"แม่หม้ายดำ” สารภาพใช้ยาพิษสังหารคู่ครองไป 3 คน

นางจิซะโกะ คะเคฮิ Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ นางจิซะโกะ คะเคฮิ อายุ 70 ปี ถูกจับกุมตัวเมื่อปี 2014

นางจิซะโกะ คะเคฮิ ชาวญี่ปุ่นวัย 70 ปี ผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรมชายสูงวัยหลายคนซึ่งเป็นสามีและคนรักของเธอเอง เอ่ยปากรับสารภาพต่อศาลในนครเกียวโตว่า เป็นผู้วางยาพิษคนเหล่านี้ด้วยสารไซยาไนด์

นางจิซะโกะถูกจับกุมเมื่อปี 2014 แต่เริ่มมีการพิจารณาคดีในศาลตั้งแต่ปลายเดือนที่แล้ว โดยถูกตั้งข้อหาว่าลงมือสังหารสามีของตนเอง คือนายอิซะโอะ คะเคฮิ จนเสียชีวิตเมื่อปลายปี 2013 หลังจากที่ทั้ง 2 แต่งงานกันได้เพียงเดือนเดียว ผลการชันสูตรศพนายอิซะโอะพบร่องรอยของสารไซยาไนด์ในร่างกาย ทำให้ตำรวจสามารถสืบสาวไปถึงการเสียชีวิตของคนรัก 2 คนของนางจิซะโกะก่อนหน้านั้น ซึ่งทั้งคู่เสียชีวิตจากยาพิษเช่นกัน ก่อนที่เธอจะสมรสกับนายอิซะโอะ

ผลการสืบสวนของตำรวจ ทำให้เธอถูกดำเนินคดีในข้อหาฆาตกรรมสามีและคนรักทั้ง 2 คน รวมทั้งต้องข้อหาพยายามฆ่า และปล้นทรัพย์คนรักคนใหม่ที่เริ่มคบหากันหลังสามีเสียชีวิตด้วย

หนังสือพิมพ์ไมนิจิของญี่ปุ่นรายงานว่า ในระหว่างการพิจารณาคดีตอนแรก ทนายความของนางจิซะโกะได้แถลงต่อศาลว่าลูกความของตนปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด แต่เมื่อนางจิซะโกะถูกซักว่าได้ลงมือสังหารสามีของตนหรือไม่ เธอกลับตอบว่า "ใช่แล้ว" และว่าที่ต้องฆ่าสามีเพราะเขาดูแลเรื่องการเงินของเธอไม่ดีพอ โดยเธอได้สารไซยาไนด์มาจากคนที่ทำธุรกิจด้วยกัน

"หลังแต่งงานกันแล้วสามีก็ไม่ให้เงินฉันเลย ฉันไม่อยากจะปกปิดความผิดไว้หรอก ถ้าถูกสั่งประหารชีวิตวันพรุ่งนี้ ฉันก็จะหัวเราะใส่แล้วก็ตายไปเลย" นางจิซะโกะกล่าว

อัยการแถลงต่อศาลว่า นางจิซะโกะมีพฤติกรรมหาคู่หลายคนทางเว็บไซต์จับคู่ออนไลน์ เพื่อให้ได้ทรัพย์สินเงินทองจากคนกลุ่มนี้ ซึ่งล้วนเป็นชายสูงวัยอายุราว 70-80 ปี โดยก่อนหน้าที่จะสมรสกับนายอิซะโอะ นางจิซะโกะเคยแต่งงานมาก่อนแล้วถึง 3 ครั้ง โดยอดีตสามีทั้ง 3 คนต่างเสียชีวิตไปแล้วทั้งหมด แต่ยังไม่พบหลักฐานว่าเป็นการฆาตกรรมหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ทนายความของนางจิซะโกะพยายามคัดค้านคำรับสารภาพของเธอว่า คำให้การของนางจิซะโกะนั้นเชื่อถือไม่ได้ เพราะเธอเริ่มมีอาการของโรคสมองเสื่อม ทำให้ไม่สามารถจดจำเรื่องต่างๆ แม้แต่สิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นไปไม่นานได้

ทั้งนี้ สื่อญี่ปุ่นให้ฉายานางจิซะโกะว่า "แม่หม้ายดำ" ตามชื่อของแมงมุมชนิดหนึ่งที่ตัวเมียจะกินตัวผู้เป็นอาหารหลังการผสมพันธุ์ โดยเคยมีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นมาแล้วในญี่ปุ่น ซึ่งเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ศาลฎีกาได้พิพากษายืนให้ประหารชีวิตนางคานาเอะ คาจิมะ ที่ก่อเหตุฆาตกรรมคนรักไป 3 คนเช่นกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง