แพทย์ผ่าตัดฝังแม่เหล็กรักษาอาการตากระตุกได้แล้ว

แพทย์ยังไม่ทราบถึงสาเหตุที่แน่ชัดของอาการตากระตุก Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ แพทย์ยังไม่ทราบถึงสาเหตุที่แน่ชัดของอาการตากระตุก

แพทย์อังกฤษและนักวิจัยจากยูนิเวอร์ซิตี คอลเลจ ลอนดอน (ยูซีแอล) ร่วมกับมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดฝังแม่เหล็กขนาดเล็กในเบ้าตาของคนไข้รายหนึ่ง เพื่อแก้ไขอาการตากระตุก (Nystagmus) ซึ่งผู้ป่วยไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของดวงตาได้ ทำให้มีปัญหาในการมองเห็นอย่างมาก

มีการเผยแพร่รายละเอียดของกรณีศึกษาดังกล่าว ในวารสารการแพทย์ Ophthalmology โดยระบุว่าอาการตากระตุกนี้พบได้ในคนทั่วไปที่สัดส่วนราว 1 ใน 1,000 คน โดยกล้ามเนื้อตาจะมีอาการกระตุกหรือกวัดแกว่งไปมา จากซ้ายไปขวาหรือจากบนลงล่างรวมทั้งหมุนวนไปมาโดยบังคับควบคุมไม่ได้ ซึ่งแพทย์ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดของอาการนี้ แต่เป็นไปได้ว่ามาจากความผิดปกติหลากหลายสาเหตุในระบบประสาทส่วนกลาง รวมถึงความผิดปกติในการเชื่อมต่อประสาทตาเข้ากับสมองส่วนที่วิเคราะห์การมองเห็นด้วย

ก่อนที่จะมีการพัฒนาวิธีผ่าตัดฝังแม่เหล็กดังกล่าว อาการตากระตุกนั้นไม่มีทางรักษาได้ เช่นในกรณีของคนไข้ชายผู้เข้ารับการทดลองฝังแม่เหล็กในดวงตานี้ เขาเริ่มมีอาการตากระตุกในวัยเกือบ 50 ปี หลังป่วยเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง อาการตากระตุกทำให้เขาต้องออกจากงานประจำที่ทำอยู่ ทั้งไม่สามารถอ่านหนังสือ ดูโทรทัศน์ หรือทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันที่ใช้สายตาได้โดยสะดวก

แพทย์ได้ผ่าตัดฝังก้อนแม่เหล็กขนาดเล็กจิ๋วสองก้อนลงในตาแต่ละข้างของคนไข้ โดยแม่เหล็กก้อนหนึ่งจะฝังติดกับกระดูกก้นเบ้าตา ส่วนอีกก้อนหนึ่งจะถูกเย็บติดกับกล้ามเนื้อควบคุมการเคลื่อนไหวของลูกตาด้านใดด้านหนึ่ง แรงแม่เหล็กจะช่วยต้านการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อตาซึ่งเกิดขึ้นเองโดยที่คนไข้ไม่ต้องการ ซึ่งจะไม่กระทบต่อการเคลื่อนไหวลูกตาที่เกิดขึ้นเพื่อเปลี่ยนมุมมองตามธรรมชาติ และการเคลื่อนไหวลูกตาตามที่คนไข้ต้องการ

"โชคดีที่แรงซึ่งใช้ในการเคลื่อนไหวลูกตาโดยตั้งใจนั้น มากกว่าแรงซึ่งทำให้เกิดอาการตากระตุก ทำให้เราสามารถใช้เพียงแม่เหล็กขนาดเล็กแก้ไขได้ ซึ่งจะไม่ทำให้ลูกตาทั้งหมดแข็งค้างไป" ศาสตราจารย์เควนทิน แพงค์เฮิร์สท์ ผู้นำคณะวิจัยกล่าว

Image copyright PARASHKEV NACHEV
คำบรรยายภาพ ภาพสแกนแสดงให้เห็นแม่เหล็กที่ฝังอยู่ในเบ้าตาเป็นจุดสีแดง

ทีมแพทย์และคณะนักวิจัยระบุว่า นี่เป็นครั้งแรกของโลกที่มีการใช้อวัยวะเทียมควบคุมกล้ามเนื้อตาได้สำเร็จ โดยคนไข้ฟื้นตัวจากการผ่าตัดอย่างรวดเร็ว มีการมองเห็นที่ดีขึ้น สามารถกลับไปทำงานและกิจกรรมใช้สายตาต่าง ๆได้ แม้การผ่าตัดจะผ่านไปนานถึง 4 ปีแล้วก็ตาม

อย่างไรก็ตาม เทคนิคนี้ยังต้องผ่านการทดสอบอีกหลายปี กว่าที่จะนำออกใช้กับคนไข้ทั่วไปได้ และแพทย์เตือนว่าการฝังแม่เหล็กอาจใช้ไม่ได้กับคนไข้ที่มีอาการตากระตุกทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเข้ารับการสแกนจากเครื่องตรวจเอกซเรย์ด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) อยู่เป็นประจำ

ผู้เชี่ยวชาญคาดว่า ความสำเร็จในครั้งนี้ จะปูทางไปสู่การพัฒนาเทคนิคการใช้แม่เหล็กเพื่อควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายส่วนอื่น ๆ ที่มีปัญหา นอกเหนือจากดวงตาได้ต่อไป