (หรื่อเมื่อเวลา 10:00 น.ที่ผ่านมาตามเวลาไทย) แต่ปรากฎว่าเพียงแค่ 1 ชั่วโมงผ่านไป มีเสียงปืนดังขึ้น ทำให้ประชาชนไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้ทัน

แม้จะยังไม่มีข้อมูลชัดเจนว่าฝ่ายใดเริ่มยิงก่อน แต่ตัวแทนของรัฐบาลฟิลิปปินส์เผยว่า การเจรจายังคงดำเนินอยู่ เพื่อให้มีการหยุดยิงอีกครั้งภายในวันนี้

ขณะนี้คาดว่ามีประชาชนประมาณ 2,000 คน ที่ยังคงติดอยู่ในเมือง หลังประชาชนส่วนใหญ่ได้อพยพออกไปก่อนหน้านี้แล้ว

ข้อตกลงหยุดยิงครั้งนี้ มีแนวร่วมปลดปล่อยอิสลามโมโร หรือ MILF เป็นตัวกลางไกล่เกลี่ย

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ ตัวเลขอย่างเป็นทางการชี้ว่า การสู้รบในเมือง ทำให้สมาชิกกลุ่มติดอาวุธ 120 คน และทหารของรัฐบาลฟิลิปปินส์ 38 นายเสียชีวิต

ความรุนแรงในเมืองมาราวี เริ่มขึ้นเมื่อเดือนที่แล้ว หลังจากกองทัพฟิลิปปินส์ไม่สามารถจับตัวนายอิสนิลอน ฮาปิลอน ซึ่งเชื่อว่าเป็นผู้นำเครือข่ายของกลุ่มรัฐอิสลามในฟิลิปปินส์ที่เกี่ยวโยงกับกลุ่มติดอาวุธเมาเตได้ ทำให้กลุ่มกบฏเมาเต หันไปโจมตีและจับตัวประกันในบางส่วนของเมืองซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 200,000 คน

ด้านประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต ของฟิลิปปินส์ ได้ประกาศกฎอัยการศึกบนเกาะมินดาเนา ซึ่งกองทัพฟิลิปปินส์ได้ใช้ทั้งกำลังทหารราบ และการโจมตีจากเฮลิคอปเตอร์ ยึดพื้นที่บางส่วนคืนมาได้ แต่ก็มีบางจุดที่ยังคงตงอยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มกบฎ

ฟิลิปปินส์ เป็นประเทศที่มีประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก เท่าที่ผ่านมาหลายทศวรรษ ต้องเผชิญกับกลุ่มแบ่งแยกดินแดนบนเกาะมินดาเนาซึ่งประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง