สหรัฐฯ ขู่ตอบโต้ทางการทหารเกาหลีเหนือ หากจำเป็น

นางนิกกี ฮาลีย์ ทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ นางนิกกี ฮาลีย์ ทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ ระบุว่าสหรัฐฯ มีความพร้อมเต็มที่ในการป้องกันตนเองและประเทศพันธมิตร

นางนิกกี ฮาลีย์ ทูตสหรัฐอเมริกาประจำสหประชาชาติ เปิดเผยว่า ที่ประชุมสหประชาชาติ เตรียมหารือมาตรการตอบโต้เกาหลีเหนือ ที่อ้างว่าได้ประสบความสำเร็จในการยิงทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีปพิสัยไกลข้ามทวีป (ICBM)

ทูตสหรัฐฯ กล่าวในที่ประชุมฉุกเฉินของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติวานนี้ (5 ก.ค.) ว่า การยิงขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีปของเกาหลีเหนือ เมื่อวันที่ 4 ก.ค. เป็นการปิดประตูการเจรจาและการแก้ปัญหาทางการทูตไป ขณะเดียวกันสหรัฐฯ ก็กำลังเตรียมการใช้ศักยภาพทางการรบเต็มพิกัดในการปกป้องตนเองและประเทศพันธมิตร

"สหรัฐฯ มีขีดความสามารถทางการทหาร แต่ก็ไม่ได้คาดหวังว่าต้องดำเนินการใดๆ ตอบโต้ แต่หากจำเป็นก็ต้องทำ" นางฮาลีย์ กล่าว

นางฮาลีย์ยังเปิดเผยอีกว่า ได้หารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าสหรัฐฯ อาจพิจารณาตัดสัมพันธ์ทางการค้ากับประเทศที่ยังคงติดต่อค้าขายกับเกาหลีเหนือ ซึ่งก่อนหน้านี้ทรัมป์ได้เคยวิจารณ์จีนในเรื่องนี้มาแล้ว โดยทรัมป์มีกำหนดพบปะหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนที่กรุงวอร์ซอว์ ประเทศโปแลนด์ ก่อนที่จะเข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำ G-20 ที่เมืองฮัมบูร์กของเยอรมนี ระหว่างวันที่ 7-8 ก.ค.นี้ ซึ่งคาดว่าจะมีวาระการหารือเรื่องการทดสอบอาวุธของเกาหลีเหนือด้วย

Image copyright KCNA
คำบรรยายภาพ สื่อทางการเกาหลีเหนือเผยแพร่ภาพการทดสอบขีปนาวุธเมื่อวันอังคาร

ด้านกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์เปิดเผยการหารือทางโทรศัพท์ระหว่างนายจิม แมททิส รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ และนายโทโมมิ อินาดะ รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่นว่า การทำทดสอบครั้งนี้เป็น "การยั่วยุที่ยอมรับไม่ได้" โดยสหรัฐฯ ได้ให้คำมั่นว่าจะปกป้องประเทศญี่ปุ่นจากภัยคุกคามของเกาหลีเหนือ

ก่อนหน้านี้ สื่อของทางการเกาหลีเหนือรายงานคำพูดของ นายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุด ที่ได้ไปกำกับการยิงทดสอบขีปนาวุธ "ฮวาซอง-14" ด้วยตนเองว่า การทดสอบครั้งนี้เป็นของขวัญที่มอบให้ชาวสหรัฐฯ เพื่อฉลองวันชาติสหรัฐ 4 กรกฎาคม รายงานข่าวยังระบุถึงความเป็นไปได้ที่เกาหลีเหนือจะทดสอบยิงขีปนาวุธอีกหลายครั้ง

ขีปนาวุธฮวาซอง-14 ที่ถูกยิงเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา พุ่งทะยานไปเป็นระยะทาง 933 กิโลเมตร เป็นเวลา 39 นาที และขึ้นสู่ระยะสูงสุดบนท้องฟ้าที่ 2,802 กิโลเมตรเหนือพื้นโลก ก่อนจะดิ่งลงมาทำลายเป้าหมายในน่านน้ำที่คาดว่าเป็นเขตเศรษฐกิจจำเพาะของญี่ปุ่น