เลือกตั้งอังกฤษ: การหารือกับดียูพีเพื่อหนุนคอนเซอร์เวทีฟเป็นรบ. มีแนวโน้มสดใส

ผู้นำพรรคคอนเซอร์เวทีฟ (ซ้าย) ผู้นำพรรคดียูพี (ขวา) Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ข้อตกลงระหว่างพรรคคอนเซอร์เวทีฟ และดียูพี จะมีผลเมื่อรัฐสภากลับเข้าสู่สมัยการประชุม

พรรคเดโมแครติก ยูเนียนนิสต์ หรือ ดียูพี ระบุว่าได้เริ่มหารือเกี่ยวกับการทำความตกลงจะหนุนพรรคคอนเซอร์เวทีฟเพื่อเป็นรัฐบาลแล้ว

หลังจากผลการเลือกตั้งอังกฤษที่ออกมา ทำให้พรรคคอนเซอร์เวทีฟมีที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรไม่พอกุมเสียงข้างมากเพราะขาดจำนวนที่นั่งอีก 8 ที่นั่ง เมื่อวานนี้ นายแกวิน วิลเลียมสัน หัวหนัาวิปพรรคคอนเซอร์เวทีฟ ได้เดินทางไปยังนครเบลฟาสต์ เพื่อหารือกับพรรคดียูพี จากไอร์แลนด์เหนือ

พรรคดียูพี ระบุว่า จะมีการหารือต่อในสัปดาห์หน้านี้เกี่ยวกับรายละเอียด และคาดว่าจะบรรลุข้อตกลงได้ โดยการทำความตกลงหนุนรัฐบาล หรือ confidence and supply ไม่ใช่การจัดตั้งรัฐบาลผสมอย่างสมบูรณ์ แต่เป็นข้อตกลง ที่พรรคเล็กทำเพื่อสนับสนุนพรรคการเมืองใหญ่ ในการลงคะแนนตามวาระหลักๆ เช่น พรบ.งบประมาณ เป็นต้น

ข้อตกลงที่บรรลุได้ จะมีผลบังคับใช้เมื่อสภาผู้แทนราษฎรกลับเข้าสู่การประชุมอีกครั้งในสัปดาห์หน้านี้

ด้านนายบอริส จอห์นสัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศออกมาปฏิเสธ รายงานข่าวของหนังสือพิมพ์เดอะ เมล ฉบับวันอาทิตย์ที่อ้างคำพูดของคนสนิทของเขาว่า นายจอห์นสันต้องการจะเสนอตัวแย่งชิงตำแหน่งผู้นำพรรคแทนนางเมย์ นอกจากนี้เขายังได้ทวีตข้อความแสดงความสนับสนุนนางเมย์อีกด้วย

ด้านสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า พรรคดียูพี ได้ตอบตกลงในหลักการแล้ว และจะนำประเด็นนี้ เข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรีในวันจันทร์ (12 มิ.ย.) นี้ด้วย โดยในเอกสารแถลงการณ์ ระบุด้วยว่า "เราจะยินดีรับข้อตกลงที่กำลังเจรจากันอยู่นี้ เพื่อให้เกิดเสถียรภาพและความแน่นอนที่ประเทศต้องการ ในขณะที่เราก้าวเข้าสู่การเจรจาเบร็กซิทต่อไป"

Image copyright PA
คำบรรยายภาพ พรรคชินน์ เฟน ระบุว่า ข้อตกลงจะต้องจบลงด้วยน้ำตา

นายทิม ฟาร์รอน หัวหน้าพรรคลิเบอรัล เดโมแครต ออกมากล่าวตอบโต้แถลงการณ์ของรัฐบาล เรียกร้องให้นางเมย์ เปิดเผยรายละเอียดความตกลงต่อสาธาณะในทันที โดยระบุว่า "การกระทำของรัฐบาลชุดนี้ จะมีผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อการเจรจาเบร็กซิทและอนาคตของประเทศ ในช่วงเวลาที่สำคัญเช่นนี้ นายกรัฐมนตรีต้องให้ความชัดเจนกับประชาชน เกี่ยวกับข้อตกลงที่เธอกำลังร่างกับพรรคดียูพีอย่างไม่เปิดเผย"

ส่วนนางมิเชล โอนีลล์ หัวหน้าพรรคชินน์ เฟน กล่าวว่า พรรคดียูพี "หักหลังผลประโยชน์ของประชาชนในไอร์แลนด์เหนือ"

Image copyright Getty Images

นางโอนีลล์ กล่าวว่า "เท่าที่ผ่านมาพวกเขาประสบความสำเร็จน้อยมาก จากการสนับสนุนรัฐบาลพรรคคอนเซอร์เวทีฟ และยกผลประโยชน์ของตนเองมาก่อนประชาชน... ข้อตกลงใหม่ระหว่างพรรคดียูพี และพรรคคอนเซอร์เวทีฟ จะไม่ถาวร และจะจบลงด้วยน้ำตา"

ส่วนพรรคเลเบอร์ ระบุว่ารัฐบาลไม่มีความน่าเชื่อถือเพียงพอที่จะเดินหน้าต่อ และทางพรรคเลเบอร์จะพยายามยับยั้งอย่างสุดความสามารถ ซึ่งนายเจเรมี คอร์บิน ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ ซันเดย์ มิเรอร์ ว่า นางเทเรซา เมย์นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ไปเข้าเฝ้าสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธ ที่ 2 ของอังกฤษ มาแล้ว และขณะนี้กำลังพยายามจัดตั้งรัฐบาล แต่ก็ยังต้องเสนอแผนให้กับรัฐสภาด้วย... ยังมีโอกาสที่จะโหวตคัดค้านได้ ซึ่งเราจะผลักดันอย่างสุดความสามารถ"

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ นายเจเรมี คอร์บิน ผู้นำพรรคเลเบอร์ระบุว่าจะคัดค้านแผนการจัดตั้งรัฐบาลของนางเมย์อย่างสุดความสามารถ

สำหรับจุดยืนของพรรคดียูพี นอกจากสนับสนุนการเป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักรแล้ว ยังเป็นพรรคที่หนุนเบร็กซิท และมีนโยบายทางสังคมที่เน้นแนวคิดอนุรักษ์นิยมเป็นหลัก ส่วนเอกสารนโยบายของพรรคสำหรับการหาเสียงในปี 2017 นี้ ระบุชัดเจนถึงจุดยืนเรื่องเบร็กซิท ว่ามีข้อไหนที่เหมือนและแตกต่างจากพรรคคอนเซอร์เวทีฟ

นอกจากนี้ พรรคดียูพี กำลังพยายามผลักดันให้รัฐเพิ่มสิทธิการลดหย่อนภาษีเงินได้ เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ สนับสนุนให้กองทัพใช้ขีปนาวุธไทรเดนท์ต่อแทนแผนปลดระวาง และมีนโยบายคล้ายพรรคคอนเซอร์เวทีฟ ในการผลักดันให้ทบทวนกฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายด้วย

ส่วนข้อแตกต่างจากพรรคคอนเซอร์เวทีฟ คือประเด็นการยกเลิกภาษีผู้ใช้สนามบิน การปรับลดภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับธุรกิจ และนโยบายเลือกปรับฐานบำนาญตามอัตราเงินเฟ้อ รายได้เฉลี่ย หรือเกณฑ์ขั้นต่ำร้อยละ 2.5

อะไรคือความตกลงสนับสนุนรัฐบาล 'confidence and supply'

Image copyright AFP/GETTY IMAGES
คำบรรยายภาพ ยังคงมีคำถามว่า นางเมย์ คาดหวังอะไรจากการทำข้อตกลงกับพรรคดียูพีบ้าง

ตามข้อตกลงนี้ พรรคดียูพี จะให้สัญญาว่าจะสนับสนุนรัฐบาลในการลงคะแนน แลกกับเงินสนับสนุนโครงการบางส่วนตามนโยบายพรรค โดยข้อตกลงลักษณะนี้ ไม่หนักแน่นเท่ากับการตั้งรัฐบาลผสม และพบได้บ่อยครั้งในกรณีที่รัฐบาลมีเสียงในสภาไม่เด็ดขาดพอที่จะตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้

เท่าที่ผ่านมา อดีตนายกรัฐมนตรีจอห์น เมเจอร์ ก็บริหารประเทศมาได้ด้วยข้อตกลงลักษณะเดียวกันนี้ ในช่วงปลายของรัฐบาลพรรคเลเบอร์ ยุคกลางทศวรรษปี 1990 เช่นเดียวกับอดีตนายกรัฐมนตรีฮาโรลด์ วิลสัน และอดีตนายกรัฐมนตรีเจมส์ คัลลาแฮน

เพียงแต่รัฐบาลที่ต้องอาศัยข้อตกลงสนับสนุนจากพรรคเล็ก จะมีอำนาจค่อนข้างจำกัดในการผ่านร่างกฎหมาย นอกจากนี้ ก็อาจจะไม่มั่นคงและอยู่ในตำแหน่งไม่ได้นาน หากข้อตกลงระหว่างพรรคถูกยกเลิกจนทำให้ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่