สหรัฐฯ ยิงโดรนสู้รบของฝ่ายหนุนรัฐบาลซีเรียตก

สหรัฐฯ ยิงโดรนของกองกำลังฝ่ายหนุนรัฐบาลซีเรียตก Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ กองทัพสหรัฐฯ แถลงว่าเครื่องบินรบ F-15E ของตน ยิงโดรนของกองกำลังฝ่ายหนุนรัฐบาลซีเรียตก

กองทัพสหรัฐฯ แถลงว่า เครื่องบินรบ F-15E ของตน ได้ยิงอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรนของกองกำลังฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลซีเรียตกที่เมืองทานฟ์ทางตอนใต้ของประเทศ โดยโดรนดังกล่าวเป็นโดรนสู้รบรุ่นชาเฮ็ด 129 ที่ผลิตในอิหร่าน

ฝ่ายสหรัฐฯ ระบุว่า ตัดสินใจยิงโดรนลำดังกล่าว หลังแสดงท่าทีเป็นภัยคุกคามต่อกองกำลังภาคพื้นดินของชาติพันธมิตรที่นำโดยสหรัฐฯ ซึ่งมีฐานที่มั่นที่เมืองทานฟ์ โดยเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาก็เคยมีการโจมตีด้วยโดรนในลักษณะนี้มาก่อน

เจ้าหน้าที่ของกองทัพสหรัฐฯ ซึ่งให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นบอกว่า โดรนรุ่นชาเฮ็ด 129 ของอิหร่าน มีการเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2012 โดยเป็นโดรนสู้รบที่ออกปฏิบัติการได้เป็นระยะทางไกลถึง 2,000 กิโลเมตร ทั้งสามารถบรรทุกระเบิดและขีปนาวุธได้

อย่างไรก็ตาม นายเซอร์เก เรียบคอฟ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศรัสเซียระบุว่า การกระทำดังกล่าวของกองทัพสหรัฐฯ ถือได้ว่าเป็นการร่วมมือสมคบคิดกับกลุ่มก่อการร้าย

Image copyright IRANIAN TV
คำบรรยายภาพ สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่านเผยภาพโดรนรุ่นชาเฮ็ด 129 เมื่อสองปีก่อน

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้น หลังจากเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เครื่องบินรบสหรัฐฯ ได้ยิงเครื่องบินขับไล่ทิ้งระเบิด Su-22 ของรัฐบาลซีเรียตกที่จังหวัดรักกา ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับรัสเซียที่เป็นพันธมิตรของรัฐบาลซีเรียอย่างมาก โดยกระทรวงกลาโหมรัสเซียประกาศตัดการติดต่อทางสายด่วนประสานงานด้านปฏิบัติการทางอากาศกับสหรัฐฯ และเตือนว่าเครื่องบินใดๆ ที่รุกล้ำเข้ามาในน่านฟ้าทางตะวันตกของแม่น้ำยูเฟรตีสจะถูกติดตาม และตกเป็นเป้าการโจมตีโดยทันที ซึ่งข้อห้ามนี้รวมถึงเครื่องบินของกองกำลังพันธมิตรที่นำโดยสหรัฐฯ ด้วย

นายโจนาธาน มาร์คัส ผู้สื่อข่าวด้านการทหารและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของบีบีซีรายงานว่า ความขัดแย้งเรื่องปฏิบัติการทางอากาศในซีเรียระหว่างชาติมหาอำนาจกำลังทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากกองกำลังของกลุ่มที่เรียกตนเองว่ารัฐอิสลาม (ไอเอส) กำลังจะถูกขับออกพ้นเมืองรักกาซึ่งเป็นเสมือนเมืองหลวงของตนเองในซีเรีย ทำให้ชาติมหาอำนาจและพันธมิตรของแต่ละฝ่ายต่างเร่งชิงกันเข้ายึดครองพื้นที่ที่ไอเอสกำลังจะล่าถอยออกไป โดยกองกำลังฝ่ายที่ยืนอยู่ข้างรัฐบาลซีเรียซึ่งสนับสนุนโดยอิหร่านกำลังรุกคืบเข้ายึดครองพื้นที่ดังกล่าว แต่ฝ่ายพันธมิตรที่นำโดยสหรัฐฯ ต่อต้าน โดยไม่ต้องการให้อิหร่านแผ่ขยายอิทธิพลในบริเวณนั้น

Image copyright US Air Force
คำบรรยายภาพ เครื่องบินรบ F-15E ของสหรัฐฯ

เครื่องบินรบรัสเซียเข้าใกล้เครื่องบินสอดแนมสหรัฐฯ ในระยะประชิด

ในขณะเดียวกันที่น่านฟ้าเหนือทะเลบอลติก เกิดเหตุเครื่องบินรบ Su-27 ของรัสเซีย บินเข้าประกบเครื่องบินลาดตระเวนสอดแนม RC-135 ของสหรัฐฯ ซึ่งบินอยู่เหนือเขตน่านน้ำสากล โดยกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ แถลงว่า เครื่องบินรบรัสเซียได้บินเฉียดเข้ามาใกล้ในระยะที่ห่างจากปลายปีกของเครื่องบินสหรัฐฯ เพียง 1.5 เมตรเท่านั้น ซึ่งอันตรายเป็นอย่างยิ่งเพราะเครื่องบินรัสเซียบินเข้ามาด้วยความเร็วสูง และนักบินควบคุมเครื่องได้ไม่ดีนัก

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นห่างจากเมืองชายฝั่งคาลินินกราดของรัสเซียไปราว 40 กิโลเมตร โดยกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยืนยันว่า เครื่องบินลาดตระเวนของตนได้เปิดสัญญาณแสดงตัวทิ้งไว้ให้เครื่องบินลำอื่นได้ทราบแล้ว ทั้งยังไม่ได้กระทำการยั่วยุฝ่ายรัสเซียแต่ประการใด

อย่างไรก็ตาม กระทรวงกลาโหมรัสเซียแย้งว่า เครื่องบินสอดแนมของสหรัฐฯ พยายามยั่วยุเครื่องบินรบของตนที่บินขึ้นสกัด และนำทางให้ออกห่างน่านฟ้ารัสเซีย โดยพยายามหันเปลี่ยนทิศทางเข้ามาใกล้ และภายใน 10 นาทีต่อมา เครื่องบินสอดแนมของสหรัฐฯ อีกลำหนึ่งได้เดินทางมาสมทบ และถูกเครื่องบินรบรัสเซียบินเข้าสกัดด้วยเช่นกัน

เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา กองทัพสหรัฐฯ ได้ประจำการกำลังพล 800 นาย และเครื่องบินทิ้งระเบิด B-52 ในสหราชอาณาจักร เพื่อเข้าร่วมปฏิบัติการซ้อมรบกับกองกำลังชาติสมาชิกนาโต้อื่นๆ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง