จี 20 ผู้ประท้วงปะทะตำรวจเยอรมนี บาดเจ็บ 76 ราย

การประท้วง "ขอต้อนรับสู่นรก" Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ผู้ชุมนุมนับหมื่นคนเข้าร่วมการประท้วง "ขอต้อนรับสู่นรก" ก่อนการประชุมผู้นำจี 20 จะเริ่มต้นขึ้น

เหตุปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับผู้ประท้วงที่เมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี ก่อนการประชุม จี 20 ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 ฝ่าย โดยฝ่ายตำรวจได้รับบาดเจ็บ 76 นาย และ 3 คนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

การปะทะเริ่มขึ้น ขณะตำรวจเข้าจับกุมผู้ที่สวมหน้ากากมาร่วมประท้วงภายใต้ชื่อ "Welcome to hell" หรือ "ขอต้อนรับสู่นรก" โดยตำรวจได้ฉีดน้ำและสเปรย์พริกไทยเข้าใส่ฝูงชนประมาณ 12,000 คน จึงถูกตอบโต้กลับด้วยการขว้างปาขวดน้ำ ก้อนหิน และพลุไฟใส่

ผู้จัดการประท้วงสั่งยกเลิกการเดินขบวนในจุดที่มีเหตุปะทะกัน แต่ผู้ประท้วงยังคงปักหลักอยู่บนท้องถนน

ตำรวจระบุว่า ความรุนแรงได้ขยายวงไปยังเขตอื่นๆ ของเมืองด้วย โดยผู้ประท้วงได้ตั้งสิ่งกีดขวางแบบชั่วคราว เผารถยนต์ ทำลายร้านค้า และเล็งไฟฉายแสงเลเซอร์ใส่เฮลิคอปเตอร์ตำรวจเพื่อให้นักบินตาพร่า

Image copyright EPA
Image copyright EPA

มีรายงานว่า หน่วยพยาบาลฉุกเฉินต้องเข้าให้การปฐมพยาบาลคนจำนวนหนึ่งในที่เกิดเหตุ ซึ่งมี 1 คนคล้ายกับได้รับบาดเจ็บสาหัส จนถูกหามออกจากพื้นที่โดยมีผ้าห่มฟอยล์คลุมร่าง

ก่อนหน้าการเดินขบวนประท้วง ตำรวจเตือนว่าอาจเกิดความรุนแรงได้ และระบุว่ายึดอาวุธประดิษฐ์เองได้บางส่วน

Image copyright Reuters

สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยระหว่างการประชุมสุดยอด จี 20 ครั้งนี้ มีการวางกำลังตำรวจ 20,000 คนในเมืองฮัมบูร์ก และตั้งรั้วกั้นรอบบริเวณสถานที่ประชุม ซึ่งคาดว่าวันศุกร์-เสาร์นี้ (7- 8 ก.ค.) จะมีผู้ประท้วงประมาณ 100,000 คน

ความไม่ลงรอย

ด้านผู้นำประเทศที่เข้าร่วมการประชุม จี 20 ต่างกำลังเผชิญกับความเห็นที่แตกต่างกัน รวมถึงในประเด็นการค้าและการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ

โฆษกรัฐบาลเยอรมนี ระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้พบปะกับนายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล ไปแล้ว โดยได้พูดคุยกันถึงประเด็นเกาหลีเหนือ ตะวันออกกลาง และความขัดแย้งในยูเครน รวมถึงประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประชุม จี 20

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นางแมร์เคิลกล่าวว่าการประชุม จี 20 จะมุ่งเน้นที่ประเด็นความตกลงปารีส ซึ่งแม้สหรัฐฯ ได้ประกาศถอนตัว แต่เธอในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุม จะพยายามหาทางประนีประนอมในเรื่องข้อตกลงแก้ปัญหาโลกร้อนนี้

Image copyright GERMAN GOVERNMENT
คำบรรยายภาพ นางแมร์เคิล (ขวา) และนายทรัมป์ (ซ้าย) หารือกันนานประมาณ 1 ชั่วโมง

นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ จะพบกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย เป็นครั้งแรกในการหารือทวิภาคี ซึ่งสื่อของรัสเซียระบุว่าจะมีขึ้นในเวลา 14.45 น.ตามเวลาท้องถิ่น (19.45 น. ตามเวลาไทย)

รัสเซีย "กำลังทำลายเสถียรภาพ" ยูเครน

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ใช้โอกาสระหว่างกล่าวสุนทรพจน์ที่กรุงวอร์ซอของโปแลนด์ เรียกร้องให้รัสเซียหยุด "ทำลายเสถียรภาพ" ของยูเครนและประเทศอื่น พร้อมระบุว่ารัสเซียควรยุติการสนับสนุน "ระบอบการปกครองที่ไม่เป็นมิตร" เช่น ในซีเรีย และอิหร่าน เพื่อหันมาเป็นส่วนหนึ่งของ "การต่อสู้ศัตรูคนเดียวกัน เพื่อปกป้องอารยธรรม"

อย่างไรก็ตาม ทางรัฐบาลรัสเซียปฏิเสธจะให้ความเห็นเกี่ยวกับคำกล่าวนี้

เกมการรอคอยของรัสเซีย

ซาราห์ เรนส์ฟอร์ด ผู้สื่อข่าวบีบีซี กรุงมอสโก วิเคราะห์เหตุที่รัสเซียไม่ได้ตอบโต้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพียงแต่กล่าวว่า "รัสเซียไม่เห็นด้วย"ถือเป็นวีธีการรับมือแบบรอดูสถานการณ์

ก่อนหน้านี้ รัสเซียมีความหวังว่านายทรัมป์จะเป็นผู้เข้ามาช่วยกอบกู้ความสัมพันธ์ที่ตกต่ำลง หลังการผนวกดินแดนไครเมีย แต่หลังนายทรัมป์เข้ามารับตำแหน่งได้ 6 เดือน รัสเซียอาจมีความหวังน้อยลง

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ประชาชนถือภาพนายทรัมป์ และประธานาธิบดีอันด์เชย์ ดูดา ของโปแลนด์ ในระหว่างผู้นำ 2 ชาติหารือกันที่พระราชวังกรุงวอร์ซอของโปแลนด์ เมื่อวันที่ 6 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยถือเป็นภารกิจแรกของทรัมป์ในการเยือนยุโรปอย่างเป็นทางการ 4 วัน

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลรัสเซียระบุว่าการหารือระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์ กับประธานาธิบดีปูติน เป็นโอกาสที่จะทั้ง 2 ผู้นำจะได้สร้างความคุ้นเคยกัน และอาจหวังด้วยว่าความสัมพันธ์ระหว่างตัวบุคคลอาจช่วยให้สามารถก้าวข้ามความแตกต่างเชิงนโยบายไปได้

อย่างน้อยเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลรัสเซียก็ยืนยันว่า น่าจะเป็น "กระแสความหวาดกลัวรัสเซีย" ในสหรัฐฯ เอง ที่ทำให้ประธานาธิบดีทรัมป์ ยังไม่สามารถเข้ากับรัสเซียได้ อย่างที่เคยกล่าวเอาไว้ในช่วงหาเสียง และทางรัสเซียก็สังเกตได้ว่า ในสุนทรพจน์ที่โปแลนด์ ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ได้กล่าวถึงกรณีรัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐฯ อย่างชัดเจน โดยรัฐบาลรัสเซียได้ตอบโต้ประเด็นนี้มาตลอดว่าไม่มีหลักฐาน และประธานาธิบดีทรัมป์คล้ายแสดงออกว่าเห็นด้วยกับรัสเซีย

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังได้กล่าวชื่นชมโปแลนด์ว่าเป็นตัวอย่างของประเทศที่พร้อมจะปกป้องเสรีภาพแบบตะวันตก ซึ่งรัฐบาลอนุรักษ์นิยมของโปแลนด์ มีมุมมองเช่นเดียวกับประธานาธิปดีทรัมป์ ในประเด็นคนเข้าเมือง และความรู้สึกหวงแหนอธิปไตย