สหรัฐฯ สั่งสายการบินคุมเข้มมาตรการคัดกรองผู้โดยสารเพิ่ม

สนามบินคูเวตได้รับผลกระทบจากคำสั่งห้ามนำแล็ปท็อปติดตัวผู้โดยสารขึ้นเครื่องบิน Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ สนามบินคูเวต เป็นหนึ่งในหลายแห่งที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งห้ามนำแล็ปท็อปติดตัวผู้โดยสารขึ้นเครื่องบิน

สหรัฐฯ ออกมาตรการใหม่เพื่อยกระดับความปลอดภัยของเที่ยวบินขาเข้าประเทศ เพิ่มเติมจาก คำสั่งเพิ่มเติมก่อนหน้านี้เกี่ยวกับการห้ามนำแล็ปท็อปติดตัวผู้โดยสารขึ้นเครื่องบินห้องผู้โดยสาร

มาตรการใหม่นี้ จะมีผลบังคับใช้กับเที่ยวบินขาเข้าสหรัฐฯ จาก 105 ประเทศ ซึ่งเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องตรวจตัวผู้โดยสารและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างเข้มงวดมากขึ้น โดยสายการบินมีเวลา 120 วัน หรือ 4 เดือนเพื่อปฏิบัติตาม มิฉะนั้นอาจถูกสั่งห้ามผู้โดยสารนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดติดตัวขึ้นเครื่อง หรืออาจถูกสั่งห้ามบินเข้าสหรัฐฯ อย่างสิ้นเชิง

เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้ออกคำสั่งห้ามนำแล็ปท็อปติดตัวผู้โดยสารขึ้นเครื่องบิน กับเที่ยวบินที่เดินทางจาก 8 ประเทศที่ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม เนื่องจากเกรงว่าจะถูกใช้เป็นเครื่องมือซุกซ่อนระเบิด

นายจอห์น เคลลี รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ กล่าวว่า "อย่าเข้าใจผิด ศัตรูของเรากำลังพยายามหาหนทางใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลาเพื่อซุกซ่อนระเบิด พยายามหาแนวร่วมที่เป็นคนใน และจี้เครื่องบิน เราจะวิ่งไล่ตามความเสี่ยงทุกรูปแบบไปรอบโลกไม่ได้ แต่เราต้องใช้มาตรการใหม่เข้ามาแทนที่ ให้เกิดมาตรฐานโดยรวม เพื่อความปลอดภัยกับประชาชนที่เดินทาง และทำให้ยากขึ้นที่ผู้ก่อการร้ายจะทำสำเร็จ"

มาตรการตรวจความปลอดภัยใหม่ของสหรัฐฯ รวมถึง

  • การปรับปรุงการตรวจค้นผู้โดยสารให้ดีขึ้น
  • การตรวจอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เข้มงวดมากขึ้น
  • การเพิ่มขั้นตอนการตรวจความปลอดภัยบริเวณโดยรอบตัวเครื่องบินและที่นั่งพักผู้โดยสาร
  • การใช้สุนัขช่วยตรวจค้นเพิ่ม

แม้มาตรการเหล่านี้จะยังขาดรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีนำไปปฏิบัติ แต่สหรัฐฯ ระบุว่าจะมีผลกับสนามบิน 280 แห่ง และสายการบิน 180 ราย คิดเป็นจำนวนเที่ยวบินเฉลี่ยต่อวัน 2,100 เที่ยว หรือคิดเป็นจำนวนผู้โดยสาร 325,000 คนต่อวัน ซึ่งนายเคลลีบอกว่า อาจมีการออกข้อบังคับเพิ่มเติมอีกหลังจากนี้

อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ยังไม่ได้ออกคำสั่งเพิ่มเติมเกี่ยวกับการห้ามนำแล็ปท็อปขึ้นเครื่องบิน ซึ่งก่อนหน้านี้หลายสายการบินเป็นกังวลว่าจะทำให้ผู้โดยสารตัดสินใจเดินทางน้อยลง โดยเฉพาะผู้โดยสารชั้นธุรกิจ

Image copyright Getty Images

เจ้าหน้าที่จากกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ ชี้ว่า หากปฏิบัติตามกฎระเบียบใหม่ได้ แม้แต่สนามบินที่ติดคำสั่งห้ามแล็ปท็อปรอบที่แล้ว ก็อาจจะได้รับการผ่อนผัน

ขณะนี้ ผู้โดยสารที่เดินทางเข้าสหรัฐฯ จากตุรกี โมร็อกโก จอร์แดน อียิปต์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และคูเวต ถูกสั่งห้ามนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีขนาดใหญ่กว่าโทรศัพท์สมาร์ทโฟนติดตัวขึ้นเครื่องบิน โดยต้องใส่กระเป๋าเดินทางไว้ใต้ท้องเครื่องบินเท่านั้น

ส่วนสหราชอาณาจักรก็ออกกฎคล้ายกัน กับเที่ยวบินที่ออกเดินทางจาก 6 ประเทศ

แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยการบินได้ออกมาเตือนด้วยว่า อาจมีความเสี่ยงสูงขึ้น จากกรณีที่แบตเตอรี่ลิเธียมในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ติดไฟแล้วไม่มีใครรู้ หากถูกนำไปเก็บไว้ในส่วนเก็บสัมภาระใต้ท้องเครื่องบิน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง