สหรัฐฯ ขู่อัสซาดอย่าใช้อาวุธเคมีโจมตีพลเรือนอีก

สหรัฐฯ ยิงขีปนาวุธร่อนโทมาฮอว์กใส่ฐานทัพรัฐบาลซีเรีย เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา Image copyright GETTY IMAGES/US NAVY
คำบรรยายภาพ สหรัฐฯ ยิงขีปนาวุธร่อนโทมาฮอว์กใส่ฐานทัพรัฐบาลซีเรีย เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์เผยว่า ได้พบเบาะแสเรื่องที่ทางการซีเรียกำลังเตรียมจะโจมตีพลเรือนด้วยอาวุธเคมีอีกครั้ง โดยอาจเป็นการโจมตีที่มีความรุนแรงคล้ายคลึงกับเหตุโจมตีด้วยก๊าซพิษซารินที่จังหวัดอิดลิบ เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตไปเกือบ 100 คน และทำให้กองทัพสหรัฐฯ ตัดสินใจยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพรัฐบาลซีเรียใกล้เมืองฮอมส์เป็นการตอบโต้

แถลงการณ์ของทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า การโจมตีด้วยอาวุธเคมีครั้งใหม่ของรัฐบาลซีเรีย มีแนวโน้มว่าจะก่อการสังหารหมู่ประชาชนเป็นจำนวนมาก เนื้อหาของแถลงการณ์ยังได้เตือนไปถึงประธานาธิบดี บาชาร์ อัล อัสซาด ของซีเรียด้วยว่า ตัวเขาและกองทัพรัฐบาลซีเรียจะต้องชดใช้อย่างหนัก หากมีการโจมตีด้วยอาวุธเคมีเกิดขึ้นซ้ำอีก

ด้านนางนิกกี เฮลีย์ ทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ ได้เผยแพร่ข้อความทางทวิตเตอร์ว่า อิหร่านและรัสเซียต้องรับผิดชอบต่อการโจมตีด้วยอาวุธเคมีของรัฐบาลซีเรียที่อาจเกิดขึ้นด้วย เนื่องจากเป็นพันธมิตรใกล้ชิดผู้สนับสนุนรัฐบาลซีเรียให้ลงมือสังหารประชาชนของตน

Image copyright TWITTER
คำบรรยายภาพ นางนิกกี เฮลีย์ ทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ ลงข้อความทางทวิตเตอร์ว่าอิหร่านและรัสเซียต้องรับผิดชอบต่อการโจมตีด้วยอาวุธเคมีของรัฐบาลซีเรียด้วย

ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีอัสซาดปฏิเสธว่า กองทัพรัฐบาลซีเรียไม่ได้เป็นผู้โจมตีสังหารพลเรือนด้วยก๊าซพิษซาริน ที่เมืองข่านเชคูนของจังหวัดอิดลิบเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งเหตุดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 80 ราย และในจำนวนนี้มีเด็กรวมอยู่ด้วยหลายคน

การโจมตีพลเรือนครั้งนั้น ทำให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกคำสั่งยิงขีปนาวุธร่อนโทมาฮอว์กหลายลูกเข้าถล่มฐานทัพอากาศของรัฐบาลซีเรียใกล้เมืองฮอมส์ ซึ่งคาดว่าเป็นสถานที่เก็บอาวุธเคมีของรัฐบาลซีเรีย

คำเตือนของสหรัฐฯ ในครั้งนี้ มีขึ้นในขณะที่สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างกองกำลังชาติมหาอำนาจในซีเรียกำลังทวีความตึงเครียด โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วกองกำลังสหรัฐฯ ยิงโดรนและเครื่องบินขับไล่ทิ้งระเบิดของรัฐบาลซีเรียตก ทำให้รัสเซียตัดสายด่วนประสานงานปฏิบัติการทางอากาศกับสหรัฐฯ และประกาศว่าเครื่องบินใดๆ ที่บินล้ำเข้ามาในน่านฟ้าทางตะวันตกของแม่น้ำยูเฟรตีส จะถูกติดตาม และถือว่าเป็นเป้าโจมตีทันที

ทั้งนี้ สงครามกลางเมืองในซีเรียที่ดำเนินมาเป็นเวลา 6 ปี ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 300,000 คน และมีผู้ต้องลี้ภัยพลัดถิ่นอีกกว่า 5 ล้านคน