5 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับมกุฎราชกุมารองค์ใหม่ของซาอุฯ

เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน Image copyright Ronald Grant
คำบรรยายภาพ เจ้าชายโมฮัมเหม็ด ทรงเป็นรัฐมนตรีกลาโหม ขณะมีพระชนมายุ 29 พรรษา

นับตั้งแต่พระราชบิดาเสด็จขึ้นครองราชย์ เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ทรงมีบทบาทเพิ่มมากขึ้นทุกขณะ และ ณ บัดนี้ทรงได้รับการวางตัวให้เป็นรัชทายาทพระองค์ใหม่แห่งราชบัลลังก์ซาอุดีอาระเบีย

ในขณะที่ทรงมีพระราชอำนาจเพิ่มมากขึ้น ผู้ใดที่มีแนวโน้มว่าจะเทียบเคียงหรือตีเสมอจะถูกกันให้พ้นไป และนี่คือรายละเอียดเกี่ยวกับองค์รัชทายาท ของสมเด็จพระราชาธิบดีซัลมานที่คุณควรทราบ

ทรงรวบรวมพระราชอำนาจในสายของพระองค์

แท้จริงแล้วมกุฎราชกุมารพระองค์ใหม่ทรงมีความใกล้ชิดกับกษัตริย์ซัลมาน ตั้งแต่ก่อนที่พระองค์จะขึ้นครองราชย์ โดยในปี 2009 เจ้าชายโมฮัมเหม็ดทรงเป็นที่ปรึกษาของพระราชบิดา ซึ่งขณะนั้นทรงดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงริยาด

แต่กระนั้นก็ตาม การแต่งตั้งเจ้าชายโมฮัมเหม็ดให้เป็นองค์มกุฎราชกุมารถือเป็นแนวปฏิบัติใหม่ในราชบัลลังก์ซาอุฯ ที่ไม่เคยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกโฉมเช่นนี้มาก่อน

การก้าวกระโดดทางการเมืองของเจ้าชายโมฮัมเหม็ดเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เดือนเมษายน 2015 เมื่อเจ้าชายซัลมาน ทรงวางตัวรัชทายาทรุ่นใหม่ให้สืบ ราชบัลลังก์ และในครั้งนั้นเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน นาเยฟ พระราชนัดดา (หลาน) ของเจ้าชายซัลมาน ได้รับแต่งตั้งเป็นมกุฎราชกุมาแทนเจ้าชายมูคริน บิน อับดุล อาซิส พระอนุชาต่างมารดาของเจ้าชายโมฮัมเหม็ด ซึ่งขณะนั้นได้รับแต่งตั้งให้เป็นรองมกุฎราชกุมาร เพื่อเปิดทางให้ทรงก้าวขึ้น เป็นรัชทายาทอันดับหนึ่งหากเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน นาเยฟ พ้นจากตำแหน่ง

มกุฎราชกุมารพระองค์ใหม่ยังจะทรงดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหมควบคู่กันไปด้วย

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ เจ้าชายโมฮัมเหม็ด ทรงพบปะกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ทำเนียบขาว เมื่อเดือนมีนาคม

ทรงเป็นรัฐมนตรีกลาโหมเยาว์วัยที่สุดในโลก

เมื่อครั้งกษัตริย์ซัลมาน บิน อับดุลอาซิส ทรงขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาธิบดีพระองค์ใหม่แห่งซาอุฯ เมื่อเดือนมกราคม 2015 ทรงปรับเปลี่ยนการบริหารงาน หลายอย่าง และพระราชทานโอกาสให้พระโอรสของพระองค์ให้ได้รับตำแหน่งสำคัญ

เจ้าชายโมฮัมเหม็ด ทรงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมขณะมีพระชนมายุ 29 พรรษา ซึ่งถือว่าอายุน้อยที่สุดในโลก

หลังจากทรงรับตำแหน่งได้เพียงสองเดือน ซาอุดีอาระเบียนำกองกำลังบุกถล่มเยเมน ประเทศเพื่อนบ้าน โดยหวังจะช่วยประธานาธิบดีอับดรับบูห์ มานซูร์ ยึดกรุงซานา คืนจากกลุ่มกบฏ แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ

ทรงประสงค์ให้ลดการพึ่งพิงรายได้น้ำมัน

ในเดือนเมษายน 2016 เจ้าชายโมฮัมเหม็ดซึ่งทรงดำรงตำแหน่งประธานสภาเศรษฐกิจและการพัฒนา ทรงเปิดเผยแผนปฏิรูปเศรษฐกิจครั้งใหม่ โดยมีเป้าประสงค์ให้ซาอุดีอาระเบียลดการพึ่งพิงรายได้จากน้ำมัน

ทรงมีพระราชดำรัสว่าการดำเนินตามแผนวิสัยทัศน์ 2030 นั้น จะทำให้ซาอุฯ อยู่ได้โดยปราศจากน้ำมันในปี 2020 ความอุตสาหะของพระองค์ ได้รับยกย่องเป็นตัวอย่างอันดีที่ชาวซาอุฯ ควรดำเนินรอยตาม

อย่างไรก็ดี กองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือไอเอ็มเอฟ เห็นว่าแนวคิดของพระองค์เป็นความทะเยอทะยาน และความพยายามอันก้าวไกล แต่เตือนว่าการจะทำให้ประสบความสำเร็จเป็นสิ่งที่ท้าทาย

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ เมื่อเดือนเมษายน 2015 กษัตริย์ซัลมานทรงแต่งตั้งพระราชโอรสองค์เล็กให้เป็นรองมกุฎราชกุมาร

อาจไม่เปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์กับอิหร่าน

เมื่อเดือนที่แล้ว เจ้าชายโมฮัมเหม็ด ทรงตัดสินพระทัยว่าซาอุฯ น่าจะหันมาเจรจากับอิหร่านชาติที่เป็นคู่อริ โดยทั้งสองชาติยืนอยู่คนละข้างในความ ขัดแย้งหลายกรณี อาทิ ซีเรีย และเยเมน

ความสัมพันธ์ระหว่างซาอุฯ และอิหร่าน ย่ำแย่ลงหลังทางการซาอุฯ สังหารเชคนิมร์ อัล นิมร์ ผู้นำมุสลิมนิกายชีอะห์คนสำคัญ

สื่อของทางการอิหร่านให้คำจำกัดความการแต่งตั้งเจ้าชายโมฮัมเหม็ดว่าเป็น "การรัฐประหารแบบอ่อน"

ทรงรักครอบครัว

เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ประสูติเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 1985 เป็นพระโอรสองค์แรกของพระชายาองค์ที่สามของกษัตริย์ซัลมาน

พระองค์ทรงสำเร็จการศึกษาด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัย คิง ซาอุด ก่อนจะรับราชการในหน่วยงานรัฐหลายแห่ง

ทรงมีพระชายาเพียงองค์เดียว และพระราชโอรส 2 พระองค์ พระราชธิดา 2 พระองค์