'กินเผื่อลูกในท้อง' ช่วง 6 เดือนแรกของการตั้งครรภ์เป็นความเชื่อที่ผิด

ท้อง Image copyright PA

สถาบันสุขภาพและความเป็นเลิศด้านการแพทย์แห่งชาติ หรือ เอ็นไอซีอี ของสหราชอาณาจักร แนะนำว่าหญิงตั้งครรภ์ไม่ต้องการปริมาณแคลอรี่ไปมากกว่าปกติในช่วง 6 เดือนแรก แต่ช่วง 3 เดือนก่อนคลอด ร่างกายต้องการสารอาหารเพิ่มขึ้นวันละ 200 แคลอรี่

ผลสำรวจในสหราชอาณาจักรโดยองค์กรความร่วมมือด้านการกุศลแห่งชาติ หรือ เอ็นซีพี ระบุว่า ผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่รู้ปริมาณอาหารที่เหมาะสมในการบริโภคช่วงตั้งครรภ์

มากกว่า 1 ใน 3 ของผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ที่ร่วมทำแบบสอบถามจำนวน 2,100 คน คิดว่าพวกเขาต้องได้รับสารอาหารอย่างน้อย 300 แคลอรี่มากกว่าปกติทุก ๆ วันตลอดการตั้งครรภ์

ในขณะที่ 61 เปอร์เซ็นต์จากผู้หญิง 140 คนที่เคยผ่านการตั้งครรภ์เชื่อว่าพวกเธอควรได้รับแคลอรี่มากกว่าปกติในช่วง 3 เดือนแรก หรือช่วงเดือนที่ 4-6

เอ็นไอซีอี ระบุว่า ผู้หญิงตั้งครรภ์ต้องการสารอาหารเพิ่มขึ้นจากปกติอีก 200 แคลอรี่ในช่วง 3 เดือนก่อนคลอด ซึ่งเท่ากับขนมปังธัญพืช 2 แผ่นทาหน้าด้วยครีมน้ำมันมะกอก

เอ็นซีพี ซึ่งเป็นการรวมตัวระหว่างองค์กรโรคเบาหวานแห่งสหราชอาณาจักร มูลนิธิโรคหัวใจสหราชอาณาจักร และห้างเทสโก้ ระบุว่า ผู้หญิงตั้งครรภ์ไม่ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องว่าพวกเขากินอะไรได้บ้าง

เอ็นซีพี กำลังร่วมมือกับราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งสหราชอาณาจักร เพื่อลบล้างความเชื่อผิด ๆ เรื่องการกินเผื่อลูกในท้อง และทำให้ผู้หญิงเข้าใจเรื่องสารอาหารที่ควรได้รับมากขึ้น

มากกว่า 1 ใน 4 ของผู้หญิงตั้งครรภ์ยอมรับว่าพวกเธอใช้แนวความคิดเรื่อง 'กินเผื่อลูกในท้อง' เป็นข้ออ้างเพื่อกินอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพอยู่เสมอ

Image copyright PA

อเล็กส์ เดวิส หัวหน้าฝ่ายนโยบายการป้องกันของเอ็นซีพีระบุว่า ความเชื่อผิด ๆ นี้ทำให้ผู้หญิงตั้งครรภ์ยิ่งมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน

"การกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพในปริมาณที่เหมาะสมสำคัญต่อทั้งช่วงก่อน ระหว่าง และหลังคลอด ทำให้การปฏิสนธิเป็นไปตามธรรมชาติ ลดความเสี่ยงอาการแทรกซ้อนช่วงตั้งครรภ์และทำคลอด และช่วยป้องกันปัญหาด้านสุขภาพในระยะยาว เช่น โรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคหัวใจ และโรคเกี่ยวกับการไหลเวียนโลหิต"

ศาสตราจารย์ เจนิส ไรเมอร์ รองประธานด้านการศึกษาของราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งสหราชอาณาจักร ระบุว่าการรับประทานอาหารมากไปช่วงตั้งครรภ์เป็นอันตรายต่อทั้งแม่และลูก

"ผู้หญิงที่น้ำหนักมากเกินไประหว่างตั้งครรภ์มีความเสี่ยงมากกว่าที่จะแท้งลูก และเกิดภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ความดันโลหิตสูง และภาวะครรภ์เป็นพิษ"

ไรเมอร์เสริมอีกว่า ผู้หญิงที่น้ำหนักตัวมากเกินไปมีแนวโน้มที่จะคลอดก่อนกำหนด ทำให้ต้องผ่าคลอด มีอาการตกเลือด การแข็งตัวของเลือดผิดปกติ ซึ่งทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิต

Image copyright Getty Images

หญิงตั้งครรภ์ควรทานอะไรบ้าง

  • ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่อย่างสมส่วน
  • ทานอาหารมื้อเช้าที่เป็นประโยชน์ทุกวัน หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง
  • ทานผักและผลไม้ให้มาก ๆ
  • ทานใยอาหารจากธัญพืชและถั่ว
  • ทานคาร์โบไฮเดรตประมาณ 1 ใน 3 ส่วนของมื้ออาหาร ข้าว ข้าวโอ๊ต ขนมปัง และพาสต้า เป็นแหล่งพลังงานสำคัญ
  • ทานโปรตีนทุกวัน เช่น ปลา ไข่ และถั่วที่มีโปรตีนสูง
  • ทานปลา 2 ส่วนต่อสัปดาห์ โดยส่วนหนึ่งควรเป็นปลาที่มีกรดไขมันจำเป็นสูงอย่างเช่น ปลาแซลมอน และปลาแมคเคอเรล หรือปลาซาบะ
  • ดื่มนมไขมันต่ำ กินโยเกิร์ต และชีสชนิดแข็ง
  • เลี่ยงน้ำอัดลม กินผักสลัดและซุปผัก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง