สภาฯ เยอรมนีผ่านกฎหมายรับรองสิทธิการแต่งงานคนเพศเดียวกัน

การปฏิรูปกฎหมาย จะเปิดทางให้กลุ่มคนรักร่วมเพศมีสิทธิเท่าเทียมกับคู่แต่งงานทั่วไป Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ การปฏิรูปกฎหมาย จะเปิดทางให้กลุ่มคนรักร่วมเพศมีสิทธิเท่าเทียมกับคู่แต่งงานทั่วไป

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเยอรมนี ลงมติผ่านร่างกฎหมายรับรองสิทธิการแต่งงานของคนเพศเดียวกัน ด้วยคะแนนเสียงข้างมากแบบทิ้งห่าง หลังนายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล เลิกต่อต้านแนวคิดดังกล่าว

การปฏิรูปกฎหมายนี้จะเปิดโอกาสให้ชาวเกย์และเลสเบี้ยนในเยอรมนี สามารถจดทะเบียนสมรสได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งรวมถึงสิทธิการรับเลี้ยงดูบุตรบุญธรรมด้วย ต่างจากสถานะเดิมที่คู่รักเพศเดียวกันในเยอรมนี ทำได้แค่การจดทะเบียนคู่ชีวิต (civil union)

นายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล ที่เพิ่งตัดสินใจเมื่อวันจันทร์ ให้ร่างกฎหมายนี้เข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ได้ออกเสียงคัดค้าน ขณะที่ ส.ส.ฝ่ายค้านพากันเทคะแนนสนับสนุนร่างกฎหมายดังกล่าว

ที่มาของการตัดสินใจให้มีการลงคะแนน

ในการหาเสียงเลือกตั้งเมื่อปี 2013 นางแมร์เคิลต่อต้านการแต่งงานของคนเพศเดียวกัน โดยอ้างเหตุผลบนพื้นฐานของ "สวัสดิภาพเด็ก" และยอมรับว่ารู้สึกลำบากใจกับประเด็นนี้ อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรีเยอรมันได้สร้างความประหลาดใจแก่สื่อมวลชนในระหว่างร่วมงานของนิตยสารบริเจ็ต เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ด้วยการประกาศบนเวทีว่าเธอรับรู้ถึงความต้องการของพรรคการเมืองอื่นที่สนับสนุนร่างกฎหมายนี้ จึงจะเปิดทางให้สภาผู้แทนราษฎรได้ลงคะแนน

นางแมร์เคิลระบุว่าเธอได้รับ "ประสบการณ์เปลี่ยนชีวิต" ในเขตเลือกตั้งของตัวเอง ตอนที่ได้ร่วมรับประทานอาการค่ำกับคู่รักเลสเบี้ยนที่ให้การดูแลเด็กกำพร้าถึง 8 คน

หลังจากที่ข่าวนี้แพร่ออกไปทางทวิตเตอร์ เริ่มมีผู้รณรงค์โดยใช้แฮชแท็ก #EheFuerAlle หรือการแต่งงานสำหรับทุกคน และเรียกร้องให้สภาฯ พิจารณาร่างกฎหมายโดยเร็วที่สุด

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ นายกรัฐมนตรีแมร์เคิล กล่าวว่า "ได้รับประสบการณ์เปลี่ยนชีวิต" เมื่อได้พบกับคู่รักเลสเบี้ยนที่รับดูแลเด็กกำพร้า 8 คน

การแต่งงานของคนเพศเดียวกันได้รับเสียงสนับสนุนมากน้อยเพียงไร

ในการสำรวจความคิดเห็นล่าสุด โดยหน่วยงานของรัฐบาลที่ดูแลงานต่อต้านการเลือกปฏิบัติ พบว่า ชาวเยอรมนีร้อยละ 83 สนับสนุนสิทธิการแต่งงานที่เท่าเทียม

และในวันที่สาธารณะไอร์แลนด์ ผ่านกฎหมายการแต่งงานของคนเพศเดียวกันเมื่อปี 2015 หนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับของเยอรมนีได้ตีพิมพ์สัญลักษณ์แถบสีรุ้งขึ้นหน้าหนึ่ง

ด้านนางแคทริน กอริง-เอ็กฮาร์ท ผู้นำพรรคกรีน กล่าวว่า "ถึงเวลาแล้ว นายกฯ แมร์เคิล และฝ่ายการเมืองของเธอ จะเลิกนิ่งเฉยกับข้อโต้เถียงเรื่องสิทธิการแต่งงานที่เท่าเทียม"

เหตุใดจึงเปิดให้สภาฯ ลงคะแนนตอนนี้

เยอรมนี กำลังจะจัดการเลือกตั้งทั่วไปขึ้นในวันที่ 24 ก.ย.นี้ ซึ่งการเปลี่ยนใจอย่างกะทันหันของนายกรัฐมนตรีแมร์เคิล ช่วยลดประเด็นที่คู่แข่งทางการเมืองจะหยิบไปโจมตีได้ เนื่องจากทั้งพรรคกรีน พรรคลิงค์ที่มีแนวนโยบายซ้ายจัด และพรรคเดโมแครตที่สนับสนุนกลุ่มธุรกิจ ต่างให้การสนับสนุนการแต่งงานของคนเพศเดียวกัน ถึงกับเคยปฏิเสธเข้าร่วมรัฐบาลผสมในอนาคต หากไม่มีข้อตกลงเรื่องการปฏิรูปกฎหมายสิทธิการแต่งงาน

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ภายนอกรัฐสภา คู่รักเพศเดียวกันต่างแสดงความยินดีกับการผ่านร่างกฎหมายนี้ ก่อนปิดสมัยประชุมช่วงฤดูร้อน

ด้านพรรคร่วมรัฐบาลปัจจุบันของนางแมร์เคิล อย่างโซเชียล เดโมแครต หรือเอสพีดี ก็ได้ยื่นข้อเสนอเดียวกัน ทำให้พรรคเอเอฟดีที่มีนโยบายขวาจัด กลายเป็นพรรคเดียวที่ต่อต้านการแต่งงานของคนเพศเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม นักการเมืองฝ่ายอนุรักษ์นิยมในพรรคคริสเตียนเดโมแครตของนางแมร์เคิลเอง ยังคงต่อต้างกฎหมายใหม่นี้อยู่ โดยอ้างว่าการอนุญาตให้คนเพศเดียวกันจดทะเบียนสมรสกันได้ ทำให้ต้องกลับไปแก้รัฐธรรมนูญ และการแต่งงานระหว่างหญิงชายควรจะได้รับการปกป้องเป็นพิเศษ

ปฏิกิริยาของคู่แข่งทางการเมือง

ท่ามกลางเสียงสนับสนุนจากประชาชนส่วนใหญ่ นักการเมืองฝ่ายค้านของเยอรมนี พยายามเคลื่อนไหวเพื่อหาประโยชน์ทางการเมืองจากการผ่านร่างกฎหมายนี้ โดยหลังจากที่นายกรัฐมนตรีแมร์เคิลประกาศจะให้มีการลงคะแนน นายมาร์ติน ชูลซ์ ผู้สมัครตำแหน่งนายกรัฐนตรีจากพรรคเอสพีดี ได้ออกมาเรียกร้องให้สภาฯ เปิดการลงคะแนนทันที ขณะที่พรรคกรีน และพรรคลิงค์ ออกมากล่าวสนับสนุน

ทำให้พรรคของนางแมร์เคิล ออกมาประณามพรรคเอสพีดีซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลว่า "ทำลายความเชื่อใจ"หลังจากบริหารประเทศร่วมกันมา 4 ปี

สิทธิการแต่งงานของคนเพศเดียวกันในยุโรป

เยอรมนียังถือว่าตามหลังประเทศอื่นในยุโรป ในประเด็นกฎหมายการแต่งงานของคนเพศเดียวกัน โดยประเทศที่รับรองสิทธิการจดทะเบียนสมรสของคนทุกเพศแล้ว ได้แก่ นอร์เวย์ สวีเดน เดนมาร์ก สเปน โปรตุเกส ลักเซมเบิร์ก ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร (ยกเว้นไอร์แลนด์เหนือ และเกาะเจอร์ซีย์) และสาธารณรัฐไอร์แลนด์ ส่วนประเทศที่อนุญาตให้มีการจดทะเบียนคู่ชีวิตคือ ออสเตรีย และอิตาลี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง