ศาลฮาวายขยายความ “ญาติสนิท” ผ่อนปรนคำสั่งทรัมป์แบนมุสลิม

ครอบครัวชาวมุสลิม Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ คำตัดสินของศาล หมายความว่า ปู่ ย่า ตา ยาย และญาติของผู้มีถิ่นพำนักในสหรัฐฯ สามารถเดินทางมาเยี่ยมญาติได้

ผู้พิพากษาเดอร์ริค วัตสัน แห่งศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ประจำรัฐฮาวาย มีคำตัดสินว่าข้อห้ามเดินทางเข้าประเทศ ตามคำสั่งพิเศษของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่รวมถึงปู่ ย่า ตา ยาย และญาติของผู้ที่มีถิ่นพำนักในสหรัฐฯ

ผู้พิพากษาวัตสัน กล่าวว่า คำตัดสินของศาลสูงสุดที่ออกมาเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งมีผลให้ฟื้นบางส่วนของคำสั่งห้ามผู้ลี้ภัยและพลเมืองจาก 6 ประเทศที่มีประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามเดินทางเข้าสหรัฐฯ ถูกนำมาตีความแคบเกินไป

เนื่องจากรัฐบาลทรัมป์นำข้อความที่ระบุว่า ความสัมพันธ์ซึ่งนับว่าเป็น "ญาติที่แท้จริง" เท่านั้นที่จะได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศ ไปกำหนดให้หมายรวมถึงการห้ามปู่ ย่า ตา ยาย หลาน พี่น้องสะใภ้ ลุง ป้า และลูกพี่ลูกน้อง เข้าประเทศด้วย

ซึ่งผู้พิพากษาวัตสันไม่เห็นด้วยกับการตีความนี้ และมีคำตัดสินว่าข้อจำกัดเหล่านั้นไม่ควรถูกนำมาบังคับใช้ พร้อมประณามว่ารัฐบาลจำกัดความคำว่า "ญาติที่ใกล้ชิด" แคบเกินสมควร ทั้งที่โดยสามัญสำนึกปกติ เราจะเข้าใจว่าญาติที่ใกล้ชิดรวมถึงปู่ ย่า ตา ยาย ด้วย โดยเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของสมาชิกครอบครัวที่ใกล้ชิด

คำสั่งพิเศษของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่ห้ามบุคคลที่ถือสัญชาติอิหร่าน ลิเบีย โซมาเลีย ซูดาน ซีเรีย และเยเมน เดินทางเข้าประเทศ เป็นกรณีถกเถียงมาโดยตลอดนับตั้งแต่ประกาศใช้ โดยเมื่อเดือนก่อน ศาลสูงสุดของสหรัฐฯ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาอย่างละเอียด ได้อนุญาตให้บางส่วนของคำสั่งห้ามเดินทางเข้าประเทศมีผลบังคับใช้ได้ จนกว่าจะมีคำตัดสินที่สมบูรณ์

ประธานาธิบดีทรัมป์อ้างว่า จำเป็นต้องมีข้อจำกัดเรื่องการเดินทาง เพื่อปกป้องให้อเมริกาปลอดภัย และป้องกันการก่อการร้าย

Image copyright TWITTER
คำบรรยายภาพ ทนายความคนดังของรัฐฮาวาย เรียกคำตัดสินล่าสุดว่า "เป็นชัยชนะอย่างท่วมท้น"

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ไม่เห็นด้วยซึ่งมีหลายรัฐ รวมถึงกลุ่มที่รณรงค์เรื่องผู้ลี้ภัยกล่าวว่าคำสั่งนี้ เลือกปฏิบัติต่อชาวมุสลิม

ทั้งนี้ คำสั่งพิเศษฉบับแรกเมื่อเดือน ม.ค. ทำให้เกิดการประท้วงต่อต้านตามสนามบินหลายแหล่ง รวมถึงมีการฟ้องร้อง จนกระทั่งต้องถูกระงับไป

ต่อมาในเดือน มี.ค. ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ร่างคำสั่งพิเศษเรื่องการห้ามเดินทางฉบับที่ 2 โดยตัดอิรักออกจากรายชื่อประเทศที่ถูกห้าม เพิ่มข้อกำหนดที่ชัดเจนเกี่ยวกับผู้ที่ถือกรีนการ์ด รวมถึงตัดข้อความเรื่องการจัดลำดับความสำคัญของคนส่วนน้อยบนพื้นฐานด้านศาสนา และผ่อนปรนจุดยืนต่อผู้ลี้ภัยชาวซีเรีย

แต่คำสั่งพิเศษฉบับที่ 2 นี้ ก็ถูกศาลสั่งระงับภายในไม่กี่วัน โดยศาลรัฐเวอร์จิเนีย ระบุว่า "ตั้งอยู่บนรากฐานของความตั้งใจที่จะกีดกันทางศาสนา" ต่อชาวมุสลิม ทำให้รัฐบาลทรัมป์ยื่นเรื่องให้ศาลสูงสุดพิจารณา ขณะที่ศาลสูงสุดของสหรัฐฯ มีผู้พิพากษาสายอนุรักษ์นิยมเป็นเสียงข้างมากอยู่ 5 ต่อ 4 คน ส่วนคำตัดสินโดยสมบูรณ์ คาดว่าจะมีขึ้นในเดือน ต.ค.นี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง