หลิว เสี่ยวปอ เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพชาวจีนเสียชีวิตแล้วในวัย 61 ปี

หลิว เสี่ยวปอ ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำด้วยเหตุผลทางมนุษยธรรม Image copyright EPA
คำบรรยายภาพ หลิว เสี่ยวปอ ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำด้วยเหตุผลทางมนุษยธรรม

เจ้าหน้าที่ทางการระบุว่า นายหลิว เสี่ยวปอ นักรณรงค์เคลื่อนไหวทางการเมืองผู้เป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่นที่สุดในการต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนในจีน เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 61 ปี ขณะรับการรักษามะเร็งตับระยะสุดท้ายที่โรงพยาบาลทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน หลังจากได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำเมื่อเดือนที่แล้ว

เขาถือเป็นวีรบุรุษในดวงใจของประชาชนหลายคน แต่สำหรับรัฐบาลจีนแล้ว เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพผู้นี้คืออาชญากรตัวร้ายที่คอยบ่อนทำลายอำนาจรัฐ

นายหลิวเกิดที่เมืองฉางชุน มณฑลจี๋หลิน เมื่อปี 1955 ในครอบครัวนักวิชาการ เขาสนใจศึกษาด้านวรรณกรรมและมีผลงานเป็นหนังสือวรรณกรรมวิจารณ์หลายเล่ม ซึ่งต่อมาทางการสั่งให้เป็นหนังสือต้องห้าม นายหลิวสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านวรรณกรรมจากมหาวิทยาลัยศึกษาศาสตร์กรุงปักกิ่งและได้เข้าเป็นอาจารย์ที่นั่น

เมื่อปี 1989 ขณะที่เขาเป็นนักวิชาการรับเชิญอยู่ที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบียในสหรัฐฯ ได้เกิดเหตุการณ์นักศึกษาชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน ซึ่งทำให้เขารีบเดินทางกลับประเทศในทันที นายหลิวได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการเรียกร้องเสรีภาพและประชาธิปไตยในครั้งนั้น แม้ท้ายที่สุดผู้ชุมนุมจะถูกล้อมปราบจากทางการจนราบคาบ แต่นายหลิวและผู้นำการชุมนุมอีกหลายคนก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้ช่วยชีวิตนักศึกษาเอาไว้ได้หลายร้อยคน หลังพยายามเจรจาให้มีการยอมเปิดทางออกแก่ผู้ชุมนุมอย่างสันติในช่วงหนึ่ง

หลังเหตุการณ์จัตุรัสเทียนอันเหมิน นายหลิวปฏิเสธข้อเสนอให้ลี้ภัยทางการเมืองในออสเตรเลียและยืนยันจะอยู่ในจีนต่อไป เขาถูกจับกุมในที่สุดด้วยข้อหา "เผยแพร่ข้อความที่ส่งเสริมพฤติกรรมอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการปฏิวัติ" และถูกคุมขังในเรือนจำชินเฉิงที่รู้จักกันดีว่ามีการรักษาความปลอดภัยในระดับเข้มงวดสูงสุด เขาถูกคุมขังเป็นเวลา 2 ปี และได้รับการปล่อยตัวในปี 1991 หลังยอมลงชื่อในเอกสารแสดงการยอมรับผิดและสำนึกโทษ

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ รัฐบาลจีนถือว่าหลิว เสี่ยวปอ เป็นอาชญากร แต่สำหรับผู้สนับสนุนขบวนการเพื่อสิทธิมนุษยชน เขาคือวีรบุรุษ

ในทันทีที่ได้รับอิสรภาพ นายหลิวเริ่มรณรงค์ให้มีการปล่อยตัวนักโทษการเมืองคนอื่น ๆ ที่ถูกคุมขังเนื่องจากเหตุการณ์จัตุรัสเทียนอันเหมิน รวมทั้งเรียกร้องอย่างเปิดเผยให้รัฐบาลจีนแก้ไขความผิดและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้ในปี 1995 เขาต้องถูกจับกุมอีกครั้ง

ตลอดชีวิตบนเส้นทางการเมืองของนายหลิว เขาต้องโทษจำคุกทั้งหมด 4 ครั้ง ซึ่งในระหว่างปี 1996-1999 เขาถูกลงโทษให้ไป "รับการศึกษาใหม่" ในค่ายแรงงาน แต่ในขณะที่ต้องโทษอยู่เขาได้พบรักและแต่งงานกับนางหลิวเซี่ย ภรรยาคนที่สองซึ่งเป็นศิลปินผู้มีอุดมการณ์เดียวกัน ปัจจุบันเธอถูกทางการติดตามจับตาและจำกัดความเคลื่อนไหวทางการเมืองไม่ต่างจากนายหลิว

