1/4 ของหญิงทำแท้งในอังกฤษ เกิดจากคุมกำเนิดแล้วแต่ไม่ได้ผล

ยาเม็ดคุมกำเนิดเป็นที่นิยมของผู้หญิงจำนวนมาก แต่ไม่ใช่วิธีการคุมกำเนิดที่ได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ยาเม็ดคุมกำเนิดเป็นที่นิยมของผู้หญิงจำนวนมาก แต่ไม่ใช่วิธีการคุมกำเนิดที่ได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์

สำนักงานให้คำปรึกษาด้านการตั้งครรภ์ของอังกฤษ (BPAS) เผยแพร่รายงานซึ่งระบุว่า เมื่อปีที่แล้วมีหญิงเข้ารับการทำแท้งที่คลินิกของ BPAS ถึง 14,000 คน หรือคิดเป็นจำนวนราว 1 ใน 4 ของทั้งหมดได้แจ้งว่า ตนตั้งครรภ์โดยไม่พึงประสงค์ ทั้งที่ได้ใช้วิธีการคุมกำเนิดซึ่งแพทย์รับรองว่าเชื่อถือได้อย่างน้อยวิธีใดวิธีหนึ่งแล้ว

หญิงเหล่านี้มาเข้ารับการทำแท้งเมื่อเริ่มมีอายุครรภ์ค่อนข้างมาก หรือเกินกว่า 20 สัปดาห์ เนื่องจากก่อนหน้านั้นมีความมั่นใจว่าตนเองจะไม่ตั้งครรภ์ เพราะได้รับประทานยาเม็ดคุมกำเนิด ใช้ถุงยางอนามัย หรือใช้วิธีการคุมกำเนิดระยะยาวแบบใดแบบหนึ่งแล้ว แต่ไม่คาดคิดว่าวิธีการคุมกำเนิดดังกล่าวจะล้มเหลว

ประธานผู้บริหารของ BPAS ระบุว่า รายงานดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าการใช้ยาคุมกำเนิดหรือวิธีการคุมกำเนิดอื่นๆ ไม่สามารถเป็นทางเลือกในการวางแผนครอบครัวที่เชื่อมั่นได้ 100% สำหรับผู้หญิง ทำให้ในบางครั้งการทำแท้งถือว่ามีความจำเป็นและควรนับเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนครอบครัวด้วย

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ถุงยางอนามัยมีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดด้อยกว่ายาเม็ด ยาฝังใต้ท้องแขน หรือห่วงคุมกำเนิด

ทั้งนี้ วงการแพทย์ยอมรับว่าไม่มีวิธีการคุมกำเนิดแบบใดที่จะได้ผล 100% เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิดนั้นมีประสิทธิภาพอยู่ที่ราว 91% และถุงยางอนามัยสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ราว 82% เท่านั้น แต่ถือกันว่าวิธีการคุมกำเนิดระยะยาวแบบแก้ไขได้ เช่น การฉีดและฝังยาคุมกำเนิด หรือการใส่อุปกรณ์คุมกำเนิดภายในมดลูก เป็นวิธีที่มีโอกาสผิดพลาดได้น้อยที่สุดและมีประสิทธิภาพถึง 99%

ประธานผู้บริหารของ BPAS ยังระบุว่า การรับประทานยาคุมกำเนิดอย่างผิดวิธี หรือใช้อุปกรณ์คุมกำเนิดอย่างไม่ถูกต้อง ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการตั้งครรภ์ได้ นอกจากนี้ การรับประทานยาฮอร์โมนคุมกำเนิดหรือใช้แผ่นแปะคุมกำเนิด ยังอำพรางซ่อนเร้นอาการเบื้องต้นของหญิงตั้งครรภ์ไม่ให้ปรากฏชัดอีกด้วย เพราะอาจทำให้มีประจำเดือนมาน้อยหรือมาไม่เป็นปกติ ส่งผลให้หญิงกลุ่มนี้ชะล่าใจ และต้องมาทำแท้งในภายหลังเมื่อทราบว่าตนตั้งครรภ์ โดยกรณีเช่นนี้คิดเป็นจำนวนสูงสุดกว่าหญิงที่ใช้วิธีคุมกำเนิดแบบอื่นๆ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง