วิเคราะห์: เหตุร้ายลอนดอนสะเทือนเลือกตั้งอังกฤษ

เมย์และคอร์บิน Image copyright Getty Images

เป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 2 สัปดาห์ ที่นายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ ต้องออกมาตอบโต้เหตุก่อการร้ายที่ทำให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ต้องล้มตาย การแถลงข่าวเมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ของเธอ ออกมาในรูปแบบที่ห้าวหาญ โดยใช้คำว่า 'เราอดทนมามากพอแล้ว' และปิดท้ายด้วยคำสัญญาจะจัดการกับ 'ศัตรู'

คำพูดเหล่านี้อาจจะฟังไม่เหมือนการหาเสียงอย่างเป็นทางการ แต่เรียกได้ว่าเป็นการสื่อความหมายทางการเมืองอย่างเข้มข้น

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้เปลี่ยนบรรยากาศของการรณรงค์หาเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย และจะมีผลต่อแนวโน้มการหาเสียง รวมถึงคำถามที่นักการเมืองจะต้องตอบ แต่นายกรัฐมนตรี เมย์ หมายถึงอะไรบ้าง ถ้อยแถลงของเธอที่ออกมาเป็นข้อ ๆ เป็นมากกว่าวาทกรรมระหว่างการหาเสียงหรือไม่

ขณะนี้มีความชัดเจนอยู่แล้วว่า หากได้รับเลือกกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี เธอจะผลักดันนโยบายใหม่ ๆ เพื่อจัดการกับภัยก่อการร้าย

'คิดต่างคืออาญาแผ่นดิน'

คอนเซอร์เวทีฟประกาศในเอกสารนโยบายของพรรคว่า จะเพิ่มโทษอาญาเพื่อแก้ปัญหาพวกแนวคิดสุดโต่ง โดยเป็นไปได้ว่า จะเพิ่มเวลาโทษจำคุกสำหรับความผิดเกี่ยวกับการเผยแพร่แนวคิดหัวรุนแรง แม้ว่าผู้กระทำผิดจะยังไม่ได้ลงมือก่อการร้ายก็ตาม

นอกจากนี้ พรรคยังมีแผนจะจัดตั้งคณะกรรมการต่อต้านคตินิยมหัวรุนแรง เพื่อจำกัดและถอนรากแนวคิดเหล่านั้น ซึ่งนางเมย์เทียบความพยายามต่อสู้กับแนวคิดเหล่านี้กับการต่อสู้เพื่อให้สังคมเลิกยอมรับการเหยียดเชื้อชาติ ซึ่งต้องใช้เวลาหลายทศวรรษ

มีความเป็นไปได้สูงว่า หากเธอชนะการเลือกตั้ง ก็อาจจะนำแนวคิดที่เคยเสนอไว้ในสมัยที่เป็นรัฐมนตรีมหาดไทย แต่ไม่เคยได้รับการพิจารณาผ่านเป็นกฎหมายกลับมาเสนออีกด้วย

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ประเด็นเกี่ยวกับกองกำลังตำรวจ และความมั่นคง ได้รับความสนใจมาก

ในสมัยที่ดำรงตำแหน่ง รมว. มท. นางเมย์ เคยวางแผนจะออกกฎหมายที่ให้อำนาจซึ่งเป็นข้อถกเถียง เช่น อำนาจในการออกคำสั่งห้ามกลุ่มที่ส่งเสริมคตินิยมหัวรุนแรง หรือคำสั่งปิดสถานที่ซึ่งเกี่ยวข้องกับกลุ่มคตินิยมหัวรุนแรง ซึ่งข้อเสนอเหล่านี้เคยถูกวิจารณ์อย่างกว้างขวางว่า 'ทำให้ประชาชนกลายเป็นอาชญากร เพียงเพราะคิดร้าย' และคณะกรรมการของรัฐสภาขณะนั้น ชี้ว่ารัฐบาล 'ไม่สามารถพิสูจน์ให้เห็นได้ว่า มีช่องว่างในโครงสร้างของกฎหมายฉบับเดิม จนต้องออกกฎหมายใหม่มาเพื่อเติมเต็ม'

'ภัยก่อการร้ายในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน'

ในกระบวนการออกกฎหมายข้างต้น มีรัฐมนตรีหลายคนที่ไม่สามารถตกลงกันได้ว่า จะกำหนดนิยามให้กับความคิดคตินิยมหัวรุนแรงว่าอย่างไร ทำให้การพิจารณาร่างกฎหมายต้องล่าช้ามาหลายครั้ง จนในที่สุดหลายฝ่ายอ้างว่าร่างกฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายต้องตกไป เพราะนางเมย์ ประกาศให้มีการเลือกตั้งก่อนกำหนด

แต่หลังจากเกิดการโจมตีก่อการร้าย รัฐบาลตระหนักดีว่าสถานการณ์ได้เปลี่ยนไปแล้ว และในเมื่อความเสี่ยงเพิ่มขึ้น รัฐบาลก็ต้องพัฒนาวิธีการรับมือตามไปด้วย โดยทุกวันนี้ มีจำนวนผู้วางแผนก่อการร้ายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว กว่าในยุคที่นางเมย์ เสนอแผนเหล่านั้นมาก

สำนักงานตำรวจนครบาลระบุว่า ขณะนี้ สหราชอาณาจักรกำลังเผชิญกับแผนก่อการร้ายในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน นับจากที่เกิดเหตุโจมตีพลทหารลี ริกบี้ เมื่อปี 2013 จนถึงเดือนมีนาคมปี 2017 ตำรวจได้สกัดกั้นแผนก่อการร้ายไปแล้ว 13 ครั้ง ส่วนระหว่างเดือนมีนาคม 2017 จนถึงขณะนี้ มี 3 แผนก่อการร้ายที่เกิดขึ้นจริงแล้ว คือที่เขตเวสต์มินสเตอร์ เมืองแมนเชสเตอร์ และที่ลอนดอนบริดจ์ และยังมีอีก 5 แผนที่ถูกสกัดไว้ได้ คิดเป็น 13 แผนก่อการร้ายในระยะเวลา 4 ปี กับอีก 8 แผนก่อการร้ายในระยะเวลา 70 วัน

แน่นอนว่าประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง จะเลือกพรรคการเมืองด้วยเหตุผลที่ต่างกัน แต่ในขณะที่การเลือกตั้งครั้งนี้ใกล้เข้ามา ประชาชนจะคำนึงถึงผู้นำที่ช่วยดูแลความปลอดภัยให้ประเทศได้เป็นสำคัญ

Image copyright Getty Images

งบตำรวจ

สำหรับนายกรัฐมนตรีเมย์ ประเด็นนี้หมายถึงคำวิจารณ์ การตัดลดงบประมาณตำรวจ ซึ่งพรรคคอนเซอร์เวทีฟ ต้องเผชิญมาตลอด

ด้านนายเจเรมี คอร์บิน หัวหน้าพรรคเลเบอร์ ได้กล่าวย้ำถึงคำสัญญาที่จะกลับมาเพิ่มงบประมาณให้ตำรวจ และโจมตีพรรคคอนเซอร์เวทีฟ โดยเตือนว่า รัฐบาลไม่สามารถปกป้องสาธารณชนได้ด้วยงบประมาณแบบ 'จำกัดจำเขี่ย'

นอกจากนี้ นายคอร์บิน ยังพยายามที่จะแก้ไขภาพลักษณ์ที่เขาถูกมองว่าอ่อนแอในประเด็นความมั่นคง โดยกล่าวว่า หากได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี ก็จะ 'ทำทุกอย่างที่จำเป็นและได้ผล' เพื่อปกป้องประชาชน

หลังจากต้องหยุดไป 1 วัน วันนี้พรรคการเมืองในสหราชอาณาจักร กลับมารณรงค์หาเสียงแล้ว ท่ามกลางบรรยากาศการไว้ทุกข์และประเด็นความมั่นคง

หากได้รับเลือกกลับมา นางเมย์ อาจจะได้รับเสียงสนับสนุนในรัฐสภา ให้ฟื้นแผนการต่อต้านลัทธิหัวรุนแรงของเธอขึ้นมาใหม่ แต่ในความเป็นจริง ขณะนี้ชัยชนะของเธอยังอยู่ห่างไกลความแน่นอน และการเปิดรับแนวคิดที่ไม่ได้รับการสนับสนุนก่อนหน้านี้ก็ยังมีไม่มากนัก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง