อังกฤษจะแบนรถใช้เบนซินและดีเซลในปี 2040

คนปั่นจักรยานและรถบนถนน Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ รัฐมนตรีกระทรวงต่าง ๆ ต้องเริ่มร่างแผนกลยุทธ์อากาศสะอาดในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และให้เสร็จสิ้นภายใน 31 กรกฎาคมนี้

อังกฤษเตรียมประกาศห้ามผลิตรถยนต์และรถตู้ที่ใช้น้ำมันดีเซลและเบนซินในประเทศตั้งแต่ปี 2040 เป็นต้นไป เพื่อแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ

รัฐมนตรีกระทรวงต่าง ๆ จะตั้งกองทุนมูลค่า 255 ล้านปอนด์ หรือราว 11,100 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือหน่วยงานต่าง ๆ ในการแก้ปัญหามลพิษที่ปล่อยออกมาจากยานพาหนะที่ใช้น้ำมันดีเซล โดยกองทุนนี้เป็นส่วนหนึ่งของงบประมาณ 3,000 ล้านปอนด์ หรือราว 131,000 ล้านบาทในการปรับปรุงคุณภาพอากาศ

รัฐบาลจะเปิดเผยถึงกลยุทธ์ในการปรับปรุงคุณภาพอากาศต่อไป โดยจะสนับสนุนให้มีการใช้รถยนต์ไฟฟ้า ก่อนที่จะถึงเส้นตายตามที่ศาลสูงกำหนด

ด้านนักรณรงค์ระบุว่า มาตรการต่าง ๆ น่าจะทำได้ตามที่ตั้งเป้า แต่จำเป็นต้องมีรายละเอียดมากกว่านี้ นอกจากนี้ยังต้องการให้รัฐบาลกำหนดเขตอากาศสะอาดไว้ในแผนการดังกล่าวด้วย โดยให้เรียกเก็บเงินยานพาหนะที่ก่อมลพิษปริมาณมากที่ต้องการเข้ามาในพื้นที่ที่มีมลพิษสูง

หลังจากต่อสู้กันทางกฎหมายมาเป็นเวลานาน ศาลได้สั่งให้รัฐบาลออกแผนการใหม่เพื่อรับมือกับการเพิ่มขึ้นของไนโตรเจนไดออกไซด์ที่เป็นสารอันตรายจนเกินระดับที่กฎหมายกำหนด

ผู้พิพากษาเห็นด้วยกับนักรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมที่บอกว่า แผนการก่อนหน้านี้ของรัฐบาลไม่เพียงพอในการลดระดับมลพิษลงตามที่สหภาพยุโรป หรือ อียู กำหนด

รัฐมนตรีกระทรวงต่าง ๆ จะต้องเริ่มร่างแผนกลยุทธ์อากาศสะอาดในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และให้เสร็จสิ้นภายใน 31 กรกฎาคมนี้

Image copyright SHUTTERSTOCK

แผนเก็บค่าปล่อยมลพิษ?

ไมเคิล โกฟ รัฐมนตรีกระทรวงสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า รัฐบาลจะให้งบประมาณ 200 ล้านปอนด์ หรือราว 8,700 ล้านบาท แก่หน่วยงานทางการท้องถิ่น เพื่อร่างแผนการต่าง ๆ ในการจัดการกับถนนที่มีระดับมลพิษสูง

เขากล่าวต่อรายการ ทูเดย์ ว่า "สิ่งที่เรากำลังบอกต่อเจ้าหน้าที่ทางการท้องถิ่นก็คือ ให้หาทางออกที่สร้างสรรค์ต่อข้อเสนอเหล่านี้"

เมื่อถูกถามว่าจะมีการเก็บเงินคนที่ขับขี่ยวดยานพาหนะบางประเภทหรือไม่ เขากล่าวว่า "ผมไม่เชื่อว่าจำเป็นต้องเรียกเก็บเงิน แต่เราจะร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ทางการท้องถิ่นเพื่อกำหนดแนวทางที่ดีที่สุด"

ผลประโยชน์ภาคอุตสาหกรรม

มาตรการในประเทศอาจจะรวมถึงการเปลี่ยนรถโดยสาร และการขนส่งสาธารณะประเภทอื่นที่ใช้พลังงานสะอาดขึ้น การวางแผนผังของถนน รวมถึง ลูกระนาดชะลอความเร็ว และการตั้งค่าสัญญาณไฟจราจรใหม่เพื่อทำให้รถเคลื่อนตัวสะดวกขึ้น

คาดว่ารัฐมนตรีกระทรวงต่าง ๆ จะหารือกันเกี่ยวกับโครงการสนับสนุนให้คนเลิกใช้รถเก่าที่ก่อมลพิษในปีนี้ แต่ยังไม่มีการยืนยันที่ชัดเจน

นอกจากนี้ยังมีความพยายามที่จะทำให้มาตรการที่ออกมาไม่ถูกมองว่าเป็นการ "ลงโทษ" ผู้ใช้รถยนต์น้ำมันดีเซล ซึ่งพวกเขาโต้แย้งว่าได้ซื้อรถมาใช้ตามที่รัฐบาลพรรคแรงงานสนับสนุน เพราะว่ารถที่ใช้น้ำมันดีเซลปล่อยคาร์บอนน้อยกว่า

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ มาตรการในประเทศอาจจะรวมถึงการเปลี่ยนรถโดยสาร และการขนส่งสาธารณะประเภทอื่นที่ใช้พลังงานสะอาดขึ้น

ด้านสมาคมผู้ค้าและผู้ผลิตรถยนต์ ระบุว่า เป็นเรื่องที่สำคัญในการเลี่ยงการห้ามใช้รถที่ใช้น้ำมันดีเซลทั้งหมด เพราะว่าจะส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรม

ไมค์ เฮาส์ ประธานสมาคม กล่าวว่า "ขณะนี้ปริมาณความต้องการรถที่ใช้เชื้อเพลิงทางเลือกกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่ยังคงอยู่ในระดับต่ำ"

"ภาคอุตสาหกรรมต้องการแนวทางที่เป็นบวก ซึ่งให้ผลประโยชน์ที่จูงใจแก่ลูกค้าในการซื้อรถยนต์เหล่านี้ เราอาจจะสร้างความเสียหายต่อภาคอุตสาหกรรมรถยนต์ของสหราชอาณาจักรได้ ถ้าเราไม่ให้เวลาที่เพียงพอแก่ภาคอุตสาหกรรมในการปรับตัว"

การประกาศของรัฐบาลเกิดขึ้น ท่ามกลางสัญญาณของการเร่งให้หันไปใช้รถยนต์ไฟฟ้าแทนรถยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซลและเบนซินทั้งในอังกฤษและต่างประเทศ

มลพิษทางอากาศ คาดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรราว 40,000 รายต่อปีในสหราชอาณาจักร และการคมนาคมก็มีส่วนในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมรถยนต์ ระบุว่า การเปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้าน่าจะเกิดขึ้นในช่วงกลางทศวรรษ 2020 ซึ่ง รถยนต์ไฟฟ้าจะแข่งขันกับรถยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซลหรือเบนซินได้ในหลายปัจจัยอย่างเช่นต้นทุนการผลิต

โฆษกของรัฐบาลระบุว่า คุณภาพอากาศที่แย่เป็น "ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่รุนแรงที่สุด" ต่อสุขภาพของประชาชนในสหราชอาณาจักร

"รัฐบาลนี้มีความแน่วแน่ในการดำเนินการอย่างจริงจังโดยใช้เวลาให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้" เขากล่าว

เดวิด ไบลีย์ ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมรถยนต์ ระบุว่า การเปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้าน่าจะเกิดขึ้นในช่วงกลางทศวรรษ 2020 ซึ่งเขาทำนายว่า ในช่วงนั้นรถยนต์ไฟฟ้าจะแข่งขันกับรถยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซลหรือเบนซินได้ในหลายปัจจัยอย่างเช่นต้นทุนการผลิต

ด้าน ซู เฮย์แมน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคแรงงาน และเป็นโฆษกด้านกิจการเกษตร อาหาร และสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า "มีคนอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีระดับมลพิษในอากาศสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดเกือบ 40 ล้านคน จึงจำเป็นต้องมีการดำเนินการในตอนนี้ไม่ใช่ในอีก 23 ปี"