หมีพูห์กับผู้นำ: เหตุใดจีนจึงไล่ลบวินนี่ เดอะ พูห์ ออกจากสื่อออนไลน์?

แบนหมีพูห์ Image copyright AFP/WEIBO
คำบรรยายภาพ ในปี 2013 มีผู้โพสต์ภาพนายสีขณะเดินคู่กับอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา เทียบกับตัวการ์ตูนวินนี่ เดอะ พูห์ และเสือทิกเกอร์

ทางการจีนเปิดฉากทำสงครามออนไลน์กับหมีน้อย วินนี่ เดอะ พูห์ ด้วยการไล่ลบรูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว รวมทั้งข้อความที่พาดพิงถึงเจ้าหมีพุงโตสีเหลืองบนสื่อสังคมออนไลน์ เว็บไซต์ และแอปพลิเคชันสื่อสารต่างๆ ออกจนเกลี้ยง ทั้งยังดูเหมือนว่าพลเมืองหลายล้านคนของจีน จะไม่สามารถกล่าวถึงหรือโพสต์ภาพของตัวการ์ตูนยอดนิยมนี้ทางสื่อสังคมออนไลน์ได้อีกต่อไป

นายสตีเฟน แม็กดอนเนล ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำกรุงปักกิ่งรายงานว่า นโยบาย "แบน" หมีพูห์ซึ่งเป็นเพียงตัวการ์ตูนที่ดูไม่มีพิษมีภัยอะไรนั้น เป็นความพยายามของทางการจีนที่จะปราบปรามบรรดาผู้แสดงความเห็นทางการเมืองผ่านโซเชียลมีเดีย ซึ่งนิยมใช้วิธีที่แยบยลในการกล่าววิจารณ์ผู้มีอำนาจบารมีที่แตะต้องไม่ได้ โดยมักใช้คำที่มีความหมายอื่นเป็นรหัสเรียกแทนตัวคนสำคัญผู้นั้น เช่น ในกรณีของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง หมีพูห์ที่ทั้งดูน่ารักและซุ่มซ่ามน่าขันถูกนำมาเชื่อมโยงเป็นสัญลักษณ์แทนตัวผู้นำสูงสุดที่ควรจะดูน่าเคารพบูชาและน่าเกรงขาม จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่รัฐบาลจีนจะไม่ชอบใจเท่าใดนัก

การใช้หมีพูห์เป็นสัญลักษณ์แทนตัวประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กันอย่างแพร่หลายนั้นเริ่มขึ้นเมื่อปี 2013 โดยมีผู้โพสต์ภาพเปรียบเทียบนายสีขณะที่เดินคู่กับอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามาว่า คล้ายกับตัวการ์ตูนวินนี่ เดอะ พูห์ ที่ตัวเตี้ยพุงโตเดินอยู่กับเพื่อนรักคือเสือทิกเกอร์ที่ตัวสูงกว่า

Image copyright WEIBO/AFP
คำบรรยายภาพ ในปี 2014 มีผู้โพสต์รูปผู้นำจีนขณะจับมือกับผู้นำญี่ปุ่น โดยนำไปวางเทียบกับภาพหมีพูห์จับมือกับลาอียอร์

ในปีต่อมา มีผู้โพสต์รูปผู้นำจีนขณะจับมือกับนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่น โดยนำไปวางเทียบกับอีกภาพที่ตัวการ์ตูนหมีพูห์กำลังจับมือกับลาอียอร์ ซึ่งดูคล้ายกับผู้นำทั้งสองอย่างมาก นอกจากนี้ในปี 2015 หลังจากที่ประธานาธิบดีสีได้ตรวจพลในพิธีสวนสนามของกองทัพ ก็มีผู้โพสต์รูปของเล่นชิ้นหนึ่งที่เป็นหมีพูห์นั่งในรถยนต์ ล้อเลียนท่าทางของผู้นำจีนในพิธีดังกล่าว

นายสตีฟ ซาง ผู้อำนวยการสถาบันจีนศึกษาของสำนักวิชาตะวันออกและแอฟริกันศึกษา (SOAS) มหาวิทยาลัยลอนดอน บอกว่าการปราบปรามเพื่อลิดรอนสิทธิในการแสดงความคิดเห็นเพิ่มขึ้นอย่างมาก นับแต่นายสีเข้าดำรงตำแหน่งผู้นำในปี 2013 เช่น ในกรณีของนายหลิว เสี่ยวปอ นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยในจีน เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ที่เพิ่งเสียชีวิตไปนั้น ทางการจีนพยายามแทรกแซงสื่อโดยปิดกั้นการนำเสนอข่าวของนายหลิว จนคนจีนจำนวนมากไม่เคยรู้จัก หรือแม้แต่จะได้ยินชื่อของนายหลิวมาก่อน หากมีผู้พิมพ์ชื่อ "หลิว เสี่ยวปอ" ลงในแอปพลิเคชันสนทนาต่างๆ ในจีนแล้วกดส่งข้อความ ฝ่ายผู้รับจะไม่ได้เห็นข้อความนั้น

นายซางยังบอกว่า ในระยะหลังพรรคคอมมิวนิสต์จีนยิ่งเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบเนื้อหาบนสื่อออนไลน์ และไม่อดทนต่อการล้อเลียนขบขันใดๆ ที่เสี่ยงจะทำให้ผู้นำไม่เป็นที่เคารพนับถือของประชาชนได้

Image copyright Empics
คำบรรยายภาพ มีผู้โพสต์ภาพของเล่นที่เป็นหมีพูห์นั่งในรถยนต์ ล้อเลียนท่าทางของผู้นำจีนขณะตรวจพลสวนสนาม

มาตรการเข้มงวดกวดขันดังกล่าวยิ่งเพิ่มมากขึ้น เมื่อจีนใกล้จะจัดการประชุมใหญ่ครั้งที่ 19 ของพรรคคอมมิวนิสต์ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ โดยการประชุมครั้งสำคัญดังกล่าวซึ่งจัดขึ้นทุก 5 ปี จะมีการตั้งคณะกรรมการถาวรชุดใหม่ของกรมการเมือง (โพลิตบูโร) ซึ่งจัดเป็นกลุ่มผู้มีอำนาจสูงสุดในแวดวงการเมืองจีน รวมทั้งเป็นการเริ่มต้นวาระดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ของนายสีอีกด้วย จึงมีความจำเป็นที่ผู้นำจีนจะต้องกระชับการกุมอำนาจเข้ามาในมือของตนให้มั่นคงยิ่งขึ้น ทั้งในระดับรัฐบาลและในภาคประชาชน โดยไม่สามารถจะมองข้ามละเลยแม้แต่เรื่องเล็กน้อยอย่างหมีวินนี่ เดอะ พูห์ ไปได้