สปท. เสนอคุมสื่อออนไลน์ด้วยการสแกนลายนิ้วมือ-ใบหน้าผู้ใช้ซิมมือถือเติมเงินทั่วประเทศ

เครื่องสแกนลายนิ้วมือ Image copyright Getty Images

สปท.เสนอวิธีคุมสื่อออนไลน์ ด้วยผู้ให้บริการต้องเปิดเผยข้อมูลพื้นฐานผู้ใช้ และให้ กสทช. ปรับแผนบังคับสแกนลายนิ้วมือและใบหน้าของผู้ใช้โทรศัพท์มือถือระบบเติมเงินทั่วประเทศ โดยคนซื้อซิมโทรศัพท์ใน "พื้นที่อ่อนไหว" ภาคใต้จะถูกสแกนนิ้วมือและใบหน้า ก่อนที่อื่น

คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชน เสนอแนะแนวทางการปฏิรูปการใช้สื่อโซเชียลมีเดียระยะเร่งด่วน (2560-2562) ต่อที่ประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ให้จัดระบบการเข้าถึงสื่อออนไลน์ด้วยการเพิ่มมาตรการจัดระเบียบการลงทะเบียนโทรศัพท์มือถือโดยเฉพาะระบบเติมเงินโดยให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ปรับแผนให้ใช้ลายนิ้วมือ ใบหน้า ควบคู่กับการลงทะเบียนโทรศัพท์มือถือด้วยบัตรประชาชน ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ แต่จะเริ่มในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ก่อน

พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รองประธานคณะกรรมาธิการฯ เปิดเผยกับบีบีซีไทยว่า การจัดระเบียบลงทะเบียนโทรศัพท์มือถือจะบังคับใช้ใน "พื้นที่อ่อนไหว" คือสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ก่อนที่จะขยายมาเป็นใช้บังคับในทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้ครอบคลุมและเป็นผลดีต่อการรักษาความปลอดภัย

คณะกรรมาธิการฯ ยังเสนอให้จำกัดจำนวนการลงทะเบียนการใช้ซิมของบุคคลให้เหมาะสม เพื่อป้องกันการกว้านซื้อซิมเพื่อประโยชน์เชิงพาณิชย์ ในเวลาเดียวกันยังเสนอให้จัดตั้งศูนย์กลางบริหารจัดการข้อมูลผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ โดยบริษัทที่ให้บริการโทรศัพท์มือถือจะต้องส่งข้อมูลให้กับศูนย์กลางบริหารข้อมูลโทรศัพท์มือถือทุกครั้งที่มีการจดทะเบียนและยกเลิกการใช้งาน รวมทั้งการเปิดเผยข้อมูลพื้นฐานของผู้ครอบครองมือถือ เพื่อลดปัญหาการใช้สื่อออนไลน์ที่ไม่เหมาะสม

Image copyright BBC Thai
คำบรรยายภาพ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รองประธานคณะกรรมาธิการฯ เปิดเผยกับบีบีซีไทยว่า การจัดระเบียบลงทะเบียนโทรศัพท์มือถือจะบังคับใช้ใน "พื้นที่อ่อนไหว" คือสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ก่อนที่จะขยายมาเป็นใช้บังคับในทุกจังหวัดทั่วประเทศ

นอกจากนี้ได้เสนอให้จัดตั้งศูนย์กลางเฝ้าระวัง โดยปรับภารกิจงานเฝ้าระวังของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มาให้กับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เป็นผู้ดำเนินการแทน รวมทั้งให้กรมสรรพากรปรับปรุงกฎหมายประมวลรัษฎากร เร่งรัดการใช้มาตรการทางภาษีกับผู้ให้บริการสื่อออนไลน์ต่างประเทศโดยเร็ว เพื่อใช้ควบคู่กับการทำให้การบังคับใช้มาตรการเก็บภาษีผู้บริโภคกับการใช้โฆษณาหรือการซื้อขายผ่านสื่อออนไลน์ให้เป็นจริง โดยให้ถือว่าการประกอบธุรกิจออนไลน์ในไทยของต่างประเทศอยู่ในเกณฑ์ต้องเสียภาษี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างการพิจารณา สปท.ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับข้อเสนอ ขณะที่ พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช สปท. กล่าวว่าไม่เห็นด้วยกับการนำระบบสแกนนิ้วมือและใบหน้ามาใช้เพราะเป็นการจำกัดสิทธิมนุษยชนและเกินกว่าเหตุ กับไม่เห็นด้วยที่จะให้เปิดเผยข้อมูลพื้นฐานส่วนตัวกับศูนย์กลางบริหารจัดการข้อมูลผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สุดแล้ว สปท.ลงมติด้วยคะแนน 144 ต่อ 1 เห็นชอบกับรายงานดังกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง