เตรียมทดสอบเครื่องบินต้นแบบ XB-1 ทายาทความเร็วเหนือเสียง

ภาพร่างของเครื่องบินโดยสารความเร็วเหนือเสียงที่บริษัท บูม ซูเปอร์โซนิก เตรียมจะสร้าง Image copyright BOOM
คำบรรยายภาพ ภาพร่างของเครื่องบินโดยสารความเร็วเหนือเสียงที่บริษัท บูม ซูเปอร์โซนิก เตรียมจะสร้าง

เครื่องบินโดยสารที่มีความเร็วเหนือเสียงเช่นเดียวกับคองคอร์ด อาจจะได้กลับมาให้บริการในสายการบินต่าง ๆ ทั่วโลกอีกครั้ง ภายในระยะเวลา 5 ปีครึ่งนับจากนี้ หากการทดสอบเครื่องบินต้นแบบ XB-1 ที่กำหนดจะมีขึ้นในปลายปีหน้าประสบความสำเร็จ

บริษัทบูม ซูเปอร์โซนิก ซึ่งมีฐานในเมืองเดนเวอร์ของสหรัฐฯ ประกาศว่า เตรียมจะนำเครื่องบินต้นแบบรุ่นดังกล่าวขึ้นทดสอบบินด้วยความเร็วเหนือเสียง บริเวณใกล้ฐานทัพอากาศในรัฐแคลิฟอร์เนียภายในปลายปี 2018 และหากเครื่องบินโดยสาร 55 ที่นั่งนี้ผ่านการทดสอบขั้นสุดท้ายและได้รับอนุญาตให้ประกอบสร้างได้แล้ว ผู้โดยสารทั่วไปจะมีโอกาสใช้เครื่องบินนี้เดินทางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกได้ภายในปี 2023

นายเบลก ชอลล์ ผู้ก่อตั้งและประธานผู้บริหารของ บูม ซูเปอร์โซนิก บอกว่าแบบร่างของเครื่องบิน XB-1 ซึ่งเป็นต้นแบบที่จะใช้ในการทดสอบ ได้ผ่านการประเมินด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยเบื้องต้นมาแล้ว และขณะนี้มีสายการบิน 5 แห่งได้สั่งซื้อเครื่องบินรุ่นดังกล่าวไว้ล่วงหน้าแล้วทั้งสิ้น 76 ลำ

Image copyright BOOM
คำบรรยายภาพ ภาพร่างเปรียบเทียบตัวเครื่องบินโดยสารความเร็วเหนือเสียงที่เตรียมจะสร้าง กับเครื่องบินต้นแบบ XB-1 (ด้านหลัง) ที่จะใช้ในการบินทดสอบปลายปีหน้า

เครื่องบินความเร็วเหนือเสียงรุ่นใหม่นี้ มีรูปร่างคล้ายเครื่องบินคองคอร์ด แต่มีปีกรูปสามเหลี่ยมที่ขยายยาวไปจนเกือบจรดจมูกเครื่องบิน ทั้งยังเปลี่ยนจากเครื่องยนต์ของคองคอร์ดรุ่นเก่าซึ่งติดตั้งอุปกรณ์ช่วยเผาไหม้ที่ทั้งเสียงดังและกินน้ำมัน ไปใช้เครื่องยนต์เทอร์โบแฟนเช่นเดียวกับเครื่องบินของโบอิงและแอร์บัส ซึ่งมีเสียงเงียบกว่าและช่วยประหยัดเชื้อเพลิงได้มากกว่า

บริษัทบูม ซูเปอร์โซนิกบอกว่า การปรับปรุงประสิทธิภาพของเครื่องบินโดยสารความเร็วเหนือเสียงดังกล่าว ทำให้เครื่องบินรุ่นนี้มีความเร็วยิ่งกว่าคองคอร์ดที่มัค 2.2 (Mach 2.2) ซึ่งหมายถึงว่าบินเร็วกว่าความเร็วเสียง 2.2 เท่า หรือราว 2,335 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เร็วกว่าเครื่องบินโดยสารทั่วไป 2.6 เท่า

ความเร็วระดับดังกล่าว จะช่วยให้ผู้โดยสารสามารถเดินทางจากนครนิวยอร์กของสหรัฐฯ ไปยังกรุงลอนดอนของสหราชอาณาจักรได้ภายในเวลา 3 ชั่วโมง 15 นาที ซึ่งใช้เวลาเดินทางน้อยกว่าจำนวนชั่วโมงบินตามปกติของสายการบินทั่วไปถึงครึ่งหนึ่ง ทั้งยังประมาณการณ์ไว้ว่าเครื่องบินนี้จะมีค่าโดยสารต่ำกว่าเครื่องบินคองคอร์ดที่แสนแพงถึง 3 เท่า โดยตั๋วโดยสารไปกลับจะมีสนนราคาที่ราว 5,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 170,000 บาท) ซึ่งเทียบเท่ากับราคาตั๋วเครื่องบินชั้นธุรกิจของสายการบินทั่วไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง