เลือกตั้งอังกฤษ: มารู้จักพรรคเลเบอร์

Image copyright Reuters

หลังเป็นฝ่ายค้านมา 7 ปี พรรคเลเบอร์ ทุ่มสุดตัวเพื่อกลับเข้ามาเป็นรัฐบาล ภายใต้การนำของนายเจเรมี คอร์บิน ผู้สามารถดึงเสียงสนับสนุนจากกลุ่มรากหญ้ากลับมาได้สำเร็จ แต่กลับขาดการสนับสนุนจากส.ส.หลายคนในพรรค

ประวัติพรรค

พรรคเลเบอร์ ก่อตั้งขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ในฐานะกลุ่มเคลื่อนไหวด้านการเมืองรัฐสภาของขบวนการสหภาพแรงงาน ได้ร่วมรัฐบาลครั้งแรกในช่วงทศวรรษ 1920 แต่มาได้เสียงข้างมากจนเป็นตัวหลักจัดตั้งรัฐบาลได้เมื่อ นายคลีเมนต์ แอตลี หัวหน้าพรรค เอาชนะ เซอร์วินสตัน เชอร์ชิล ของ พรรคคอนเซอร์เวทีฟ หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุด

คำบรรยายภาพ นายคลีเมนต์ แอตลี เป็นผู้นำรัฐบาลพรรคเลเบอร์ เมื่อปี 1945

พรรคเลเบอร์กลับขึ้นสู่อำนาจในช่วงทศวรรษ 1960 และ 1970 ภายใต้การนำของนายฮาร์โรลด์ วิลสัน แต่ความขัดแย้งระหว่างแรงงานกับนายจ้าง และการประท้วงเรียกร้องขึ้นค่าจ้างของสหภาพแรงงานในช่วงฤดูหนาวของปี 1978-1979 ทำให้พรรคเลเบอร์กลับไปเป็นฝ่ายค้านต่ออีก 18 ปี

นายโทนี่ แบลร์ ชนะการเลือกตั้งในปี 1997 และชนะการเลือกตั้งครั้งต่อมาอีก รวมทั้งหมด 3 สมัย จากกลยุทธ์การรณรงค์หาเสียงด้วยภาพลักษณ์ของพรรคเลเบอร์ยุคใหม่ รวมถึงเปิดรับบางส่วนของนโยบายตลาดเสรีที่นางมาร์กาเร็ต แธตเชอร์ อดีตนายกรัฐมนตรีและผู้นำพรรคคอนเซอร์เวทีฟเคยใช้ด้วย

สมาชิกและที่นั่งในสภา

หลังจากการรณรงค์หาเสียงที่นำโดยนายเอ็ด มิลิแบนด์ ไม่ได้ผลตามคาดหมาย เลเบอร์ กลายเป็นพรรคการเมืองใหญ่อันดับสองในสภาผู้แทนราษฎรสหราชอาณาจักรด้วยจำนวน ส.ส. 229 คน

จำนวนสมาชิกพรรคเลเบอร์ ณ เดือนมีนาคมปีนี้ อยู่ที่ 517,000 คน เพิ่มขึ้นจาก 189,500 คนเมื่อเดือนธันวาคมปี 2013

แกนนำ

2 ผู้นำสำคัญ คือ นายเจเรมี คอร์บิน หัวหน้าพรรค และนายจอห์น แม็คดอนเนล

นักกลยุทธ์ของพรรคเลเบอร์ เชื่อว่าการหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ เปิดโอกาสให้ประชาชนได้เห็นนายคอร์บินในอีกแง่มุมหนึ่ง คือเป็นคนดีที่ทุ่มเทให้กับความยุติธรรมทางสังคม มากกว่าที่ประชาชนเคยได้เห็นกันตามภาพการ์ตูนล้อเลียนของสื่อฝ่ายขวา ว่าเขาเป็นนักการเมืองที่เชื่อมั่นในลัทธินิยมซ้ายในรูปแบบที่ห่างไกลจากความเป็นจริง

นายแม็คดอนเนล ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเงาด้านการคลัง เป็นอีกคนที่ได้รับการส่งเสริมในการรณรงค์เลือกตั้งครั้งนี้ โดยเน้นที่พื้นฐานความเป็นชนชั้นแรงงาน และแผนเศรษฐกิจของเขา

Image copyright Reuters

นายคอร์บินถูกพรรคคอนเซอร์เวทีฟ โจมตีว่าเป็นผู้นำที่ไม่มีระเบียบแบบแผนและไม่เหมาะสมจะเป็นนายกรัฐมนตรี แต่นางเทเรซา เมย์ ก็ไม่ยอมร่วมรายการถกเถียงทางโทรทัศน์แบบตัวต่อตัวกับนายคอร์บิน

ด้านส.ส.พรรคเบเลอร์สายกลางบางคน ยังเกรงว่านายคอร์บินอาจขาดความใกล้ชิดกับผู้สนับสนุนที่นิยมแนวคิดแบบดั้งเดิมของพรรค ซึ่งนายคอร์บินเองยอมรับว่ากำลังเผชิญกับความท้าทายสูงเป็นประวัติการณ์ แต่นี่ก็ไม่ใช่อุปสรรคครั้งแรก เพราะเขาเคยฝ่าวิกฤต ได้เป็นหัวหน้าพรรคเลเบอร์ด้วยคะแนนท่วมท้นเกินความคาดหมายมาแล้ว

วรรคทองของผู้นำ

'เราไม่จำเป็นต้องมีความเหลื่อมล้ำ ไม่ต้องทนกับความอยุติธรรม ความยากจนไม่ใช่สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้'

เสียงวิจารณ์

นายทอม เบรค จากพรรคลิเบอรัล เดโมแครต กล่าวว่า 'ดูเหมือนว่าคอร์บิน และแม็คดอนเนล ต่างแข่งกันว่าใครจะทำให้พรรคเลเบอร์ไม่น่าเลือกกว่ากัน'

เป้าหมาย

ทั้งนายเจเรมี คอร์บิน และแกนนำพรรคเลเบอร์ต่างพยายามอย่างสุดความสามารถ เพื่อให้ได้ชัยชนะอย่างขาดลอยในการเลือกตั้งครั้งนี้

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ นายโทนี่ แบลร์ อดีตหัวหน้าพรรคเลเบอร์ เคยออกมาค้านการเลือกนายคอร์บิน เป็นผู้นำพรรค

สมาชิกพรรคเลเบอร์บางคนกังวลว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 1983 เนื่องจาก คะแนนในการเลือกตั้งท้องถิ่นก่อนหน้านี้ของพรรคเลเบอร์ออกมาไม่เป็นที่น่าพอใจนัก จนทำให้ผู้ที่ปกติเคยลงคะแนนให้เลเบอร์หันไปเลือกคอนเซอร์เวทีฟแทน รวมถึงทางพรรคยังมีปัญหา ไม่สามารถฟื้นฟูฐานเสียงในสก็อตแลนด์ได้

อย่างน้อยที่สุด เป้าหมายของเลเบอร์ก็คือการกีดกัน ไม่ให้พรรคคอนเซอร์เวทีฟได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้น เพื่อป้องกันการ "เซ็นเช็คเปล่า" ให้นางเทเรซา เมย์ ไปเจรจาเรื่องเบร็กซิทตามประสงค์ คือแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปอย่างสิ้นเชิง

แม้นมีสัญญาณว่าอาจพ่ายเลือกตั้ง ทีมงานของนายคอร์บินจะพยายามเพิ่มสัดส่วนความนิยมของพรรคให้ได้มากกว่าที่นายเอ็ด มิลิแบนด์ หัวหน้าพรรคเก่า เคยทำไว้ในปี 2015 ที่ 30% เพื่อแสดงให้นักวิจารณ์ในพรรคได้เห็นความคืบหน้าด้วย

จุดแข็ง

เอ็นเอชเอส หรือแผนงานบริการสุขภาพแห่งชาติ เป็นความสำเร็จที่สำคัญของพรรคเลเบอร์ ซึ่งริเริ่มขึ้นในปี 1948 ในสมัยของนายกรัฐมนตรีคลีเมนต์ แอตลี ทำให้พรรคพยายามเบี่ยงเบนประเด็นหาเสียงจากเบร็กซิท มาเป็นประเด็นภายในประเทศได้ เนื่องจากหลายเดือนที่ผ่านมา เอ็นเอชเอส ต้องเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักในเรื่องเงินอุดหนุน

พรรคเลเบอร์ยังเชื่อด้วยว่า จะสามารถเรียกคะแนนเสียงได้มากจากประชาชนกลุ่มที่รู้สึกว่า การบริหารประเทศกำลังถูกบิดเบือนเพื่อเอาเปรียบพวกเขา โดยเลเบอร์ได้เสนอว่าจะออกกฎหมายเพื่อจัดการกับเศรษฐีระดับแนวหน้าที่หลีกเลี่ยงภาษี และออกกฎหมายเพื่อคนทำงานที่มีฐานะปานกลางทั่วไป

จุดยืนในการเจรจาเบร็กซิท

พรรคเลเบอร์ เคยรณรงค์ต่อต้านเบร็กซิทในช่วงการทำประชามติ แต่นายคอร์บิน กลับมีข้อกังขากับประเด็นเบร็กซิท จึงถูกวิจารณ์ว่ารณรงค์ตามจุดยืนของพรรคได้ไม่ดีพอ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ พรรคเลเบอร์เชื่อว่าสหราชอาณาจักรจะต้องเดินหน้าตามผลประชมมติ โดยต้องรักษาสิทธิของแรงงาน และการเข้าถึงประโยชน์จากตลาดร่วมเอาไว้

นอกจากนี้ ในช่วงการทำประชามติ ส.ส.พรรคเลเบอร์ส่วนใหญ่ เลือกสนับสนุนให้สหราชอาณาจักรอยู่เป็นส่วนหนึ่งของอียูต่อไป ทำให้ในการเลือกตั้งครั้งนี้ จะมีบางคนที่อาจต้องกลับไปเผชิญกับเขตเลือกตั้ง ที่เลือกสนับสนุนการถอนตัวจากสหภาพยุโรป

แต่ทางพรรคก็หวังว่า การที่ส.ส.ส่วนใหญ่ปฏิบัติตามจุดยืนของพรรค เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อเปิดทางให้รัฐบาลประกาศใช้สิทธิในการถอนตัวจากอียู ตามมาตรตรา 50 ของสนธิสัญญาลิสบอน จะช่วยให้สามารถกลับไปแข่งขันในสนามเลือกตั้งเดิมได้อีกครั้ง

นโยบาหลัก 5 ข้อ

  • ไม่ขึ้นภาษีรายได้กับผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 80,000 ปอนด์ (3.54 ล้านบาท) ต่อปี แต่จะปรับขึ้นภาษีกับกลุ่มผู้ที่มีรายได้สูงสุด 5% ของประเทศ
  • อัดฉีดเงิน 2.5 แสนล้านปอนด์ (11.1 ล้านล้านบาท) เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ เพื่อส่งเสริมการจ้างงานใหม่ 1 ล้านตำแหน่ง
  • ดึงกิจการรถไฟ ไปรษณีย์ และรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานที่รัฐถือหุ้น กลับมาเป็นของรัฐ
  • ยกเลิกค่าเล่าเรียนในระดับอุดมศึกษา
  • ส่งเสริมสิทธิของสหภาพแรงงานให้แข็งแกร่งขึ้น รวมถึงเพิ่มจำนวนสหภาพแรงงาน และยกเลิกพรบ.สหภาพแรงงาน ที่เพิ่งผ่านสภาเมื่อปีที่แล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง