ทรัมป์ลั่นสิ้นสุดความอดทนกับเกาหลีเหนือแล้ว

นายทรัมป์พบหารือกับผู้นำเกาหลีใต้ที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ Image copyright ALEX WONG
คำบรรยายภาพ นายทรัมป์พบหารือกับผู้นำเกาหลีใต้ที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวระหว่างการพบหารือกับนายมุน เจ อิน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ว่า ช่วงเวลาหลายปีที่สหรัฐฯใช้นโยบายอดทนอดกลั้นเชิงกลยุทธ์กับเกาหลีเหนือนั้นนับว่าล้มเหลว และขณะนี้ถึงเวลาต้องใช้วิธีการตอบโต้แบบมุ่งมั่นจริงจังแล้ว

"พูดตามตรง ความอดทนนั้นสิ้นสุดแล้ว" ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าว

ผู้นำสหรัฐฯกล่าวข้างต้น ขณะแถลงข่าวการพบหารือกับผู้นำเกาหลีใต้ที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯในกรุงวอชิงตัน โดยเผยว่าปัญหาเกาหลีเหนือเป็นประเด็นสำคัญอันดับแรกในการพบหารือของทั้งสองในครั้งนี้ เนื่องจากสหรัฐฯและเกาหลีใต้กำลังเผชิญภัยจากระบอบการปกครองของเกาหลีเหนืออันโหดร้ายและไร้ความยั้งคิด ผู้นำสหรัฐฯยังเรียกร้องให้เกาหลีเหนือรีบเลือกทางเดินที่ดีกว่าโดยเร็วอีกด้วย

"สหรัฐฯจะทำงานร่วมกับเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และพันธมิตรทั่วโลกอย่างใกล้ชิด ทั้งในด้านการทูต ความมั่นคง และมาตรการทางเศรษฐกิจ เพื่อปกป้องพลเมืองของเราและของพันธมิตรจากภัยที่มีชื่อว่าเกาหลีเหนือ" นายทรัมป์กล่าว

ด้านนายมุน เจ อิน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้กล่าวว่า จะเดินหน้าปฏิรูปการป้องกันประเทศ และเสริมสร้างศักยภาพทางทหารของเกาหลีใต้ต่อไป เพราะมีเพียงความแข็งแกร่งในด้านความมั่นคงปลอดภัยเท่านั้น ที่จะนำมาซึ่งสันติภาพอย่างยั่งยืนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

อย่างไรก็ตาม นายมุนย้ำด้วยว่าการเจรจากับบรรดาผู้นำของเกาหลีเหนือต่อไปนั้น ยังคงมีความสำคัญและจำเป็นจะต้องดำเนินต่อไปอยู่

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ นายมุนย้ำด้วยว่าการเจรจากับบรรดาผู้นำของเกาหลีเหนือต่อไปนั้น ยังคงมีความสำคัญและจำเป็นจะต้องดำเนินต่อไปอยู่

การพบเจรจาระหว่างผู้นำสหรัฐฯและผู้นำเกาหลีใต้มีขึ้น หลังจากรัฐบาลจีนได้ออกมาแถลงตำหนิสหรัฐฯ ด้วยความไม่พอใจที่สหรัฐฯคว่ำบาตรธนาคารและกิจการในจีนบางแห่งซึ่งต้องสงสัยว่าช่วยเหลือทางการเงินแก่เกาหลีเหนือ โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนเรียกร้องให้สหรัฐฯ "ยุติการกระทำที่ผิดพลาด" เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนถึงความร่วมมืออันดีระหว่างสองประเทศ

บุคคลและองค์กรในจีนที่ถูกสหรัฐฯคว่ำบาตรในครั้งนี้ ประกอบด้วยธนาคารแห่งตันตง บริษัทขนส่งสินค้าต้าเหลียน โกลบอล ยูนิตี้ ชิปปิ้ง และพลเมืองจีนสองรายที่เปิดบริษัทบังหน้าให้กับกิจการของเกาหลีเหนือที่ถูกขึ้นบัญชีดำมาก่อน โดยองค์กรและบุคคลเหล่านี้จะไม่สามารถดำเนินธุรกิจในสหรัฐฯ และธุรกรรมทั้งหมดจะถูกติดตามเพื่อตัดเส้นทางการผองถ่ายเงินหลายล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เข้าสู่บริษัทที่เกี่ยวข้องกับโครงการพัฒนาอาวุธอานุภาพทำลายล้างสูงและขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ

รัฐมนตรีคลังของสหรัฐฯชี้แจงว่า มาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวไม่ได้มีขึ้นเพื่อตอบโต้จีน หลังจากจีนไม่เคลื่อนไหวกดดันเกาหลีเหนือให้ล้มเลิกการทดลองขีปนาวุธตามที่สหรัฐฯคาดหวัง แต่เป็นมาตรการที่เจาะจงเฉพาะองค์กรและบุคคลบางคนในจีนเท่านั้น เพื่อไม่ให้เกาหลีเหนือมีเงินทุนในการพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ต่อไป

Image copyright TWITTER/DONALD TRUMP