'ซูเปอร์ติวเตอร์' ธุรกิจทำเงินมหาศาลในอังกฤษ

มาร์ค แม็คเลน ได้รับการขนานนามว่าเป็น "ซูเปอร์ติวเตอร์" เนื่องจากอัตราความสำเร็จของนักเรียนที่เขาสอน เขาคิดค่าสอนชั่วโมงละ 150-1,000 ปอนด์ หรือราว 6,600-44,000 บาท Image copyright Mark Mclaine
คำบรรยายภาพ มาร์ค แม็คเลน ได้รับการขนานนามว่าเป็น "ซูเปอร์ติวเตอร์" เนื่องจากอัตราความสำเร็จของนักเรียนที่เขาสอน เขาคิดค่าสอนชั่วโมงละ 150-1,000 ปอนด์ หรือราว 6,600-44,000 บาท

บริการด้านการศึกษานำเงินเข้าระบบเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรปีละ 1.75 หมื่นล้านปอนด์ หรือราว 7.7 แสนล้านบาท อะไรคือสิ่งที่ทำให้มีผู้ยอมจ่ายเงินมหาศาลเพื่อการศึกษา และเหตุใดพ่อแม่บางคนเต็มใจที่จะใช้เงินหลายพันปอนด์ในการจ้าง "ซูเปอร์ติวเตอร์" ค่าตัวแพงเพื่อลูก

ครูสอนพิเศษส่วนตัววัย 25 ปี บอกว่า "ผมรู้ตัวว่าพลาดไป ตอนอยู่บนเครื่องบิน"

ขณะเขาเดินทางไปยังนครนิวยอร์กของสหรัฐฯ เพื่อใช้เวลาช่วงฤดูร้อนสอนพิเศษเด็กชายวัย 12 ขวบคนหนึ่ง เพื่อสอบเข้าโรงเรียนมัธยมต้น ด้วยความคิดที่ว่ายังมีเวลาอยู่ด้วยกันตลอด 3 สัปดาห์ เขาจึงตัดสินใจงีบหลับ หลังจากเขาติวเด็กชายคนดังกล่าวไปได้ 1 ชั่วโมงบนเครื่องบิน

แต่แล้วแม่ของเด็กชายก็เป็นคนมาปลุกเขาให้ตื่น และต่อว่าเขา "เธอคิดว่ามาพักผ่อนรึ"

งานกวดวิชาแบบที่เขาทำเป็นงานที่ได้รับค่าจ้างสูง และการแข่งขันที่เข้มข้นเพื่อแย่งกันเข้าโรงเรียนระดับชั้นนำในอังกฤษก็ทำให้ยิ่งเกิดความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้นโดยไม่น่าแปลกใจ

ติวเตอร์ชาวลอนดอนคนนี้ใช้ความยืดหยุ่นและรายได้จากงานของเขาในการทำตามสิ่งที่เขาปรารถนาจริง ๆ นั่นก็คือการผลิตภาพยนตร์ และการแสดง เขาไม่ต้องการที่จะเปิดเผยชื่อในบทความนี้ เพราะเกรงว่าจะส่งผลเสียต่องานในอนาคตของเขา

Image copyright Thinkstock
คำบรรยายภาพ นักเรียนต่างชาติมักใช้บริการติวเตอร์ชาวอังกฤษเพื่อเตรียมสอบเข้าโรงเรียนเอกชน

เขาคิดค่าสอน 40-90 ปอนด์ต่อชั่วโมง หรือราว 1,700-4,000 บาทในสหราชอาณาจักร แม้ว่าจะถูกหักให้กับทางสถาบันกวดวิชาที่ว่าจ้างเขา 25-50%

แต่เมื่อเขารับงานในต่างประเทศ ค่าติวจะสูงกว่านี้มาก เพื่อชดเชยกับการที่เขาไม่สามารถรับทำงานอื่นได้ โดยทั่วไปจะอยู่ที่ระหว่าง 800-1,500 ปอนด์ต่อสัปดาห์ หรือราว 35,000-66,000 บาทต่อสัปดาห์

ในการเป็นติวเตอร์มานาน 3 ปี เขาได้เดินทางไปทำงานในอินเดีย อินโดนีเซีย คอสตาริกา และในสหรัฐฯ ด้วย

เขาเล่าว่า การจ้างติวเตอร์ชาวอังกฤษกลายเป็นเรื่องธรรมดามากขึ้นในหลายประเทศ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องการให้ลูกหลานไปเรียนต่อระดับมัธยมในต่างประเทศ

