สตาร์บัคส์ เตรียมกว้านซื้อหุ้นที่เหลือเพื่อเป็นเจ้าของธุรกิจทั้งหมดในจีน

จีนเป็นตลาดต่างประเทศที่กำลังเติบโตเร็วที่สุดของสตาร์บัคส์ Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ จีนเป็นตลาดต่างประเทศที่กำลังเติบโตเร็วที่สุดของสตาร์บัคส์

ร้านกาแฟสัญชาติอเมริกัน "สตาร์บัคส์" ตกลงจะซื้อกิจการและการบริหารจัดการเครือข่ายธุรกิจทั้งหมดในจีน ภายหลังบริษัทร่วมทุนในจีนยินยอมจะขายหุ้นที่เหลือทั้งหมดเป็นมูลค่า 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 43.3 พันล้านบาท

ตามข้อตกลงนี้ สตาร์บัคส์จะซื้อหุ้นส่วนอีกร้อยละ 50 ที่ยังไม่ได้เป็นเจ้าของ ซึ่งจะทำให้บริษัทสัญชาติอเมริกันนั้น มีสิทธิขาดในการบริหารสาขาเพิ่มอีก 1,300 สาขาในนครเซี่ยงไฮ้ มณฑลเจียงซู และมณฑลเจ้อเจียง นอกจากสาขาที่สตาร์บัคส์เป็นเจ้าของไปแล้วก่อนหน้านี้ จำนวน 1,500 สาขา สะท้อนให้เห็นว่า จีนกำลังเป็นตลาดต่างประเทศที่เติบโตเร็วสุดของสตาร์บัคส์

บริษัทยังระบุอีกว่า นี่จะเป็นการซื้อหุ้นครั้งใหญที่สุดเท่าที่เคยมีมา ถ้อยแถลงดังกล่าวของสตาร์บัคส์มีขึ้นไม่นานหลังจากมีการเปิดเผยผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ซึ่งปรากฏว่า บริษัทมีกำไรสุทธิลดลงร้อยละ 8.3 มาอยูที่ 691.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (23 พันล้านบาท)

นอกจากนี้ สตาร์บัคส์เปิดเผยว่า มีแผนจะปิดร้านทีวานา 379 สาขา ภายในกลางปีหน้านี้ เนื่องจากทำกำไรได้ไม่ดีตามคาด โดยแบรนด์เครื่องดื่มชานี้ สตาร์บัคส์ซื้อมาเมื่อปี 2012 ในราคา 620 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (20.7 พันล้านบาท)

Image copyright Getty Images

ส่วนราคาหุ้นของสตาร์บัคส์ ปรับตัวลดลงร้อยละ 5.5 มาอยู่ที่ 56.24 ดอลลาร์สหรัฐฯ (1,873.8 บาท) ต่อหุ้น ในช่วงหลังการซื้อขายตามชั่วโมงปกติ

ความฝันในจีน

หลังจากเข้ามารับหน้าที่ต่อจากนายเฮาเวิร์ด ชูลท์ซ เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว นายจอห์นสัน เควิน ประธานคนใหม่ของสตาร์บัคส์ อธิบายการเหตุผลในการตัดสินใจซื้อกิจการในจีนทั้งหมดว่า เป็นส่วนหนึ่งใน "ยุทธศาสตร์ระยะยาว" ของบริษัท เพื่อรับมือกับภาวะการชะลอตัวในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผลกระทบมาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป โดยหันมาให้ความสำคัญกับการซื้อสิ้นค้าทางออนไลน์มากขึ้นและลดการเดินเข้าร้านตามห้างสรรพสินค้าและร้านค้าลง

Image copyright Getty Images

มีข้อมูลเพิ่มเติมระบุว่า ในไตรมาสที่ผ่านมา ยอดขายของร้านสตาร์บัคส์ในสหรัฐฯ ที่เปิดมาเกิน 1 ปี มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 ในขณะที่สาขาในจีนมีอัตราการเติบโตที่ร้อยละ 7

ข้อตกลงเรื่องลิขสิทธิ์

ขณะนี้ สตาร์บัคส์มีร้านค้าอยู่ใน 130 เมืองในประเทศจีน และหวังว่าจะขยายกิจการเพิ่มจาก 2,800 สาขาเป็น 5,000 สาขาภายในปี 2021 โดยนครเซี่ยงไฮ้ มีจำนวนร้านมากที่สุดถึง 600 สาขา ซึ่งนับว่าเป็นจำนวนสาขาต่อเมืองที่สูงที่สุดในโลกของสตาร์บัคส์

อย่างไรก็ตาม สตาร์บัคส์กลับกำลังจะมีการขายหุ้นร้อยละ 50 ในบริษัทที่บริหาร 410 สาขาที่ไต้หวัน ให้กับบริษัทร่วมทุนที่ถือสิขสิทธิ์สตาร์บัคส์ ซึ่งเป็นโมเดลเดียวกันกับที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ในฮ่องกง และมาเก๊า เมื่อปี 2011

ข่าวที่เกี่ยวข้อง