นายกฯแคนาดา “ใจสลาย” พลเมืองเสียชีวิตในก่อการร้ายลอนดอน

เหตุโจมตีลอนดอน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 7 คน บาดเจ็บ 48 คน ส่วนคนร้าย 3 คนถูกตำรวจยิงเสียชีวิต Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ เหตุโจมตีลอนดอน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 7 คน บาดเจ็บ 48 คน ส่วนคนร้าย 3 คนถูกตำรวจยิงเสียชีวิต

นายกฯแคนาดาระบุ "ใจสลาย" หลังมีชาวแคนาดาเสียชีวิตในก่อการร้ายลอนดอน ประกาศยืนเคียงข้างสหราชอาณาจักร เช่นเดียวกับผู้นำโลกคนอื่นๆ ที่ร่วมประณามเหตุโจมตีที่ทำให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต 7 คน คนร้ายถูกยิงไป 3 คน

กระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักรระบุว่า ในจำนวนประชาชนที่เสียชีวิตจากการโจมตีเมื่อคืนวันเสาร์ (3 มิ.ย.) มีชาวฝรั่งเศสรวมอยู่ด้วย 1 คน ส่วนในจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บ มีผู้ถือสัญชาติฝรั่งเศส 4 คน

หลังจากพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ ของสหราชอาณาจักร ประธานาธิบดีฝรั่งเศสระบุวา "ฝรั่งเศสอยู่เคียงข้างสหราชอาณาจักรมากว่าครั้งใดที่เคยเป็นมา"

นายมาครง เป็นหนึ่งในผู้นำโลกคนแรกๆ ที่ออกมาแสดงปฏิกิริยาต่อเหตุโจมตีนลอนดอน โดยระบุว่าฝรั่งเศสจะเดินหน้าต่อสู้กับการก่อการร้ายอย่างสุดกำลัง เคียงข้างสหราชอาณาจักรและทุกประเทศที่ได้รับผลกระทบ

นอกจากนี้ ทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศสยังได้ออกแถลงการณ์ เรียกการโจมตีที่ลอนดอนว่าเป็น "การโจมตีที่น่าขยะแขยงและขี้ขลาดต่อสังคมเสรีของเรา"

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ นายมาครง เป็นหนึ่งในผู้นำโลกคนแรกๆ ที่ออกมาประณามเหตุก่อการร้ายในลอนดอน

สำหรับประเทศฝรั่งเศสเคยเผชิญกับการโจมตีมาแล้วหลายครั้งในรอบหลายเดือน รวมถึงเหตุยิงกันที่ถนนชองป์-เอลิเซ่ เพียงไม่กี่วันก่อนหน้าการเลือกตั้งประธานาธิบดี และเหตุคนร้ายใช้มีดดาบโจมตีด้านนอกพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ โดยเมื่อคืนวันที่ 4 มิ.ย. หอไอเฟลได้ดับไฟเพื่อแสดงความเป็นหนึ่งเดียวกับสหราชอาณาจักรด้วย

ถึงขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยชื่อของผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุก่อการร้ายที่ลอนดอน แต่มีข้อมูลระบุว่ามีผู้ถือสัญชาติแคนาดาเสียชีวิต 1 คน ส่วนผู้ถือสัญชาติเยอรมนีได้รับบาดเจ็บ 2 คน ในจำนวนนี้มี 1 คนที่อาการสาหัส

นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด ของแคนาดา ระบุในแถลงการณ์ว่า "ผมรู้สึกใจสลาย ที่มีชาวแคนาดาเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตด้วย" และกล่าวว่า แคนาดายืนอยู่เคียงข้างสหราชอาณาจักร

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ธงชาติถูกลดลงครึ่งเสาในหลายประเทศ เพื่อแสดงความอาลัยต่อเหตุสูญเสียกลางลอนดอน

ด้านนายกรัฐมนตรี มัลคอม เทิร์นบูล ของออสเตรเลีย ระบุว่า ขอส่งแรงภาวนา และความเป็นหนึ่งเดียวที่แน่วแน่ไปยังสหราชอาณาจักร ซึ่งในเหตุโจมตีนี้มีชาวออสเตรเลียได้รับผลกระทบ 3 ราย

ขณะที่ผู้นำสหรัฐฯ ผู้นำประเทศในยุโรป และกลุ่มประเทศเครือจักรภพได้ออกมาแสดงพลังสนับสนุนสหราชอาณาจักรเช่นกัน

นายกรัฐมนตรีอังเกลา เมอร์เคิล ของเยอรมนี ระบุในแถลงการณ์ว่า วันนี้เราก้าวข้ามพรมแดนเพื่อรวมกันเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางเหตุการณ์ตกตะลึง และการไว้อาลัย แต่ก็ยังมีความมุ่งมั่น โดยดิฉันกล่าวในฐานะตัวแทนของเยอรมนีว่าเราอยู่เคียงข้างสหราชอาณาจักรในการต่อสู้กับการก่อการร้ายทุกรูปแบบ

กระทรวงการต่างประเทศสเปน ออกแถลงการณ์ระบุว่ารับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดของญาติของเหยี่อผู้เสียชีวิต

Image copyright Getty Images

นายฌอง-โคลด ยุงเกอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป กล่าวว่า ติดตามสถานการณ์ล่าสุดด้วยความตกใจ และขอส่งกำลังใจและคำภาวนาไปให้เหยื่อและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ ขอให้ทุกคนปลอดภัย

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ออกแถลงการณ์ผ่านโฆษกเพื่อส่งความเสียใจอย่างสุดซึ้งไปยังชาวอังกฤษ และประณามการก่อการร้ายที่เกิดขึ้นในกรุงลอนดอน และส่งโทรเลขถึงนายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ ว่าทั้ง 2 ควรร่วมมือกันตอบโต้การก่อการร้าย

ด้านสมเด็จพระสันตปาปาฟรานซิส ทรงชักชวนศาสนิกชนให้ร่วมภาวนาให้กับเหยื่อจากการโจมตีและครอบครัว

นายกรัฐมนตรีบิล อิงลิช แห่งนิวซีแลนด์ ระบุว่า ชาวนิวซีแลนด์ทุกคนขอส่งใจไปให้กับเหยื่อจากการโจมตี และมีหลายชีวิตที่ถูกพรากไปโดยผู้ก่อการร้าย ที่ต้องการสร้างความเจ็บปวด และทรมานให้กับผู้บริสุทธิ์ โดยในการโจมตีครั้งนี้ มีชาวนิวซีแลนด์ได้รับบาดเจ็บด้วยอย่างน้อย 1 ราย

Image copyright Getty Images

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ทวีตข้อความส่งกำลังใจให้กับสหราชอาณาจักร แต่ก็ก่อให้เกิดข้อถกเถียง หลังเรียกร้องให้ศาลในสหรัฐฯ รับรองคำสั่งพิเศษของประธานาธิบดีที่เขาลงนาม เพื่อกีดกันคนเข้าเมืองจาก 6 ประเทศที่ประชาชนนับถือศาสนาอิสลามเป็นส่วนใหญ่ โดยทวีตต่อข้อความเกี่ยวกับการโจมตีกรุงลอนดอนจากเว็บไซต์ดรัดจ์ รีพอร์ท ซึ่งมีจุดยืนขวาจัด และพิมพ์ข้อความต่อท้าย เรียกร้องให้เพิ่มความเข้มงวดเรื่องคนเข้าเมืองว่า "เราต้องฉลาด รอบคอบ และใช้กฎระเบียบที่เข้มงวด เราต้องการให้ศาลคืนสิทธิกลับมาเป็นของเรา และเราจำเป็นต้องมีข้อห้ามการเดินทาง เพื่อเป็นมาตรการความปลอดภัยอีกขั้น" ทำให้มีผู้ไม่เห็นด้วยออกมาตอบโต้ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จำนวนมาก

ศ.จอห์น ฮอร์แกน ผู้เชี่ยวชาญด้านการก่อการร้ายจากมหาวิทยาลัยจอร์เจียสเตท ทวีตตอบโต้ว่า "เป็นคำพูดของผู้นำที่ฉวยโอกาส"

ภายหลังจากทวีตข้อความข้างต้นได้ไม่กี่นาที ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ทวีตต่ออีกข้อความ เพื่อแสดงจุดยืนสนับสนุนสหราชอาณาจักร โดยระบุว่า "หากจะมีอะไรก็ตามที่สหรัฐฯ สามารถช่วยสหราชอาณาจักร และชาวกรุงลอนดอนได้ เราจะช่วย - เราอยู่เคียงข้างคุณ ขอพระเจ้าคุ้มครอง!"

และเมื่อเช้าวานนี้ (อาทิตย์ 4 มิ.ย.) ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ทวีตข้อความว่า "เราต้องยับยั้งความถูกต้องที่แอบแฝงไปด้วยนัยทางการเมือง และลงมือทำงานเพื่อความปลอดภัยของประชาชน" พร้อมวิจารณ์นายซาดิค ข่าน ว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7 คน บาดเจ็บอีก 48 คนจากการโจมตี แต่นายกเทศมนตรีกรุงลอนดอนบอกว่าไม่มีเหตุผลจะต้องตื่นตระหนก!''

ผู้ที่ไม่เห็นด้วย ชี้ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ นำคำพูดของนายข่าน มาตีความได้ไม่ตรงกับบริบท เพราะนายข่านกล่าวก่อนหน้านั้นว่าจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจลาดตระเวนตามท้องถนนมากขึ้น แต่ขอให้ประชาชนอย่างตื่นตระหนก