ไอเอสระเบิดทำลายมัสยิดสัญลักษณ์แห่งเมืองโมซูล

ภาพมัสยิดถูกทำลาย Image copyright IRAQI JOINT OPERATION COMMAND
คำบรรยายภาพ กองทัพอิรักเผยภาพมัสยิดถูกทำลาย

กองทัพอิรักระบุว่า กลุ่มที่เรียกตัวเองว่ารัฐอิสลาม (ไอเอส) ได้ระเบิดทำลายมัสยิดอัล-นูรี ในเมืองโมซูล ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ที่นายอาบู บาการ์ อัล บัคดาดี ผู้นำกลุ่มไอเอส เคยใช้เป็นเวทีประกาศตั้งรัฐอิสลามเมื่อปี 2014

อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่เรียกตัวเองว่ารัฐอิสลาม อ้างผ่านสำนักข่าวอามักว่า เครื่องบินรบของสหรัฐอเมริกาเป็นฝ่ายทำลายมัสยิดเก่าแก่นี้

นายกรัฐมนตรีไฮเดอร์ อัลอะบาดี ของอิรัก กล่าวว่า การระเบิดทำลายมัสยิดเป็น "การประกาศความพ่ายแพ้อย่างเป็นทางการ" ของทางฝ่ายไอเอส โดยได้เผยแพร่ภาพถ่ายจากทางอากาศ แสดงให้เห็นมัสยิด และหอคอยที่ได้รับความเสียหายหนัก ซึ่งผู้บัญชาการหน่วยรบของกองทัพอิรักที่กำลังโจมตีเพื่อยึดเมืองโมซูลคืน ระบุว่า ทหารอยู่ในระยะ 50 เมตร จากมัสยิดตอนที่ไอเอส "ก่ออาชญากรรมต่อประวัติศาสตร์อีกครั้ง"

พล.ต.โจเซฟ มาร์ติน ผู้บัญชาการทหารของสหรัฐฯ ในอิรัก กล่าวว่าไอเอสได้ทำลาย "สมบัติล้ำค่าแห่งหนึ่งของเมืองโมซูล และของอิรัก" ซึ่ง "นับเป็นอาชญากรรมต่อชาวเมืองโมซูลและชาวอิรักทุกคน และเป็นเหตุผลว่าทำไม เราต้องกวาดล้างกลุ่มที่โหดร้ายนี้"

ที่ผ่านมากลุ่มที่เรียกตัวเองว่ารัฐอิสลามได้ทำลายสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์หลายแห่งในอิรักและซีเรีย ในขณะที่องค์การสหประชาชาติระบุว่า ไอเอสอาจจะกำลังจับประชาชนกว่า 1 แสนคนในเมืองโมซูลเอาไว้เป็นโล่มนุษย์

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ มัสยิดที่มีหอคอยเอน เคยเป็นภาพที่คุ้นตาของเมืองโมซูล

"ฉากสุดท้าย" ของการบุกยึดเมืองคืน

แถลงการณ์จากรัฐบาลอิรักระบุว่า ทั้งตัวอาคารของมัสยิดและหอคอยเอนหรือฮัดบา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญ ของมัสยิดที่ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี 1172 ถูกระเบิดทำลาย

แต่มัสยิดแห่งนี้ถือว่ามีความสำคัญกับไอเอสด้วย โดยเพียง 1 เดือนหลังจากที่ยึดเมืองโมซูลได้เมื่อเดือน มิ.ย.2014 นายอาบู บาการ์ อัล บัคดาดี ผู้นำไอเอส ได้ออกมาปรากฏตัวเพื่อกล่าวคำสอนประจำวันศุกร์และประกาศตั้งรัฐอิสลามขึ้น ซึ่งปัจจุบันเขตเมืองเก่าแห่งนี้ เป็นฐานที่มั่นสุดท้ายที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มไอเอสในเมืองโมซูลของอิรัก

เมื่อวันอาทิตย์ (18 มิ.ย.) ที่ผ่านมา ผู้บัญชาการกองกำลังปราบปรามการก่อการร้าย และตำรวจอิรักประกาศว่า ได้เริ่มโจมตีเป็นครั้งสุดท้ายจากทุกทิศรอบเขตเมืองเก่า

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ ประชาชนพากันหนีออกจากเขตเมืองเก่า ในขณะที่มีการสู้รบอย่างต่อเนื่อง

ด้านกองทัพอิรักเชื่อว่า ขณะนี้ยังมีสมาชิกกลุ่มติดอาวุธเหลืออยู่ในเมืองโมซูลไม่ถึง 300 คน จากก่อนหน้านี้ที่มีอยู่ 6,000 คน ตอนเริ่มปฏิบัติการโจมตีเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา

แต่กาชาดสากลได้ออกมาเตือนเมื่อวันอังคาร (20 มิ.ย.) ว่ากำลังมีประชาชนได้รับบาดเจ็บและอพยพออกจากเมืองโมซูลมากขึ้น โดยมีทั้งผู้ที่ถูกกระสุนปืน สะเก็ดระเบิดทางอากาศ และถูกระเบิดโจมตี ขณะที่ก่อนหน้านั้นมีการส่งเครื่องบินทิ้งใบปลิวให้ข้อมูลประชาชนว่า ควรหาโอกาสหลบหนีออกจากเมือง พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่โล่งแจ้ง

ทำไมไอเอสต้องระเบิดมัสยิดอัล-นูรี

โดย พอล อดัมส์ผู้สื่อข่าว บีบีซี

มัสยิดแห่งนี้เป็นสถานที่สำคัญของชาวซุนนี ถูกตั้งชื่อขึ้นตามนายนูร์ อัลดิน มะห์มูด ซานจี ผู้นำศาสนาที่มีชื่อเสียงในการทำจีฮัดต่อต้านนักรบชาวคริสต์ในสงครามศาสนา และยังเป็นสถานที่นายอาบู บาการ์ อัล บัคดาดี ผู้นำกลุ่มไอเอส มาปรากฏตัวต่อสาธารณะเป็นครั้งแรกและครั้งเดียว หลังจากที่ทางกลุ่มประกาศตั้งรัฐอิสลามในอิรักและซีเรีย

Image copyright Getty Images

อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่เรียกตัวเองว่ารัฐอิสลามไม่ได้ให้ความสนใจกับวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ ในการแผ่ขยายอิทธิพลทางตอนเหนือของอิรักตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งการทำลายมัสยิด ทำให้นักสังเกตการณ์ส่วนใหญ่คาดเดาว่าเปรียบเสมือนการขัดขืนครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะสูญเสียอำนาจการยึดครองเมืองโมซูล

ทางฝ่ายไอเอสอ้างว่ามัสยิดถูกทำลายเพราะระเบิดจากเครื่องบินรบของสหรัฐฯ แม้ว่าข้ออ้างนี้จะมีความเป็นไปได้น้อย แต่ความโหดร้ายที่เกิดขึ้นก็เป็นสิ่งที่มาพร้อมกับความพยายามแย่งชิงเมืองโมซูล ซึ่งทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไม่ได้ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ กับการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมและศาสนาของเมือง