ฟิลิปปินส์ขยายเวลากฎอัยการศึกบนเกาะมินดาเนา สู้กลุ่มติดอาวุธอิสลาม

ทหาร Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ สมาชิกรัฐสภาฟิลิปปินส์เห็นชอบขยายเวลาบังคับใช้กฏอัยการศึกบนเกาะมินดาเนาไปจนสิ้นปีนี้

สมาชิกรัฐสภาฟิลิปปินส์ลงคะแนนเสียงอย่างท่วมท้นขยายเวลาบังคับใช้กฏอัยการศึกบนเกาะมินดาเนาไปจนถึงสิ้นปีเพื่อต่อสู่กับกลุ่มติดอาวุธอิสลาม จากเดิมที่มีกำหนดสิ้นสุดลงในวันพรุ่งนี้ (23 ก.ค.)

ประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เต ระบุว่า การขยายกฎอัยการศึกเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการปราบปรามกลุ่มติดอาวุธ ในขณะที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของการพยายามของเขาในการกุมอำนาจในระดับกว้างกว่านั้น

เกาะมินดาเนาเป็นฐานที่มั่นของกลุ่มติดอาวุธอิสลามหลายกลุ่มซึ่งต่อสู้กับรัฐบาลเพื่ออิสระในการปกครองตนเอง โดยกฏอัยการศึกให้กองทัพมีอำนาจบังคับใช้กฎหมายและควบคุมบุคคลโดยไม่ต้องแจ้งข้อกล่าวหาได้

กลุ่มติดอาวุธที่มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายกลุ่มที่เรียกตนเองว่ารัฐอิสลาม (ไอเอส) เข้ายึดหลายพื้นที่ของเมืองมาราวี ทางตอนใต้ของประเทศ มาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม การประกาศใช้กฎอัยการศึกเป็นเวลา 60 วัน ซึ่งเริ่มต้นเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม เดิมมีกำหนดสิ้นสุดลงในวันพรุ่งนี้ (23 ก.ค.)

นายดูแตร์เต กล่าวเมื่อเดือนพฤษภาคมว่า อาจจะมีการขยายการบังคับใช้กฎอัยการศึกไปทั่วประเทศฟิลิปปินส์ หลังจากเกิดเหตุกลุ่มติดอาวุธบุกสังหารตำรวจในเมืองมาราวี ด้านสมาชิกสมาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านบางส่วนตั้งคำถามว่า เหตุใดจึงใช้กฎอัยการศึกครอบคลุมทั่วทั้งเกาะมินดาเนา แทนที่จะบังคับใช้ในเมืองมาราวีเพียงแห่งเดียว

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ การใช้กฎอัยการศึกเป็นประเด็นที่อ่อนไหวสำหรับฟิลิปปินส์ ซึ่งตกอยู่ภายใต้กฎอัยการศึกเป็นระยะเวลานานในสมัยอดีตประธานาธิบดี เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส

วุฒิสมาชิกริซา ฮอนติเรรอส ให้สัมภาษณ์เอเอฟพีว่า "เกรงว่าแผนการขยายกฎอัยการศึกในมินดาเนาจะเป็นการเปิดทางสู่การบังคับใช้กฎอัยการศึกทั่วประเทศฟิลิปปินส์"

ส่วนแฟรงคลิน ดริลอน วุฒิสมาชิกอีกคนหนึ่งระบุว่า ระยะเวลาการขยายกฎอัยการศึกนานเกินไป

เว็บไซต์จีเอ็มเอ นิวส์ รายงานว่า พลเอกเอดูอาร์โด อาโน หัวหน้าเสนาธิการกองทัพ ระบุว่า กฎอัยการศึกมีความจำเป็นในการจำกัดการเคลื่อนไหวของกลุ่มติดอาวุธอิสลาม และเตือนว่า ความไม่สงบที่กำลังเกิดขึ้นอาจจะกระจายไปยังเมืองอื่น ๆ บนเกาะมินดาเนาได้

การใช้กฎอัยการศึกเป็นประเด็นที่อ่อนไหวสำหรับฟิลิปปินส์ ซึ่งตกอยู่ภายใต้กฎอัยการศึกเป็นระยะเวลานานในสมัยอดีตประธานาธิบดี เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส ผู้ล่วงลับ

เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงหลายคนได้กล่าวต่อรัฐสภาก่อนที่จะมีการลงมติว่า จำเป็นต้องใช้กฎอัยการศึกเพื่อทำให้เกิดเสถียรภาพในภูมิภาค ซึ่งผู้สนับสนุนกลุ่มไอเอสอาจจะก่อเหตุลักษณะคล้ายคลึงกันในพื้นที่อื่นบนเกาะมินดาเนาได้

พวกเขาระบุว่า ขณะนี้มีกลุ่มติดอาวุธราว 60 คนเหลืออยู่ในเมืองมาราวี แต่มีกลุ่มติดอาวุธที่สนับสนุนไอเอสอีกเกือบ 1,000 คนยังคงเคลื่อนไหวอยู่ตามที่ต่าง ๆ ทางตอนใต้ของประเทศ และมีการจับตัวประกันไว้ 23 คน

ทั้งนี้ มาราวี มีคนอาศัยอยู่ราว 200,000 คน แต่คนจำนวนมากได้อพยพหนีความรุนแรงออกมาแล้ว ส่วนผู้ที่ติดอยู่ก็เกรงว่าอาจจะเผชิญกับการขาดแคลนอาหารและน้ำ

ในการสู้รบครั้งนี้ มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก แบ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธกว่า 420 คน ทหาร 100 นาย และพลเรือน 45 คน

การปะทะกันเกิดขึ้นเมื่อกองทัพล้มเหลวในการพยายามจับตัวนายอิสนิลอน ฮาปิลอน ซึ่งเชื่อว่าเป็นผู้นำไอเอสคนสำคัญในฟิลิปปินส์ และมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มเมาเต ซึ่งประกาศสวามิภักดิ์ต่อกลุ่มไอเอส ทำให้กลุ่มเมาเตตอบโต้ด้วยการบุกโจมตีหลายพื้นที่ของเมืองมาราวี และจับคนเป็นตัวประกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง