สหรัฐฯ ระบุเป็นนัยเรื่องบทบาทในคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน

นิกกี ฮาลีย์ Image copyright Getty Images

นางนิกกี ฮาลีย์ ทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ กล่าวว่า สหรัฐฯ กำลังพิจารณาถึงบทบาทของสหรัฐฯ ในคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติอย่างถี่ถ้วน โดยเห็นว่าคณะมนตรีฯ ไม่เลิก "มีอคติ" ต่ออิสราเอลอย่างต่อเนื่อง

นางฮาลีย์ กล่าวว่าเป็นเรื่อง "ยากที่จะยอมรับ" ข้อเท็จจริงที่ว่าคณะมนตรีฯ ผ่านมติต่อต้านอิสราเอล ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่กลับไม่ดำเนินการใด ๆ กับเวเนซุเอลา และยังไม่ตำหนิอิหร่านซึ่งมีประวัติการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างหนัก

ทั้งนี้ อิสราเอลเป็นพันธมิตรของสหรัฐฯ ขณะที่เวเนซุเอลากำลังตกอยู่ในวิกฤตการเมือง ผู้ชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลเสียชีวิตไปแล้วหลายสิบคน

นางฮาลีย์ออกมาแสดงความคิดเห็นดังกล่าวหลังจาก นายซาอิด ราอัด อัล ฮุสเซน ข้าหลวงใหญ่คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนฯ กล่าวระหว่างเปิดประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนฯ เรียกร้องให้อิสราเอลถอนตัวออกจากดินแดนที่ยึดครองมานับตั้งแต่เกิดสงครามเมื่อปี 1967 นายอัล ฮุสเซน ยังประณามสิ่งที่เขาเรียกว่าเป็นความทุกข์ทรมานจากการตกอยู่ใต้การยึดครองของกองทัพมาร่วมครึ่งทศวรรษ

Image copyright AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ ชายชาวปาเลสไตน์นั่งอยู่ใกล้กับแนวกั้นที่แบ่งย่านอัล-ตูร์ของปาเลสไตน์ในเยรูซาเล็มตะวันออก ซึ่งอิสราเอลได้ผนวกรวมเข้ากับเขตเวสต์แบงก์

อิสราเอลยึดครองพื้นที่เขตเวสต์แบงก์ ดินแดนทางตะวันออกของกรุงเยรูซาเลม และที่ราบสูงโกลานนับตั้งแต่เกิดสงครามเมื่อ 50 ปีก่อน ขณะที่สหประชาชาติถือว่าฉนวนกาซาซึ่งอิสราเอลถอนทหารและกองกำลังออกไปตั้งแต่ปี 2005 เป็นส่วนหนึ่งของดินแดนยึดครองของปาเลสไตน์ ที่ผ่านมาทั้งอิสราเอลและปาเลสไตน์ต่างกล่าวหากันและกันว่าเป็นต้นเหตุของความล้มเหลวในการแก้ปัญหาในขั้นสุดท้ายของดินแดนที่ถูกยึดครองเหล่านี้ หลังจากการเจรจาสันติภาพที่ดำเนินมาอย่างลุ่ม ๆ ดอน ๆ เป็นเวลาหลายปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คาดว่านางฮาลีย์จะขึ้นกล่าวต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติในวันนี้ (6 มิ.ย.) แต่ก่อนหน้านี้นางฮาลีย์ ระบุในบทความที่ตีพิมพ์ใน นสพ.วอชิงตันโพสต์เมื่อวันศุกร์ที่แล้วว่าคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนฯ ที่มีสมาชิก 47 คน จำเป็นต้อง "เลิกตำหนิอิสราเอลเพียงชาติเดียวและอย่างผิด ๆ"

นางฮาลีย์ยังเรียกร้องให้เปลี่ยนแปลงกระบวนการเลือกสมาชิกใหม่ของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนฯ โดยระบุว่า "การที่มีประเทศที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนในหลายรูปแบบร่วมอยู่ในคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนฯ นั้น สร้างความเสื่อมเสียทั้งกับชื่อเสียงของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนฯ และต้นตอปัญหาสิทธิมนุษยชน"

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ อิสราเอลเผชิญกับการวิพากษ์วิจารณ์จากนานาชาติหลังจากให้ชาวยิวเข้าไปตั้งถิ่นฐานในเขตเวสต์แบงก์

นอกจากนี้ คณะผู้แทนสหรัฐฯ ประจำคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนฯ ยังได้โพสต์ข้อความตำหนิการทำงานของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนฯ ทางทวิตเตอร์ในวัน (6 มิ.ย.) ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนฯ มีอำนาจเพียงสั่งให้มีการสืบสวนและตำหนิประเทศที่เห็นว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่การดำเนินการของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนฯ ถือได้ว่าเป็นเครื่องมือทางการทูตที่สำคัญ

ด้านนายกรัฐมนตรีเบนยามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล เคยเปรียบคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนฯ ว่า "เป็นคณะละครสัตว์ต่อต้านอิสราเอล ที่โจมตีชาติประชาธิปไตยชาติเดียวในตะวันออกกลาง แต่เพิกเฉยต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างชัดแจ้งของอิหร่าน ซีเรีย และเกาหลีเหนือ"

ในปี 2013 อิสราเอลได้เลิกดำเนินความสัมพันธ์ใด ๆ กับคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนฯ หลังจากมีมติให้สืบสวนกรณีการตั้งถิ่นฐานของชาวยิวในเขตเวสต์แบงก์