เรือรบสหรัฐฯ แล่นเข้าใกล้เกาะพิพาทในทะเลจีนใต้

เรือรบยูเอสเอส สเตแธม เข้าเทียบท่าที่นครเซี่ยงไฮ้ของจีนเมื่อปี 2015 Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ เรือรบยูเอสเอส สเตแธม เข้าเทียบท่าที่นครเซี่ยงไฮ้ของจีนเมื่อปี 2015

เรือรบยูเอสเอส สเตแธม ของสหรัฐฯ แล่นเฉียดเข้าใกล้เกาะไทรทัน หรือเกาะหอยสังข์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะพาราเซลในทะเลจีนใต้ที่จีนอ้างกรรมสิทธิ์ โดยก่อนหน้านี้เกาะดังกล่าวตกเป็นกรณีพิพาทระหว่างจีน เวียดนาม และไต้หวัน ซึ่งต่างก็อ้างกรรมสิทธิ์เหนือเกาะแห่งนี้ทับซ้อนกัน

เรือรบของสหรัฐฯ แล่นเข้ามาในระยะห่างน้อยกว่า 12 ไมล์ทะเลจากชายฝั่งของเกาะดังกล่าว ทำให้ทางการจีนแถลงประท้วงด้วยความไม่พอใจว่า การกระทำเช่นนี้ของสหรัฐฯ เป็นการยั่วยุทางการเมืองและทางทหารอย่างร้ายแรง และจีนจะดำเนินการที่จำเป็นทุกวิถีทาง เพื่อรักษาความมั่นคงและอธิปไตยของชาติ จีนยังกล่าวหาสหรัฐฯ ด้วยว่าเจตนาสร้างปัญหาขึ้นโดยไม่จำเป็น ทั้งที่สถานการณ์ความขัดแย้งเรื่องกรรมสิทธิ์ในทะเลจีนใต้ระหว่างจีนกับเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น ลดความร้อนแรงลงแล้ว

ทั้งนี้ การแล่นเรือรบเข้าใกล้พื้นที่พิพาททางทะเลครั้งล่าสุดของสหรัฐฯ นับเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ "เสรีภาพในการเดินเรือและเดินอากาศ" (Freedom of Navigation) ที่ดำเนินมาก่อนหน้านี้หลายครั้ง เพื่อตอบโต้การอ้างกรรมสิทธิ์เหนือน่านน้ำและน่านฟ้าทั่วโลกอย่างเกินขอบเขตของบางชาติ

อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการของเรือรบสหรัฐฯ ครั้งนี้ มีขึ้นไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ มีกำหนดจะสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ทำให้ในระหว่างการสนทนาดังกล่าว ผู้นำจีนบอกกับผู้นำสหรัฐฯว่าขณะนี้มี "ปัจจัยลบ" บางอย่างที่กระทบต่อสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯอยู่ แต่ทางทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ แถลงถึงผลการหารือทางโทรศัพท์ครั้งนี้ภายหลังว่า จีนยังคงยืนยันถึงพันธกิจที่จะมุ่งทำให้คาบสมุทรเกาหลีปลอดนิวเคลียร์

เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เรือรบยูเอสเอส ดิวอี้ ได้แล่นเข้าประชิดเกาะเทียมที่จีนสร้างบริเวณแนวปะการังมิสชีฟ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะสแปรตลีย์ในทะเลจีนใต้มาแล้ว โดยนายเจมส์ แมตทิส รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวหลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้นว่า สหรัฐฯ จะไม่ยอมรับการสร้างฐานทัพและประจำการกองทหารของจีนบนเกาะเทียมในบริเวณดังกล่าว

ทั้งนี้ กรณีพิพาทเรื่องการอ้างกรรมสิทธิ์เหนือน่านน้ำทะเลจีนใต้ ทวีความตึงเครียดขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยจีน ไต้หวัน เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และบรูไน ต่างก็อ้างกรรมสิทธิ์ทับซ้อนกันในพื้นที่ดังกล่าว ส่วนสหรัฐฯ เริ่มดำเนินปฏิบัติการ "เสรีภาพในการเดินเรือและเดินอากาศ" ในช่วงเดียวกัน โดยใช้เรือรบและเครื่องบินทหารออกปฏิบัติการในเขตน่านน้ำและน่านฟ้าสากล โดยอ้างว่าเพื่อให้นานาชาติปฏิบัติตามกฎที่ระบุไว้ในอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS)