เผยตลาดเอเชียค้าอวัยวะสิงโต สวมรอยอ้างเป็นชิ้นส่วนเสือ

ผู้ค้าสัตว์ป่าในเอเชียนำอวัยวะสิงโตมาสวมรอยอ้างว่าเป็นผลิตภัณฑ์จากเสือซึ่งเป็นที่ต้องการสูง Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ ผู้ค้าสัตว์ป่าในเอเชียนำอวัยวะสิงโตมาสวมรอยอ้างว่าเป็นผลิตภัณฑ์จากเสือซึ่งเป็นที่ต้องการสูง

องค์กรสืบสวนด้านสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ (EIA) ซึ่งเป็นองค์กรอิสระในสหราชอาณาจักร เผยรายงานที่ระบุว่าพบการค้าอวัยวะส่วนต่างๆ ของสิงโตจากแอฟริกาใต้เพิ่มมากขึ้นในตลาดของประเทศจีนและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยผู้ค้าสัตว์ป่านำชิ้นส่วนสิงโตมาสวมรอยอ้างว่าเป็นอวัยวะเสือ หลังประสบภาวะขาดแคลนเนื่องจากทางการจีนสั่งห้ามจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากเสือก่อนหน้านี้

มีการเปิดเผยรายงานดังกล่าวในที่ประชุมอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (ไซเตส) ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยชี้ว่ากรณีดังกล่าวเกิดขึ้นได้ เพราะอนุสัญญาไซเตสยินยอมให้มีการค้าชิ้นส่วนสิงโตที่เกิดในฟาร์มเพาะเลี้ยงได้จำนวนหนึ่ง แต่ความต้องการของตลาดเพื่อทดแทนอวัยวะเสือดังกล่าว อาจทำให้มีการล่าสิงโตในธรรมชาติแล้วนำมาสวมรอยเป็นสิงโตเพาะเลี้ยงเพื่อส่งออกกันมากขึ้นได้

เมื่อเดือนที่แล้ว รัฐบาลแอฟริกาใต้ประกาศโควตาการส่งออกกระดูกสิงโตให้อยู่ที่ไม่เกิน 800 ตัว ซึ่งยังเป็นจำนวนที่สูงจนสร้างความกังวลให้กับบรรดานักอนุรักษ์ โดยอีไอเอระบุว่า ในระหว่างปี 2005-2015 แอฟริกาใต้ส่งออกชิ้นส่วนสิงโตหลายชนิดไปยังลาวและเวียดนามเป็นจำนวนมาก โดยมีทั้งซากสิงโต 755 ตัว กระดูกสิงโต 587.5 กิโลกรัมซึ่งเทียบเท่ากับสิงโตราว 65 ตัว รวมทั้งอุ้งเท้า กะโหลก และเขี้ยวของสิงโตอีกจำนวนมาก

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ ชาวจีนบางส่วนเชื่อว่ากระดูกเสือดองเหล้ามีสรรพคุณเป็นยาและบำรุงกำลัง

รายงานเผยว่ามีการจับกุมและยึดชิ้นส่วนกระดูกสิงโตที่สวมรอยเป็นผลิตภัณฑ์จากเสือได้ 5 ครั้ง ตลอดช่วงสองปีที่ผ่านมา โดยเมื่อเดือนเมษายนของปีนี้ ตำรวจจีนได้เข้าจับกุมพ่อค้าในเมืองนานกิงที่มีกระดูกสิงโตในครอบครอง โดยพ่อค้าผู้นี้เข้าใจว่าตนได้ซื้อกระดูกเสือมาเก็บไว้ แต่ผลการตรวจดีเอ็นเอยืนยันว่าเป็นกระดูกสิงโต

นอกจากนี้ เมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้วมีการจับกุมผู้ต้องสงสัยในเวียดนาม ซึ่งมีอุ้งเท้าเสือในครอบครองถึง 680 ชิ้น โดยอ้างว่ารับซื้อมาจากลาว อย่างไรก็ตาม ผลการตรวจดีเอ็นเอพบว่าสินค้าดังกล่าวนั้นที่จริงเป็นอุ้งเท้าสิงโตเช่นกัน

ทั้งนี้ ผู้คนบางส่วนในจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เชื่อว่า อวัยวะเสือมีสรรพคุณเป็นยารักษาโรคและบำรุงกำลัง ทำให้มีความต้องการอวัยวะเสือในตลาดดังกล่าวสูง อย่างไรก็ตาม การใช้ชิ้นส่วนของสิงโตทดแทนอวัยวะเสือทำให้นักอนุรักษ์เกรงว่า สิงโตในธรรมชาติในประเทศที่ไม่มีฟาร์มเพาะเลี้ยงจะถูกไล่ล่าจนสูญพันธุ์เร็วยิ่งขึ้น โดยระหว่างปี 1993-2004 ประชากรสิงโตในทวีปแอฟริกาลดลงโดยรวมถึง 43%

ข่าวที่เกี่ยวข้อง