ซีรีส์ดัง “13 Reasons Why” “House of Cards” พายอดสมาชิก ”เน็ตฟลิกซ์ “ พุ่ง 104 ล้านรายทั่วโลก

13 Image copyright Netflix

ซีรีส์-ภาพยนตร์ดัง อย่าง "13 Reasons Why" "House of Cards" และ "Okja" ช่วยเพิ่มสมาชิก"เน็ตฟลิกซ์ " เป็น 104 ล้านรายทั่วโลก โดยครึ่งหนึ่งเป็นสมาชิกในต่างประเทศ

เน็ตฟลิกซ์ (Netflix) บริษัทสตรีมมิ่งซีรีส์และภาพยนตร์ชื่อดังของสหรัฐอเมริกา ระบุว่า ผลตอบรับที่ดีเกิดคาดนี้เป็นผลจากการลงทุน ผลิตซีรีส์และภาพยนตร์ใหม่ ๆ อาทิ "13 Reasons Why" ซีรีส์เกี่ยวกับการฆ่าตัวตายของวัยรุ่น ซีรีส์การเมืองอย่าง "House of Cards" และ "The Crown" ซีรีส์ซึ่งอิงเนื้อหาจากพระราชประวัติสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองแห่งสหราชอาณาจักร

รีด แฮสติงส์ หนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัทเน็ตฟลิกซ์ กล่าวว่า นี่เป็นรางวัลจากการผลิตเนื้อหาดี ๆ

ทางบริษัทเผยว่า มีสมาชิกเพิ่มขึ้นราว 5.2 ล้านคนในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา โดยส่วนใหญ่เป็นสมาชิกในต่างประเทศ

ขณะนี้ ครึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเป็นสมาชิกในต่างประเทศ โดยภาพยนตร์อย่างเช่น "Okja" ซึ่งกำกับโดยผู้กำกับดังของเกาหลีใต้ มีส่วนช่วยเพิ่มจำนวนสมาชิกในกลุ่มนี้ เน็ตฟลิกซ์ระบุว่า ทางบริษัทคาดหวังให้สมาชิกในต่างประเทศเป็นส่วนช่วยสร้างกำไรให้บริษัทในปีนี้

Image copyright Reuters

ในไตรมาสที่ 2 นี้ บริษัทเติบโตขึ้นถึง 32% คิดเป็นรายได้รวม 2.8 พันล้านดอลลาร์ หรือกว่า 9 หมื่นล้านบาท โดยทางบริษัทคาดว่ายอดรายได้จะสูงขึ้นเป็นเกือบ 3 พันล้านดอลลาร์ หรือราวหนึ่งแสนล้านบาท ภายในไตรมาสที่ 3

บริษัททำกำไรในไตรมาสที่ 2 ไป 65.6 ล้านดอลลาร์ หรือราวสองพันล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นประมาณ 60% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้ว

เน็ตฟลิกซ์ระบุว่า การสร้างเนื้อหาใหม่ ๆ เป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขันกับคู่แข่งอย่าง แอมะซอน และ ยูทิวบ์ และทีวีช่องต่าง ๆ ทางบริษัทยังเสริมต่ออีกว่า การสร้างเนื้อหาใหม่ ๆ เท่ากับว่า บริษัทสตรีมมิ่งต่าง ๆ กำลังขยายขนาดของตลาดโดยรวม

"การที่เนื้อหาส่วนใหญ่ของแต่ละบริษัทสตรีมมิ่งไม่สามารถหาดูได้ที่อื่น หมายความว่าแต่ละบริษัทไม่ได้มาเพื่อแทนที่กันและกัน แต่มาช่วยเหลือเกื้อกูลกัน" เน็ตฟลิกซ์แจ้งต่อผู้ถือหุ้น

หลังจาก "เน็ตฟลิกซ์" ประกาศผลประกอบการในไตรมาสที่ 2 ถึงยอดสมาชิกที่พุ่งพรวด ราคาหุ้นของบริษัทสูงเพิ่มขึ้นกว่า 10% ในช่วงการซื้อขายหลักทรัพย์นอกเวลาทำการที่นครนิวยอร์ก เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

บริษัทกล่าวว่า การเปลี่ยนจากการดูทีวีปกติมาเป็นระบบออนไลน์ที่ดูตอนไหนก็ได้เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และบริษัทที่ให้บริการเนื้อหาทางออนไลน์หลาย ๆ บริษัทจะประสบความสำเร็จ