หลังได้รับการปล่อยตัวในเดือนตุลาคมปี 1999 นายหลิวยังคงเดินหน้ารณรงค์ทางการเมืองต่อไป แม้จะถูกทางการขัดขวางไม่ให้กลับเข้าทำงานเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย และงานเขียนของเขาทั้งหมดกลายเป็นสิ่งพิมพ์ต้องห้าม ในปี 2008 เขาร่วมกับปัญญาชนนักวิชาการกลุ่มหนึ่งร่างแถลงการณ์ "กฎบัตร 08" ซึ่งเรียกร้องให้มีการปฏิรูปไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยในจีน โดยมีรัฐธรรมนูญใหม่และมีรัฐสภาทำหน้าที่ด้านนิติบัญญัติอย่างแท้จริง ซึ่งกฎบัตรนี้ทำให้ตำรวจบุกเข้าจับกุมตัวเขาที่บ้าน ก่อนที่จะมีการนำกฎบัตรออกเผยแพร่ทางออนไลน์เพียงสองวัน

นายหลิวถูกควบคุมตัวอยู่เป็นเวลา 1 ปี ก่อนจะมีการพิจารณาคดีของเขาในศาล ซึ่งคำตัดสินที่ได้รับคือโทษจำคุก 11 ปี จากความผิดฐานเผยแพร่ข้อความบ่อนทำลายชาติและบ่อนทำลายอำนาจรัฐ แต่ในระหว่างที่เขารับโทษในเรือนจำมณฑลเหลียวหนิง คณะกรรมการรางวัลโนเบลได้มอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปี 2010 ให้แก่นายหลิว เพื่อยกย่อง "การต่อสู้อันยาวนานโดยปราศจากความรุนแรง" ของเขา

คณะกรรมการรางวัลโนเบลยังระบุว่า "แม้จะถูกลงโทษปราบปรามอย่างรุนแรง แต่หลิวกลายเป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดในบรรดาการต่อสู้หลากหลายรูปแบบเพื่อสิทธิมนุษยชนในจีน"

คำบรรยายภาพ กลุ่มผู้ชุมนุมในฮ่องกงประท้วงเรียกร้องให้ปล่อยตัวนายหลิว เสี่ยวปอ เมื่อปี 2016

ทางการจีนแสดงความไม่พอใจอย่างมากต่อการมอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพแก่นายหลิว และไม่อนุญาตให้เขาเดินทางไปรับรางวัล ส่วนภรรยาของนายหลิวก็ถูกเจ้าหน้าที่กักบริเวณให้อยู่แต่ในบ้าน และถูกจำกัดความเคลื่อนไหวด้านต่าง ๆ มานับแต่นั้น

ในวันที่ 23 พฤษภาคม 2017 แพทย์วินิจฉัยว่านายหลิวป่วยด้วยโรคมะเร็งตับระยะสุดท้าย ขณะที่ยังต้องรับโทษจำคุกอีก 3 ปี ด้วยเหตุผลทางมนุษยธรรม ทางการจีนยอมให้พักโทษและปล่อยตัวเขาจากเรือนจำมารับการรักษาที่โรงพยาบาลในเมืองเสิ่นหยาง แต่ได้ปฏิเสธคำร้องของนายหลิวและกลุ่มผู้สนับสนุนที่ต้องการให้เขาเดินทางไปรักษาตัวยังต่างประเทศ

แม้จะถูกจับกุมคุมขังหลายต่อหลายครั้ง ความฝันที่จีนจะไปสู่ความเป็นสังคมประชาธิปไตยของนายหลิวก็ไม่เคยจางหายไป เขาเคยกล่าวในแถลงการณ์หลังถูกตัดสินโทษจำคุกเมื่อปี 2009 ว่า

"ผมเชื่ออย่างหนักแน่นว่าความก้าวหน้าทางการเมืองของจีนจะไม่มีวันหยุดนิ่ง และตัวผมผู้ซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง ยังรอคอยการมาถึงของสังคมจีนเสรีในอนาคต ไม่มีพลังอำนาจใดจะมาหยุดยั้งการแสวงหาเสรีภาพของมนุษย์ได้ และในที่สุดจีนจะเป็นชาติที่ปกครองด้วยหลักนิติธรรม โดยมีสิทธิมนุษยชนครองอำนาจสูงสุด"