การที่เขา "พูดติดสำเนียงผู้ดีอังกฤษนิดหน่อย" และจบจากโรงเรียนชั้นนำในลอนดอนเป็น "ใบเบิกทางที่มีค่ายิ่ง" ในต่างประเทศ ซึ่งต้องใช้ "ภาพลักษณ์และประวัติที่ดี"

การกวดวิชาเป็นหนึ่งในบริการทางการศึกษาของอังกฤษที่ทำเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้จำนวนมาก โดยตัวเลขล่าสุดที่สามารถหาได้พบว่าในปี 2011 มูลค่ารวมของธุรกิจการศึกษาของอังกฤษ ทั้งจากสาขาต่างประเทศ และนักเรียนต่างชาติที่เข้ามาเรียนในประเทศมีมูลค่า 1.75 หมื่นล้านปอนด์ หรือราว 7.7 แสนล้านบาท ซึ่งผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมนี้ระบุว่า ตัวเลขในปัจจุบันน่าจะสูงกว่าเมื่อปี 2011

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ความเก่าแก่ของการศึกษาอังกฤษน่าดึงดูดใจให้ครอบครัวที่ร่ำรวยในต่างประเทศส่งบุตรหลานมาเรียน

มาร์ค แม็คเลน ซึ่งร่วมก่อตั้งสถาบันติวเตอร์แฟร์ ในปี 2012 หลังจากที่เป็นติวเตอร์มานานกว่า 10 ปี กล่าวว่า ความต้องการติวเตอร์ในต่างประเทศมีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ลูกค้าในต่างประเทศของเขาส่วนใหญ่มาจากเอเชีย ตะวันออกกลาง ยุโรปตะวันออก และรัสเซีย

เขาได้รับการขนานนามว่า "ซูเปอร์ติวเตอร์" เนื่องจากอัตราความสำเร็จของนักเรียนของเขา โดยเขาคิดค่าติวระหว่าง 150-1,000 ปอนด์ต่อชั่วโมง หรือประมาณ 6,600-44,000 บาท

เขาบอกว่า ระดับค่าติวที่สูง ๆ คือการให้คำปรึกษา เป็นการสอนว่าเรียนและเตรียมตัวสอบอย่างไรเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ มากกว่าที่จะเป็นการสอนแบบต่อเนื่อง

แรงกดดันสูง

การแนะนำกันปากต่อปากทำให้มีนักแสดงจากสหรัฐฯ ว่าจ้างเขาไปสอน และเขายังได้เดินทางไปสอนตามสถานที่แปลก ๆ มากมาย ตั้งแต่สอนขณะล่องเรือยอชท์ในทะเลแคริบเบียน ไปจนถึงเดินทางไปสอนที่รีสอร์ทหรูบนเกาะส่วนตัว

เขายอมรับว่า แรงกดดันที่สูงอาจสร้างสิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษขึ้นได้ ประสบการณ์ได้สอนเขาว่า ให้สัมภาษณ์ทางครอบครัวผู้ว่าจ้างก่อนที่จะรับงาน

เราคุยกันทางโทรศัพท์ขณะที่เขาอยู่ในบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเขาอยู่เที่ยวที่นั่นต่อหลังจากเสร็จสิ้นการกวดวิชา

เขากล่าวว่า "ระบบการศึกษาเอกชนของอังกฤษถูกมองว่าเป็นหนึ่งในระบบการศึกษาที่ดีที่สุดของโลก สมาชิกราชวงศ์ต่าง ๆ ผู้ปกครองประเทศ ต่างต้องการส่งลูกหลานมารับการศึกษาในอังกฤษ"

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ การศึกษาเป็นการส่งออกที่มีมูลค่ามหาศาลของอังกฤษ

ความต้องการสูงมากพอจนทำให้เขา "ถูกเรียกใช้บริการด่วน" ปีละ 2-3 ครั้ง จากครอบครัวที่ต้องการบริการคำปรึกษาอย่างเร่งด่วนจากเขา

ปกติแล้วจะมีการเรียกใช้บริการอย่างเร่งด่วนขึ้นเมื่อเด็กสอบไม่ผ่าน จนทำให้ "ทุกคนตื่นตระหนก"

บ่อยครั้งที่เขาเสนอการติวผ่านทางสไกป์ แต่เขาก็ยอมที่จะเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปสอนถึงที่เป็นครั้งคราว เมื่อได้รับการเสนอจ่ายค่าจ้างสูงเหลือเชื่อ

"ผมก็เป็นมนุษย์ผู้หนึ่ง (ที่หลงใหลในรายได้งาม) ผมมีหนี้บ้านที่ต้องผ่อน"

เพื่อช่วยให้เกิดความสมดุล ทางติวเตอร์แฟร์ ระบุว่า เด็กทุกคน ที่พ่อแม่จ่ายค่าบริการ ทางสถาบันจะช่วยติวให้แก่เด็กอีกคนหนึ่งที่พ่อแม่ หรือผู้ปกครองไม่สามารถจ่ายค่าบริการได้

ไม่ใช่เพียงแค่สถาบันติวเตอร์เท่านั้นที่ทำเงินจากความต้องการรับบริการทางการศึกษาของอังกฤษที่มาจากต่างประเทศ

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ การสอนที่โรงเรียนดัลลิชคอลเลจในกรุงปักกิ่งของจีนยึดตามหลักสูตรการศึกษาแห่งชาติของอังกฤษ

โรงเรียนเอกชนหลายแห่งได้เปิดสาขาในต่างประเทศ โรงเรียนฮาร์โรว์ (Harrow) มีสาขาอยู่ในฮ่องกง กรุงปักกิ่ง นครเซี่ยงไฮ้ และกรุงเทพ ส่วนโรงเรียนดัลลิชคอลเลจ (Dulwich College) และโรงเรียนเวลลิงตันคอลเลจ (Wellington College) ต่างก็มีสาขาในจีนเช่นกัน

การขยายสาขาออกไปยังต่างประเทศช่วยทำให้โรงเรียนเอกชนมีรายได้เพิ่มขึ้น ในช่วงที่ตลาดภายในประเทศชะลอตัว

แต่ชาร์ลส์ โบนาส ผู้ก่อตั้งโบนาส แม็คฟาร์เลน ซึ่งให้บริการจ่ายค่าเล่าเรียนและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการเลือกเรียนในโรงเรียนต่าง ๆ ตั้งแต่ระดับอนุบาลไปจนถึงมหาวิทยาลัย ระบุว่า หลายครอบครัวยังคงต้องการส่งบุตรหลานไปเรียนในสหราชอาณาจักร

เขากล่าวว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนี่เป็นหนทางที่ครอบครัวที่ร่ำรวยซึ่งมีทั้งพี่เลี้ยงและคนขับรถที่บ้าน จะฝึกลูกหลานของตัวเองให้พึ่งพาตัวเองได้มากขึ้น

แต่เขากล่าวว่า เหตุผลหลักที่พ่อแม่เลือกสหราชอาณาจักรเป็นเพราะว่า ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแรก และการศึกษาของที่นี่มีหลายด้าน สอนให้เด็กรู้จักคิดวิเคราะห์และรับความเสี่ยงต่าง ๆ

บ่อยครั้งที่พ่อแม่ต้องการให้ลูกเข้าโรงเรียนชั้นนำเท่านั้น เขากล่าวว่า นึกถึงเมื่อ 2 ปีก่อนที่พ่อแม่ของเด็กหญิงวัย 5 ขวบมาบอกว่า พวกเขาอยากให้ลูกสาวเข้าเรียนที่อีตันให้ได้ภายในภาคการศึกษาหน้า

แต่นี่คือโอกาสที่ทางบริษัทได้ใช้ทักษะการเป็นที่ปรึกษา กระบวนการนี้มีค่าใช้จ่ายระหว่าง 3,000 ถึง 12,000 ปอนด์ หรือประมาณ 132,000 ถึง 530,000 บาท พร้อมกับได้สายสัมพันธ์ที่อาจจะดำเนินต่อไปอีกนานหลายปี

เขาเล่าว่า "ปีที่แล้วผมรับปากพ่อแม่คู่หนึ่ง ที่ลูกยังไม่ทันเกิดมาด้วยซ้ำ พวกเขาอยากให้ช่วยดูแลลูกตั้งแต่ก่อนเข้าโรงเรียน เข้าเรียนอนุบาล ประถม และมัธยม"

ไม่ว่าการทำเช่นนี้จะเป็นการทำให้เกิดความไม่เทียมขึ้นหรือไม่ นายโบนาสแย้งว่า บริการนี้เป็นประโยชน์ต่อสหราชอาณาจักรในระยะยาว ไม่ใช่เพียงแค่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเท่านั้น

"เด็กเหล่านี้มักจะต้องรับช่วงทำธุรกิจครอบครัวต่อ และจะเป็นผู้ที่มีอิทธิพลมากในสังคมของพวกเขา" เขากล่าว "ถ้าพวกเขารู้สึกชอบอังกฤษ นั่นก็จะเป็นผลดี"