ทูตจีนอ้าง “หนึ่งประเทศสองระบบ” ช่วยพัฒนาฮ่องกงตลอด 20 ปี

วิวฮ่องกง Image copyright Getty Images

นายหลิว เสี่ยวหมิง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำสหราชอาณาจักร ให้สัมภาษณ์กับบีบีซี เรดิโอโฟร์ ของบีบีซี จากสตูดิโอที่กรุงลอนดอน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 29 มิ.ย. ว่า การปกครองแบบประเทศเดียวสองระบบ ถูกนำไปใช้จนเกิดผลสำเร็จอย่างยิ่ง และรัฐบาลจีนได้ทำตามคำสัญญาทุกประการ ซึ่งจะเห็นได้ว่าฮ่องกง ดีขึ้นกว่าเมื่อ 20 ปีก่อนมาก เช่น ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว และตัวเลขสำรองเงินตราต่างประเทศ เพิ่มขึ้น 3 เท่า และฮ่องกง ยังคงเป็นศูนย์กลางด้านการเงิน การค้า และการขนส่งทางเรือที่สำคัญของโลกอยู่

แม้จะไม่มีข้อโต้เถียงว่า ฮ่องกงมีความเจริญก้าวหน้าด้านเศรษฐกิจจริง แต่ก็มีอดีตเจ้าหน้าที่ผู้บริหารระดับสูง เช่น นางอันสัน ชาน อดีตผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง เคยออกมากล่าวถึง การลิดรอนสิทธิตามกฎหมายว่า 'จีนพยายามจะใช้มาตรการควบคุมที่เข้มข้นขึ้น' โดยตัวอย่างของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง คือกรณีเมื่อปี 2015 ที่นักธุรกิจสิ่งพิมพ์ 5 คนถูกลักพาตัวไป เพราะขายหนังสือที่วิจารณ์รัฐบาลจีน ซึ่งหลังจากได้รับการปล่อยตัว มีรายหนึ่งออกมาจัดงานแถลงข่าวว่า ถูกจับขังเดี่ยวนาน 8 เดือน

แต่นายหลิว แย้งว่า คนเหล่านี้สมัครใจเดินทางไปจีนเอง เพื่อให้ความร่วมมือกับการสอบสวน นอกจากนี้ ยังระบุว่า ไม่เห็นด้วยกับคำกล่าวอ้างที่ว่ารัฐบาลจีนเข้ามาลิดรอนสิทธิการแสดงความคิดเห็นของชาวฮ่องกง โดยยกตัวอย่างเปรียบเทียบการปกครองฮ่องกงทุกวันนี้กับ 20 ปีที่แล้วว่า ก่อนหน้านี้ไม่มีเลือกตั้ง เนื่องจากฮ่องกงเป็นอาณานิคมจึงไม่มีการเลือกตั้งผู้บริหารสูงสุด และเขาเชื่อว่า กระบวนประชาธิปไตยต้องใช้เวลาดำเนินไปอย่างเป็นขั้นเป็นตอน

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ดอกไม้ไฟสว่างไสวเหนืออ่าววิคตอเรียของฮ่องกงในการฉลองครบรอบ 15 ปีการส่งมอบเกาะฮ่องกงคืนให้แก่จีนเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2012

เอกอัครราชทูตจีนยังกล่าวด้วยว่า จีนถือว่าฮ่องกงเป็นส่วนหนึ่งของจีน ดังนั้นประเทศอื่นไม่ควรเข้ามาแทรกแซงกิจการภายใน

อย่างไรก็ตาม หนึ่งในคำสัญญาที่รัฐบาลจีนได้ให้เอาไว้ เมื่อตอนส่งมอบการปกครองจากสหราชอาณาจักรเมื่อ 20 ปี ที่แล้ว รวมถึงเสรีภาพในการชุมนุม และการแสดงความคิดเห็น แต่เมื่อคืนที่ผ่านมา มีผู้ประท้วง 26 ราย ถูกจับกุม หลังจากปีนขึ้นไปบนประติมากรรมสีทองรูปดอกชงโค ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการส่งคืนการปกครอง

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ผู้ประท้วงหลายหมื่นคนกางร่มระหว่างการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยเมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2014

แครี เกรซี บรรณาธิการข่าว บีบีซี ประจำประเทศจีน รายงานผ่านรายการทูเดย์โชว์ ทางเรดิโอโฟร์ ในวันเดียวกัน ถึงข่าวการเยือนฮ่องกงของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน เพื่อร่วมพิธีรำลึก 20 ปี ที่สหราชอาณาจักรคืนเขตปกครองพิเศษฮ่องกงให้กับจีน โดยระบุว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะร่วมฉลองโอกาสนี้ เนื่องจากประชาชนจำนวนหนึ่งมองว่า พวกเขาไม่ได้รับประชาธิปไตยอย่างที่จีนเคยได้ให้สัญญาไว้ ซึ่งสถานการณ์กำลังตึงเครียดมากขึ้น

นายเจสัน อึง ทนายความและนักข่าวท้องถิ่น ให้สัมภาษณ์ว่า "ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะไม่ได้เห็นชีวิตที่แท้จริงของชาวฮ่องกงเลย เพราะการดูแลความสงบเรียบร้อยสูงสุด ที่มีรูปแบบเหมือนเกาหลีเหนือ จะทำให้เขาได้เห็นแต่ด้านที่สวยงามของฮ่องกง และผู้ประท้วงก็จะถูกกีดกันไม่ให้เข้าใกล้"

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ เจ้าชายแอนดรูว์ ดยุคแห่งยอร์ก (กลางขวา) และนายหลิว เสี่ยวหมิง เอกอัครราชทูตจีนประจำสหราชอาณาจักร (กลางซ้าย) ระหว่างเดินผ่านย่านไชน่าทาวน์ในกรุงลอนดอน หลังทำพิธีเปิดประตูจำลองสมัยราชวงศ์ชิง เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 2016

นายเจสัน อึง เป็นหนึ่งในผู้ที่เคยเข้าร่วมประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยเมื่อ 3 ปีที่แล้ว เพื่อแสดงความไม่พอใจกับปัญหาค่าที่พักอาศัยแพง ความไม่เท่าเทียม และการแทรกแซงจากรัฐบาลจีน

"ผมคิดว่า ถ้าพูดถึงรัฐบาลจีนแล้ว ต้นตอของปัญหาเรื่องการเมือง เป็นเพราะชาวฮ่องกงรุ่นใหม่จำนวนมาก ไม่รู้สึกว่าตนเองเป็นชาวจีนหรือเป็นส่วนหนึ่งของจีนอีกแล้ว แต่รัฐบาลจีน ก็ยังพยายามปลูกฝังค่านิยมรักชาติแบบจีนให้กับเด็กอยู่"

สำหรับประชาชนทั่วไป ราคาอะพาร์ตเมนต์ในฮ่องกงถือว่าสูงกว่ารายได้มาก แม้จะมีเงินมากกว่า 1 ล้านปอนด์ (44.4 ล้านบาท) ก็ซื้อห้องได้แค่ขนาดประมาณห้องนั่งเล่นทั่วไปในประเทศอื่น ๆ

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ชายวัย 78 ปีนั่งอยู่ภายในที่พักที่มีสภาพเหมือนกรง

นางสาวอัน ชาง อายุ 33 ปี ที่กำลังเก็บเงินซื้ออะพาร์ตเมนต์กล่าวว่า ชาวฮ่องกงที่ซื้อที่พักอาศัยเป็นของตนเอง 'จะไม่ได้กิน ไม่ได้เที่ยว ไม่ได้เข้าสังคม เพราะถ้าจะซื้อบ้านต้องเป็นหนี้ 30-40 ปี เหมือนต้องตกเป็นทาสการผ่อนบ้านตลอดเวลา' ทำให้ปัจจุบันเธอและน้องชายอายุ 30 ยังต้องอาศัยอยู่กับพ่อแม่ ซึ่งเป็นสภาพชีวิตปกติของชาวฮ่องกง ที่มีส่วนทำให้เกิดความไม่พอใจทางการเมืองมากขึ้น เธอกล่าวว่า "คนรุ่นใหม่หงุดหงิด เพราะไม่รู้อนาคต และไม่คิดว่าจะมีเงินซื้อที่พักอาศัยของตัวเองได้ ซึ่งการต้องอยู่ห้องแคบๆ อย่างแออัดกับครอบครัว และต้องเจอหน้าพ่อแม่ตลอดเวลา ทำให้หลายคนรู้สึกท้อแท้"

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ สำหรับประชาชนทั่วไป ราคาอะพาร์ตเมนต์ในฮ่องกงถือว่าสูงกว่ารายได้มาก แม้จะมีเงินมากกว่า 1 ล้านปอนด์ (44.4 ล้านบาท) ก็ซื้อห้องได้แค่ขนาดประมาณห้องนั่งเล่นทั่วไปในประเทศอื่น ๆ

ด้านนายปีเตอร์ แมทเธสัน รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยฮ่องกง กล่าวว่าการเรียกร้องประชาธิปไตยของนักศึกษา เปรียบเสมือนอาการมากกว่าโรค โดยจากการพูดคุยกับนักศึกษาส่วนหนึ่ง พบว่า มีจำนวนไม่มากที่ต้องการเอกราชอย่างสมบูรณ์ เพียงแต่การที่มนุษย์จะมีความสุขได้ ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับความสามารถในการกำหนดอนาคตตัวเองด้วย ซึ่งถ้าคนเรากำหนดชีวิตตัวเองไม่ได้ก็จะไม่มีความสุข

ตรงกับความรู้สึกของนายอึง ที่หากมีโอกาสบอกกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ เขาอยากพูดว่า "ถ้าต้องการปกครองฮ่องกง ก็ควรปล่อยให้เรามีอิสระ เราต้องการวิถีชีวิตแบบของเราเอง ดังนั้นควรลดการกดดัน เพราะหากคนเราถูกกดดัน ก็จะต้องตอบโต้กลับ"