ยังมีใครคบไต้หวันบ้าง หลังปานามาหันหาจีนแผ่นดินใหญ่?

นางอิซาเบล เด เซนต์ มาโล รองประธานาธิบดีและรัฐมนตรีต่างประเทศปานามา (ซ้าย) และนายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน จับมือกันขณะแลกเปลี่ยนเอกสารหลังจากลงนามในแถลงการณ์ร่วมสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันในกรุงปักกิ่งของจีนวันนี้ (13 มิ.ย. 2017) Image copyright AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ นางอิซาเบล เด เซนต์ มาโล รองประธานาธิบดีและรัฐมนตรีต่างประเทศปานามา (ซ้าย) และนายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน จับมือกันขณะแลกเปลี่ยนเอกสารหลังจากลงนามในแถลงการณ์ร่วมสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันในกรุงปักกิ่งของจีนวันนี้ (13 มิ.ย. 2017)

ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำไต้หวันระบุการที่ปานามาประกาศตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันถือเป็นผลกระทบที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันและจีนแผ่นดินใหญ่ย่ำแย่ลงตั้งแต่ปีที่แล้ว

ซินดี สุ่ย ผู้สื่อข่าวบีบีซี ประจำกรุงไทเป ระบุว่า การที่รัฐบาลจีนทำให้ปานามาถอยห่างออกจากไต้หวันเป็นเพราะเหตุผลทางการเมืองมากกว่าเหตุผลทางเศรษฐกิจ เพราะถึงอย่างไรจีนสามารถที่จะลงทุนในปานามาต่อไปได้โดยไม่ต้องมีความสัมพันธ์กันอย่างเป็นทางการ

สุ่ย บอกว่า รัฐบาลจีนหมดความอดทนที่มีต่อนางไช่ อิงเหวิน ประธานาธิบดีไต้หวัน และมีความกังขาในตัวเธอว่าพยายามที่จะให้ไต้หวันเลิกพึ่งพาจีนแผ่นดินใหญ่ทั้งทางการเมืองและทางเศรษฐกิจ เพื่อที่ไต้หวันจะได้แยกตัวเป็นเอกราช ดังนั้นจีนจึงเพิ่มแรงกดดันต่อไต้หวันด้วยการยุติการเจรจากับรัฐบาลของนางไช่ และลดจำนวนนักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่ที่ไปเยือนไต้หวัน นอกจากนี้ยังกันไต้หวันออกจากกลุ่มต่าง ๆ ทั้งในระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ

Image copyright AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวินของไต้หวัน (ซ้าย) พบกับประธานาธิบดีฮวน การ์โลส ของปานามา ในกรุงปานามาซิตี้เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 2016 ในการเดินทางเยือนต่างประเทศรอบแรกนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีไต้หวัน

ผู้สื่อข่าวบีบีซีเห็นว่า การเคลื่อนไหวของรัฐบาลจีนอาจจะทำให้ความรู้สึกต่อต้านการรวมชาติในไต้หวันแข็งแกร่งมากขึ้น และถ้าสถานการณ์คุมเชิงกันระหว่างไต้หวันและจีนยังคงดำเนินต่อไป ไต้หวันก็เสี่ยงต่อการที่จะถูกโดดเดี่ยวทั้งทางเศรษฐกิจและการเมืองได้

การประกาศตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันของปานามา ทำให้จำนวนประเทศที่ยังรักษาความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันลดลงเหลือ 20 ประเทศ ในจำนวนนี้ 11 ประเทศอยู่ในภูมิภาคละตินอเมริกาและแคริบเบียนได้แก่ เบลีซ, เอลซัลวาดอร์, เฮติ, นิการากัว, เซนต์คิตส์และเนวิส, เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์, สาธารณรัฐโดมินิกัน, กัวเตมาลา, ปารากวัย, ฮอนดูรัส และเซนต์ลูเซีย

ประเทศที่ยังมีสัมพันธ์การทูตกับไต้หวัน

20 ประเทศ

  • 11 ในละตินอเมริกาและแคริบเบียน

  • 2 ในแอฟริกา

  • 1 ในยุโรป

  • 6 ในแปซิฟิก

Getty Images

ส่วนในแอฟริกา มี 2 ประเทศได้แก่ บูร์กินาฟาโซ, สวาซิแลนด์ ยุโรปมี 1 ประเทศได้แก่ นครรัฐวาติกัน และอีก 6 ประเทศอยู่ในภูมิภาคแปซิฟิกได้แก่ คิริบาติ, นาอูรู, หมู่เกาะโซโลมอน, ตูวาลู, หมู่เกาะมาร์แชลล์, ปาเลา

"แทบไม่มีผลกระทบ"

ด้านเจ้าหน้าที่ทางการไต้หวัน ระบุว่า การเคลื่อนไหวของปานามา "แทบไม่มีผลกระทบ" ต่อไต้หวัน โดยสำนักข่าวกลางของไต้หวันรายงานว่ากระทรวงกิจการเศรษฐกิจของไต้หวันระบุว่าจะทำหน้าที่อย่างดีที่สุดเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของนักลงทุนและบริษัทต่าง ๆ ที่ทำธุรกิจกับปานามา

Image copyright AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ นักเคลื่อนไหวสนับสนุนการรวมชาติชูป้ายที่เขียนว่า 'ฉันทามติ 92' ระหว่างการประท้วงด้านนอกสำนักงานใหญ่ของพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าซึ่งเป็นพรรครัฐบาลของไต้หวัน เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2016

รายงานบนหน้าเว็บไซต์ของกระทรวงกิจการเศรษฐกิจของไต้หวัน อ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังว่า ไม่ว่าอนาคตของความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างไต้หวันและปานามาจะเป็นอย่างไร แทบจะไม่ส่งผลกระทบต่อการค้าในระดับโลกของไต้หวัน

นอกจากนี้ยังระบุว่า "ปานามามีสัดส่วนในการส่งออกของไต้หวันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น" โดยในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ การส่งออกของไต้หวันไปยังปานามามีมูลค่ารวม 51.54 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 1,800 ล้านบาท คิดเป็น 0.042% ของการส่งออกทั้งหมดของไต้หวัน

การค้าระหว่างไต้หวันและปานามา

5 เดือนแรก ปี 2017

  • 1,800 ล้านบาท มูลค่าการส่งออกของไต้หวันไปยังปานามา

  • 0.042% สัดส่วนมูลค่าการส่งออกของไต้หวันไปยังปานามาเทียบกับการส่งออกทั้งหมด

Getty Images

ไต้หวัน เริ่มมีท่าทีที่ไม่เป็นมิตรต่อรัฐบาลจีนมากขึ้นนับตั้งแต่นางไช่ ขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีไต้หวันเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2016 โดยพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าของเธอมีแนวคิดในการสนับสนุนการเป็นเอกราชของไต้หวัน

ด้านสำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานว่า นายหม่า เสี่ยวกง โฆษกของสำนักกิจการไต้หวันของสภาแห่งรัฐจีน กล่าวว่า "มีเพียงจีนเดียวในโลก มันเป็นฉันทามติสากลของประชาคมโลกที่ยึดถือต่อหลักการจีนเดียว" เขาย้ำด้วยว่าฉันทามติในปี 1992 ซึ่งระบุถึงหลักการจีนเดียว เป็นพื้นฐานของการพัฒนาความสัมพันธ์ของจีนและไต้หวันอย่างสันติ โดยเขาได้เรียกร้องให้รัฐบาลไต้หวันทำความเข้าใจเรื่องนี้ให้ชัดเจน และเลือกเดินแนวทางที่ถูกต้อง