ทรัมป์เผยถูกสอบเรื่องปลด ผอ. เอฟบีไอจริง

นายทรัมป์เรียกการสอบสวนตัวเขาว่าเป็นการ "ล่าแม่มด" Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ นายทรัมป์เรียกการสอบสวนตัวเขาว่าเป็นการ "ล่าแม่มด"

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เผยแพร่ข้อความทางทวิตเตอร์ที่ยอมรับโดยนัยว่า ตนกำลังถูกสอบสวน ในข้อกล่าวหาที่ว่าสั่งปลดผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) เพราะต้องการยุติการสอบสวนเรื่องความสัมพันธ์กับรัสเซีย โดยก่อนหน้านี้ทางการสหรัฐฯสงสัยว่ารัสเซียเป็นผู้เข้าแทรกแซงทางไซเบอร์และช่วยให้นายทรัมป์ได้ชัยชนะในการเลือกตั้ง

นายทรัมป์ลงข้อความทางทวิตเตอร์ว่า "กำลังถูกสอบเรื่องสั่งปลด ผอ. เอฟบีไอ โดยคนที่บอกให้ผมปลดผอ. เอฟบีไอ ! ล่าแม่มดชัด ๆ"

ข้อความข้างต้นพาดพิงถึงนายร็อด โรเซนสไตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้เขียนบันทึกที่ใช้เป็นเหตุผลในการสั่งปลดนายเจมส์ โคมีย์ ผอ. เอฟบีไอในขณะนั้น แต่ในปัจจุบันนายโรเซนสไตน์ได้แต่งตั้งให้นายโรเบิร์ต มุลเลอร์ อดีต ผอ. เอฟบีไออีกผู้หนึ่ง เป็นผู้ดำเนินการสอบสวนกรณีการแทรกแซงของรัสเซีย ซึ่งมีรายงานว่านายมุลเลอร์กำลังเตรียมจะสอบสวนตัวประธานาธิบดีทรัมป์เองในข้อหาขัดขวางกระบวนการยุติธรรม

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ นายโรเบิร์ต มุลเลอร์ เป็นหัวหน้าการไต่สวนข้อกล่าวหาการแทรกแซงจากรัสเซีย และความเชื่อมโยงกับประธานาธิบดีทรัมป์

ข้อความทวิตเตอร์ของนายทรัมป์ข้างต้น เท่ากับยอมรับเป็นครั้งแรกต่อสาธารณชนว่าเขากำลังถูกสอบสวนเรื่องการปลด ผอ. เอฟบีไอจริง ซึ่งหากคณะกรรมการสอบสวนพบว่าผู้นำสหรัฐฯมีความผิดฐานขัดขวางกระบวนการยุติธรรม เขาอาจไม่ถูกดำเนินคดีอาญาขณะที่กำลังดำรงตำแหน่งอยู่ แต่ความผิดนี้อาจถูกใช้เป็นเหตุในการยื่นถอดถอนจากตำแหน่งประธานาธิบดีได้

ทรัมป์สั่งถอนมาตรการผูกสัมพันธ์คิวบาบางส่วน

ในการกล่าวปราศรัยที่เมืองไมอามี รัฐฟลอริดา นายทรัมป์เผยว่าได้ลงนามในคำสั่งให้ระงับมาตรการเชื่อมความสัมพันธ์กับคิวบา ซึ่งริเริ่มโดยอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ไปบางส่วน โดยเรื่องการเดินทางและทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างสองประเทศจะมีความเข้มงวดขึ้น

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ อดีตประธานาธิบดีโอบามา และประธานาธิบดีราอูล คาสโตร ของคิวบา ขณะชมการแข่งขันเบสบอลร่วมกันเมื่อปีที่แล้ว

คำสั่งดังกล่าวจะกลับมาจำกัดการเดินทางท่องเที่ยวของชาวอเมริกันไปยังคิวบาอย่างเข้มงวดอีกครั้ง รวมทั้งห้ามกิจการของสหรัฐฯทำธุรกรรมเกือบทุกประเภทกับกลุ่มดำเนินธุรกิจของกองทัพคิวบา ซึ่งมีบทบาททางเศรษฐกิจอย่างสูงในทุกภาคส่วนของประเทศ

นายทรัมป์กล่าวว่า ได้ถอนมาตรการผูกสัมพันธ์กับคิวบาไปบางส่วน เนื่องจากเป็นข้อตกลงที่สหรัฐฯทำไปโดยฝ่ายเดียวทั้งหมด และเป็นนโยบายที่ย่ำแย่ซึ่งดำเนินไปผิดทางในการปฏิบัติต่อรัฐบาลคิวบาที่โหดร้ายกับประชาชน โดยเงินจากการท่องเที่ยวและการลงทุนของชาวอเมริกันนั้น กองทัพเป็นผู้รับผลประโยชน์ทั้งหมดเพียงผู้เดียว

Image copyright AFP/Getty Images

อย่างไรก็ตาม นายทรัมป์ไม่ได้ล้มเลิกมาตรการตามนโยบายผูกสัมพันธ์คิวบาไปจนหมด โดยยังคงความสัมพันธ์ทางการทูตและการค้าส่วนใหญ่ รวมทั้งให้เที่ยวบินพาณิชย์รวมทั้งการเดินเรือโดยสารระหว่างประเทศดำเนินต่อไปตามปกติ

ด้านรัฐบาลคิวบาได้กล่าวประณามคำสั่งถอนมาตรการผูกสัมพันธ์บางส่วนของนายทรัมป์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการกลับมาคุมเข้มข้อจำกัดทางการค้าและการทำธุรกรรมบางประเภท แต่อย่างไรก็ตาม รัฐบาลคิวบาแถลงว่ายินดีจะคงการเจรจาที่เคารพซึ่งกันและกัน และจะคงความร่วมมือระหว่างสองประเทศต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง