นักท่องเที่ยวล้นเมือง ปัญหาที่ยุโรปแก้ไม่ตก

ชาวเมืองเวนิสเป็นกลุ่มแรกที่ร้องเรียนถึงปัญหาความพลุกพล่านของนักท่องเที่ยวในเมือง ซึ่งส่วนใหญ่มากับเรือสำราญ Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ชาวเมืองเวนิสเป็นกลุ่มแรกที่ร้องเรียนถึงปัญหาความพลุกพล่านของนักท่องเที่ยวในเมือง ซึ่งส่วนใหญ่มากับเรือสำราญ

เมืองโบราณซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมหลายแห่งของยุโรป กำลังเผชิญกับวิกฤตนักท่องเที่ยวล้นเมือง ซึ่งเกิดขึ้นเป็นประจำในช่วงฤดูร้อนซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวของทุกปี โดยบรรดาผู้อยู่อาศัยในเมืองเก่าที่งดงามเช่นเวนิส ฟลอเรนซ์ เกาะคาปรี หรือนครบาร์เซโลนา ต่างออกมาประท้วงคัดค้านนโยบายเปิดรับนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลกันมากขึ้นทุกขณะ

ผู้สื่อข่าวบีบีซีที่เมืองดูบรอฟนิกของโครเอเชียรายงานว่า เมืองเก่าชายทะเลแห่งนี้ได้รับความนิยมมากขึ้นจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก หลังได้เป็นสถานที่ถ่ายทำละครซีรีส์ดัง "เกมออฟโธรนส์" (Game of Thrones) ทำให้ในแต่ละวันมีนักท่องเที่ยวมาเยือนเป็นจำนวนมาก เพิ่มความแออัดให้กับตัวเมืองเล็กๆ ซึ่งมีประชากรท้องถิ่นอาศัยอยู่แล้วเป็นจำนวน 1,500 คน โดยในบางวันจะมีเรือสำราญขนาดใหญ่ที่เหมือนกับตึกอพาร์ตเมนต์ลอยน้ำถึง 3 ลำ พานักท่องเที่ยวมาขึ้นบกที่เมืองแห่งนี้พร้อมกัน เพิ่มจำนวนประชากรในเมืองให้หนาแน่นขึ้นกว่าเดิม 5-6 เท่า

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวซึ่งกลายเป็นธุรกิจหลักเพียงอย่างเดียวของเมือง ทำให้บ้านเรือนทุกหลังภายในเขตกำแพงเมืองเก่าถูกแปรสภาพเป็นร้านอาหารหรือไม่ก็ที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวจนหมด คนท้องถิ่นต้องอพยพย้ายออกไป และในเมืองเหลือเพียงนักท่องเที่ยวกับผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเท่านั้น

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ เมืองดูบรอฟนิกของโครเอเชียได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น จากการเป็นฉากถ่ายทำละครเรื่อง Game of Thrones

นายมาร์ก โทมัส บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ดูบรอฟนิกไทมส์บอกว่า "เมื่อก่อนผมจะหยุดรอถ้ามีคนถ่ายภาพกันอยู่ตามท้องถนน แต่เดี๋ยวนี้คนเยอะขึ้นจนหากผมยังทำแบบนั้น วันๆ คงไม่ต้องไปไหนกันพอดี"

ไม่ใช่เมืองดูบรอฟนิกแห่งเดียวที่มีปัญหาแบบนี้ เกาะคาปรีของอิตาลีซึ่งได้ชื่อว่ามีทั้งเมืองเก่าและวิวท้องทะเลที่งดงามก็ประสบปัญหานักท่องเที่ยวล้นจน "ใกล้จะระเบิด" ด้วยเช่นกัน โดยแรงกดดันจากภาคธุรกิจทำให้เกาะคาปรีต้องรับนักท่องเที่ยวที่นั่งเรือมาจากแผ่นดินใหญ่กว่าวันละ 15,000 คน เจ้าหน้าที่ผู้หนึ่งบอกกับหนังสือพิมพ์เดลีเทเลกราฟของอังกฤษว่า เกาะคาปรีนั้นเป็นเสมือนหม้อที่รับน้ำได้เพียง 1 ลิตร แต่กลับถูกบังคับให้รับน้ำเกินความจุไปเป็น 1 ลิตรครึ่ง

สถานการณ์ที่เมืองอื่นๆ เช่น นครฟลอเรนซ์ เกาะซานโตรินีของกรีซ หรือนครบาร์เซโลนาของสเปนนั้นไม่ได้ดีไปกว่ากัน โดยที่เมืองเวนิสของอิตาลีนั้นเป็นแห่งแรกๆ ที่คนท้องถิ่นออกมาร้องเรียนถึงปัญหาการท่องเที่ยวเป็นพิษ โดยในฤดูท่องเที่ยวจะมีเรือสำราญเข้าเทียบท่าในคลองสายหลักของเมืองหลายลำต่อวัน เพื่อให้นักท่องเที่ยวกว่า 30,000 คนเข้าชมเมือง ทำให้การสัญจรไปมาในลำคลองแน่นขนัด เกิดมลภาวะทางน้ำและทางเสียงจากเรือยนต์ รวมทั้งเกิดคลื่นที่ซัดกร่อนตลิ่งและอาคารบ้านเรือนริมฝั่งน้ำ

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ชาวนครบาร์เซโลนาของสเปนประท้วงต่อต้าน "การรุกรานในฤดูร้อน" จากบรรดานักท่องเที่ยว

กิจการโรงแรมและร้านอาหารที่มีมากขึ้นทำให้แทบไม่เหลือครอบครัวชาวเวนิสดั้งเดิมที่อาศัยอยู่แถบใจกลางเมืองอีกต่อไป ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวมาเยือนเวนิสราววันละ 60,000 คน ซึ่งมากกว่าประชากรที่อาศัยในเมืองหลายเท่า

ทุกวันนี้ยุโรปยังแก้ปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมืองนี้ไม่ตก และปัญหายังจะทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากการขยายตัวของสายการบินต้นทุนต่ำและบริการเรือสำราญราคาถูก ได้พาให้นักท่องเที่ยวที่เป็นชนชั้นกลางใหม่จากรัสเซีย จีน และอินเดีย เข้ามาท่องเที่ยวยุโรปมากขึ้นกว่าเก่า ส่วนนักท่องเที่ยวกลุ่มหลักกลุ่มเดิมซึ่งเป็นชาวอเมริกันและชาวยุโรปเองก็หลีกเลี่ยงการเดินทางไปท่องเที่ยวตากอากาศต่างภูมิภาค เช่น ที่ตุรกี ตูนิเซีย และอียิปต์ เพราะเหตุผลด้านความปลอดภัย ยิ่งทำให้ยากที่ปัญหานักท่องเที่ยวล้นยุโรปนี้จะแก้ไขได้ในเร็ววัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง