เกาะโอกิโนะชิมะของญี่ปุ่นขึ้นแท่นมรดกโลก

เกาะโอกิโนะชิมะ Image copyright EPA
คำบรรยายภาพ เกาะโอกิโนะชิมะมีผู้ไปเยือนได้ปีละเพียง 200 คน และต้องเป็นชายล้วน

เกาะโอกิโนะชิมะ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในจังหวัดฟุกุโอกะของญี่ปุ่นซึ่งกำหนดให้ผู้ชายเท่านั้นที่จะไปเยือนได้ ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกกับองค์การยูเนสโกแล้ว พร้อมกับโบราณสถานและมรดกทางธรรมชาติอื่นๆ ในสหราชอาณาจักรและบราซิล

เกาะโอกิโนะชิมะตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น เป็นที่ตั้งของศาลเจ้ามุนาคาตะ ไทฉะ โอคิสึมิยะ ซึ่งบูชาเทพีแห่งท้องทะเล และเป็นสถานที่ประกอบพิธีขอพรเพื่อให้เดินเรือได้อย่างปลอดภัยมาแต่โบราณ รวมทั้งเป็นศูนย์รวมการติดต่อแลกเปลี่ยนที่สำคัญระหว่างญี่ปุ่นกับจีนและคาบสมุทรเกาหลี ในช่วงศตวรรษที่ 4-9 โดยมีการค้นพบโบราณวัตถุบนเกาะกว่า 80,000 ชิ้น ซึ่งเชื่อว่าเป็นสิ่งของที่ผู้คนนำมาถวายแก่เทพเจ้า มีตั้งแต่แหวนทองจากเกาหลี ไปจนถึงแก้วจากเปอร์เซีย

เกาะโอกิโนะชิมะนั้นเป็นเกาะศักดิ์สิทธิ์ซึ่งห้ามผู้หญิงเหยียบย่างเข้าไป โดยทางการจะเปิดให้ประชาชนเข้าไปเยือนเกาะแห่งนี้ได้เพียงปีละครั้งในวันที่ 27 พ.ค. ของทุกปีซึ่งเป็นวันเทศกาลสักการะศาลเจ้า แต่ผู้ที่จะไปเยือนได้ก็ต้องเป็นชาย และจำกัดจำนวนเพียง 200 คนเท่านั้น

ผู้ที่ไปเยือนเกาะแห่งนี้ต้องยึดถือปฏิบัติตามธรรมเนียมอย่างเคร่งครัด คือต้องเปลือยกายอาบน้ำชำระล้างร่างกายก่อนขึ้นเกาะ รวมทั้งไม่นำสิ่งใดบนเกาะติดมือกลับบ้านไป แม้จะเป็นใบหญ้าเพียงใบเดียวก็ตาม และที่สำคัญที่สุด ผู้มาเยือนจะต้องไม่บอกเล่ารายละเอียดเรื่องการเดินทางมาเยือนเกาะโอกิโนะชิมะให้ใครได้ฟังเด็ดขาด

เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลศาลเจ้าบนเกาะโอกิโนะชิมะบอกว่า จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ใดๆ ในการมาเยือนเกาะแห่งนี้ แม้จะได้รับสถานะมรดกโลกแล้วก็ตาม และไม่ต้องการให้พัฒนาเกาะเป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างเต็มรูปแบบ

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ ท่าเทียบเรือวาลองโกในนครริโอ เด จาเนโร เป็นที่เทียบเรือขนทาสจากทวีปแอฟริกามายังอเมริกาใต้เมื่อหลายร้อยปีก่อน
คำบรรยายภาพ อุทยานแห่งชาติเลค ดิสทริก ในมณฑลคัมเบรียของสหราชอาณาจักร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ได้รับความนิยมอย่างมาก

นอกจากเกาะโอกิโนะชิมะแล้ว ท่าเทียบเรือขนทาสวาลองโก (Valongo Wharf) ในนครริโอ เด จาเนโร ของบราซิล ซึ่งเป็นที่เทียบเรือขนทาสจากทวีปแอฟริกามายังอเมริกาใต้เมื่อหลายร้อยปีก่อน รวมทั้งอุทยานแห่งชาติ เลค ดิสทริก (Lake District) ในมณฑลคัมเบรียของสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีผู้มาเยือนถึงปีละกว่า 18 ล้านคน ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในครั้งนี้พร้อมกันด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง