ทำเนียบขาวรับข่าวจริงทรัมป์คุยส่วนตัวกับปูตินระหว่างประชุมจี 20

การหารือกันอย่างเป็นทางการครั้งแรกของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย (ซ้าย) กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ในระหว่างการประชุมจี 20 ที่ประเทศเยอรมนี Image copyright AFP/GETTY IMAGES
คำบรรยายภาพ การหารือกันอย่างเป็นทางการครั้งแรกของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย (ซ้าย) กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ในระหว่างการประชุมจี 20 ที่ประเทศเยอรมนี

ทำเนียบขาวยืนยันว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้สนทนาการอย่างไม่เปิดเผย ระหว่างการประชุมกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 20 ประเทศ หรือ จี 20 โดยผู้นำทั้งสองคนได้หารือกันในช่วงท้ายของงานเลี้ยงรับรองอาหารค่ำ แต่ทำเนียบขาวไม่เปิดเผยเรื่องที่หารือกัน

ประธานาธิบดีทรัมป์ ประณามการที่สื่อเปิดเผยการพูดคุยกันว่า "ป่วย"

ความสัมพันธ์ของผู้นำทั้งสองอยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบท่ามกลางข้อกล่าวหาเกี่ยวกับรัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐฯ

สำนักข่าวกรองของสหรัฐฯ เชื่อว่า รัฐบาลรัสเซียพยายามที่จะทำให้นายทรัมป์ได้เปรียบในการเลือกตั้ง ซึ่งทางรัสเซียปฏิเสธ ขณะที่นายทรัมป์ก็ปฏิเสธการสมรู้ร่วมคิดกับทางรัสเซียเช่นกัน

การพูดคุยอย่างไม่เปิดเผย เกิดขึ้นระหว่างการรับประทานอาหารส่วนตัวของผู้นำประเทศต่าง ๆ ที่เข้าร่วมการประชุมสุดยอดจี 20 ในเมืองฮัมบูร์กเมื่อวันที่ 7-8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

สื่อสหรัฐฯ รายงานว่า นายทรัมป์ ได้ลุกจากที่นั่งและเดินไปหานายปูติน ซึ่งนั่งติดกับนางเมลาเนีย ทรัมป์ ภริยาของนายทรัมป์ โดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ พูดคุยกับนายปูตินเพียงลำพัง โดยมีเพียงล่ามทางการของประธานาธิบดีรัสเซียอยู่ด้วย

นายทรัมป์ นั่งติดอยู่กับภริยาของนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ ของญี่ปุ่น ดังนั้นล่ามของสหรัฐฯ ในการรับประทานอาหารค่ำของเหล่าผู้นำจึงเป็นล่ามภาษาญี่ปุ่น ส่วนสื่อมวลชนไม่ได้เข้าร่วมในการรับประทานอาหาร

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ในการรับประทานอาหารค่ำ นางเมลาเนีย ภริยาของนายทรัปม์ นั่งติดกับนายปูติน

ขณะที่ความยาวของการพูดคุยกันยังมีรายงานที่ขัดแย้งกันอยู่

นายเอียน เบรมเมอร์ ประธาน ยูเรเซียกรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านความเสี่ยงทางการเมือง รายงานเรื่องนี้เป็นคนแรกในจดหมายข่าวที่ส่งให้แก่ลูกค้า โดยระบุว่า "โดนัลด์ ทรัมป์ ลุกจากโต๊ะ และไปนั่งกับปูติน เป็นเวลาราวหนึ่งชั่วโมง การพูดคุยกันเป็นไปอย่างมีชีวตชีวาและเป็นมิตร"

เขาระบุว่า ไม่มีคนอื่นอยู่ใกล้เคียง ดังนั้น จึงไม่มีใครรู้ว่าทั้งสองพูดคุยกันเรื่องอะไร

นายเบรมเมอร์ ไม่ได้อยู่ในงาน แต่เขาระบุว่าผู้ร่วมงานที่ไม่เปิดเผยชื่อได้ให้รายละเอียดแก่เขา ซึ่งเป็นรายละเอียดที่ "สับสน และน่าตกใจ" จากเหตุที่เกิดขึ้น

ด้านเจ้าหน้าที่ทางการอาวุโสของทำเนียบขาว ระบุในแถลงการณ์ว่า ไม่มีการ "ประชุมกันครั้งที่ 2" เป็นเพียงการสนทนากันสั้น ๆ หลังมื้ออาหารเท่านั้น

เจ้าหน้าที่ทางการคนดังกล่าวระบุว่า "การบอกเป็นนัยว่าทำเนียบขาวพยายามที่จะ 'ปกปิด' การหารือกันเป็นครั้งที่ 2 ไม่เป็นความจริง ไร้สาระ และประสงค์ร้าย การพูดคุยกันดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการหารือตามปกติเท่านั้น แต่ยังเป็นการทำตามหน้าที่ประธานาธิบดีในการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้นำประเทศต่าง ๆ ด้วย

นายไมเคิล แอนตัน โฆษกของสภาความมั่นคงแห่งชาติ กล่าวว่า มันไม่ใช่การประชุม แต่เป็น "การพูดคุยกันส่วนตัว" และกล่าวเพิ่มเติมว่า "การคุยกันเรื่องของหวานไม่น่าจะถือว่าเป็นการประชุม"

ต่อมานายทรัมป์ ได้ระบุผ่านทางทวิตเตอร์ว่า "ข่าวปลอมเรื่องการทานมื้อค่ำอย่างลับ ๆ กับปูติน เป็นข่าวที่ "ป่วย" สื่อก็รู้ว่านายกรัฐมนตรีเยอรมนีเชิญผู้นำจี 20 ทุกท่านพร้อมคู่สมรสเข้าร่วมรับประทานอาหารค่ำ"

เรื่องการรับประทานอาหารและผู้เข้าร่วมงานเป็นที่ทราบกันดี มีแต่เรื่องการพูคคุยกันระหว่างนายทรัมป์และนายปูตินเท่านั้นที่ไม่มีการรายงานมาก่อนหน้านั้น

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
อ่านความรู้สึกผ่านภาษากายของปูตินและทรัมป์

ในการหารือกันอย่างเป็นทางการก่อนนั้น ถือเป็นการพบตัวจริงของกันและกันเป็นครั้งแรกของผู้นำทั้งสองคน นายทรัมป์ระบุว่า เขาได้พยายามถามนายปูตินเกี่ยวกับข้อกล่าวหาที่ว่ารัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐฯ หลายครั้ง

"ผมพูดว่า 'คุณได้ทำหรือเปล่า' เขาบอกว่า 'ไม่ ผมไม่ได้ทำอย่างแน่นอน' จากนั้นผมก็ถามเขาอีกเป็นรอบที่ 2 แต่ใช้วิธีการถามที่ต่างจากเดิม เขาบอกว่า 'ไม่อย่างแน่นอน'"

รัฐสภาได้เข้ามาสอบสวนเกี่ยวกับข้อกล่าวหารัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งของสหรัฐฯ และอาจจะมีการสมรู้ร่วมคิดกับเจ้าหน้าที่ของฝ่ายหาเสียงของนายทรัมป์ด้วย นอกจากนี้ยังมีการสอบสวนที่ดำเนินการโดยคณะกรรมการพิเศษอีกชุดหนึ่งด้วย

ทำเนียบขาวระบุว่า นายทรัมป์จะเสนอให้แต่งตั้งนายจอน ฮันต์สแมน อดีตผู้ว่าการรัฐยูทาห์ เป็นเอกอัครราชทูตประจำรัสเซีย ซึ่งถือเป็นตำแหน่งสำคัญสำหรับนายทรัมป์ซึ่งรับปากว่าจะปรับปรุงความสัมพันธ์กับรัสเซีย

นายฮันต์สแมน ซึ่งเคยเป็นเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศจีนและสิงคโปร์ จำเป็นต้องได้รับการรับรองจากวุฒิสภาก่อน

คาดว่าการตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการแทรกแซงของรัสเซียน่าจะเป็นปัจจัยสำคัญในการรับรองชื่อเขา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง