จีนลั่นพิทักษ์อธิปไตย หลังเครื่องบินสหรัฐฯ โฉบเหนือทะเลจีนใต้

เครื่องบินทิ้งระเบิด บี-วันบี แลนเซอร์ ของกองทัพสหรัฐฯ เข้าร่วมการซ้อมรบกับกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่น Image copyright TWITTER/@PACAF
คำบรรยายภาพ เครื่องบินทิ้งระเบิด บี-วันบี แลนเซอร์ ของกองทัพสหรัฐฯ เข้าร่วมการซ้อมรบกับกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่น

นายเกิง ชวง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ออกมาแถลงประณามการที่สหรัฐฯส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดบี-วันบี แลนเซอร์ (B-1B Lancer) 2 ลำ ขึ้นบินเหนือน่านฟ้าทะเลจีนตะวันออกและทะเลจีนใต้ว่า การที่สหรัฐฯใช้สิทธิเพื่อดำเนินปฏิบัติการ "เสรีภาพในการเดินเรือและเดินอากาศ" นั้นไม่เป็นปัญหา แต่จีนขอคัดค้านอย่างเต็มที่หากประเทศใดประเทศหนึ่งอ้างใช้สิทธิดังกล่าว "เพียงเพื่อแสดงแสนยานุภาพ รวมทั้งละเมิดอธิปไตยและความมั่นคงของจีน"

ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ทางการจีนออกแถลงการณ์ฉบับสั้นแก่สื่อมวลชนในกรณีดังกล่าว โดยระบุว่าจีนพร้อมจะปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของชาติอย่างเต็มกำลัง

ก่อนหน้านี้ เครื่องบินทิ้งระเบิดทั้งสองลำซึ่งถูกส่งมาจากฐานทัพอากาศของสหรัฐฯในกวม ได้เข้าร่วมปฏิบัติการซ้อมรบในเวลากลางคืนกับเครื่องบินรบ F-15 ของกองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศของญี่ปุ่น (JASDF) ในทะเลจีนตะวันออก ซึ่งเป็นพื้นที่เหนือน่านน้ำที่จีนมีข้อพิพาททางกรรมสิทธิ์กับญี่ปุ่นกรณีหมู่เกาะเซงกะกุ

หลังเสร็จสิ้นภารกิจซ้อมรบร่วมดังกล่าวแล้ว เครื่องบินทิ้งระเบิดของสหรัฐฯ ทั้งสองลำได้รับคำสั่งให้บินโฉบเหนือน่านน้ำทะเลจีนใต้ ซึ่งจีนมีข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์กับหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เช่นกัน

กองบัญชาการแปซิฟิกของกองทัพสหรัฐฯแถลงว่า การซ้อมรบร่วมทางอากาศกับญี่ปุ่นและการบินเหนือน่านน้ำดังกล่าวมีขึ้นเพื่อ "แสดงความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ เพื่อต้านทานการกระทำยั่วยุและสั่นคลอนเสถียรภาพที่เกิดขึ้นในภาคพื้นแปซิฟิก"

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กองทัพสหรัฐฯส่งเรือรบออกแล่นสำรวจน่านน้ำทะเลจีนใต้ในปฏิบัติการ "เสรีภาพในการเดินเรือและเดินอากาศ" นี้เช่นกัน โดยแล่นเฉียดเข้าใกล้เกาะไทรทัน หรือเกาะหอยสังข์ในหมู่เกาะพาราเซลซึ่งเป็นพื้นที่พิพาท ในระยะห่างจากฝั่งน้อยกว่า 12 ไมล์ทะเล ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับจีนอย่างมาก โดยจีนกล่าวหาสหรัฐฯว่าเจตนาสร้างปัญหาขึ้นโดยไม่จำเป็น ทั้งที่สถานการณ์ความขัดแย้งเรื่องกรรมสิทธิ์ในทะเลจีนใต้ระหว่างจีนกับเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นลดความร้อนแรงลงแล้ว