นักข่าวบีบีซีบุกแนวรบใน 'รักกา' เมืองหลวงไอเอส
อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้

นักข่าวบีบีซีบุกแนวรบใน 'เมืองหลวงไอเอส'

ขณะที่การสู้รบขับไล่กลุ่มที่เรียกตัวเองว่ารัฐอิสลาม หรือ ไอเอส ออกจากเมืองโมซูลของอิรัก ยังคงยืดเยื้อ ข้ามเข้ามาในฝั่งซีเรีย กลุ่มนักรบที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ กำลังบุกเข้าไปในเมืองรักกา ฐานที่มั่นของกลุ่มไอเอส โดยกาเบรียล เกตเฮาส์ ผู้สื่อข่าวบีบีซี เป็นหนึ่งในผู้สื่อข่าวกลุ่มแรกที่เข้าไปยังเมืองที่กลุ่มไอเอสถือว่าเป็นเมืองหลวงของตัวเองแห่งนี้

ขณะที่กลุ่มกองกำลังประชาธิปไตยซีเรีย หรือ SDF ซึ่งประกอบด้วยนักรบอาหรับและชาวเคิร์ดที่สหรัฐฯ ให้การสนับสนุน กำลังเดินหน้าบุกเข้าไปในเมืองรักกา ก็พบกับผู้คนกำลังเดินทางพร้อมสัมภาระและมีธงขาวปักอยู่ หลายครอบครัวหลบหนีการสู้รบจากที่อื่นเข้ามาลี้ภัยในเมืองรักกา แต่ตอนนี้พวกเขาก็ต้องตกอยู่ในศูนย์กลางการสู้รบอีกครั้ง

ขณะนี้ยังคงมีประชาชนอาศัยอยู่ในเมืองรักกาหลายหมื่นคน ใครที่พยายามจะหนีออกจากเมืองจะถูกกลุ่มไอเอสสังหาร

กลุ่ม SDF สามารถบุกฝ่าชานเมืองรักกาได้อย่างรวดเร็วในช่วงก่อนหน้านี้ในเดือนนี้ โดยได้รับความช่วยเหลือจากการโจมตีทางอากาศและการยิงปืนใหญ่ของสหรัฐฯ ขณะนี้ได้เดินทางถึงแนวเขตของเมืองรักกา และการบุกก็ช้าลง นักรบไอเอสกำลังปิดล้อมถนนเล็ก ๆ หลายสายไว้ และพยายามตอบโต้กลับทุกวิถีทาง ขณะที่กำลังมีการทิ้งระเบิดโจมตีเมืองรักกาและปิดล้อมสามด้านของเมือง

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ นักรบชาวเคิร์ดคนหนึ่งมองไปยังเมืองรักกา หลังมีการโจมตีทางอากาศ

ผู้สื่อข่าวบีบีซี ได้เห็นการยิงโจมตีเป้าหมายของกลุ่มนักรบชาวเคิร์ดที่มีทั้งผู้ชายและผู้หญิงร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กัน หนึ่งในนั้นคือ เดไลลาห์ วัย 22 ปี นักเรียนพยาบาลที่กลายมาเป็นนักรบ

เธอบอกว่า "เมื่อโจมตีเป้าหมายและสังหารศัตรูได้ ฉันรู้สึกมีความสุขมาก ทำให้ฉันมีกำลังใจและมีพลังมากขึ้น เรากำลังคุ้มครองเพื่อนและประชาชนของเรา"

ด้านนักรบที่กลับมาจากแนวหน้าต่างพูดถึงการสู้รบที่ดุเดือดตลอดทั้งคืน โดยกลุ่มไอเอสได้ใช้เครือข่ายอุโมงค์ในการแอบซุ่มโจมตีด้านหลังกลุ่ม SDF

คำบรรยายภาพ เดไลลาห์ ผันตัวเองจากนักเรียนพยาบาลมาเป็นนักรบในแนวหน้า

นักรบอาหรับคนหนึ่งซึ่งเรียกตัวเองว่า มาชุก เล่าว่า "พวกมันล้อมเรา และระดมยิงจากทุกด้าน จับพวกเราไปเป็นตัวประกันได้คนหนึ่ง แต่เราสามารถชิงตัวเขากลับมาได้"

นอกจากใช้ โดรน อุโมงค์ ระเบิดฆ่าตัวตาย มือปืนซุ่มยิงระยะไกล แล้ว กลุ่มไอเอสยังใช้ความกลัวเป็นอาวุธในการสู้รบ แม้ในศึกสงคราม และอาจถือได้ว่าไอเอสประสบความสำเร็จในการใช้ความกลัวเป็นอาวุธมากกว่าทุกกลุ่ม

การสู้รบในเมืองรักกาจะเป็นการสู้รบที่ยากลำบากและยืดเยื้อ ถ้าไอเอสเสียเมืองหลวงของตัวเอง นั่นก็หมายความว่า รัฐอิสลามก็จะสิ้นสุดลงอย่างแน่นอน

แล้วจะเป็นอย่างไรต่อไป? อุดมการณ์ของไอเอสจะสูญสิ้นไปด้วยหรือไม่? อาจจะไม่ และมันคงจะไม่ใช่การสิ้นสุดสงครามอันยาวนานในซีเรียด้วย รวมถึงความรุนแรงที่ไอเอสได้สร้างไว้ทั่วโลก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง