"ภารกิจมิลค์เชค" ช่วยทำความหวังผู้ป่วยวาระสุดท้ายเป็นจริง

นางเอมิลี ปอเมอรันซ์ อายุ 50 ปี ได้รำลึกถึงความทรงจำดีๆ ที่เคยมีตอนไปรับประทานอาหารที่ร้านทอมมี่ ในเมืองคลีฟแลนด์ ไฮทส์ Image copyright FACEBOOK
คำบรรยายภาพ นางเอมิลี ปอเมอรันซ์ อายุ 50 ปี ได้รำลึกถึงความทรงจำดีๆ ที่เคยมีตอนไปรับประทานอาหารที่ร้านทอมมี่ ในเมืองคลีฟแลนด์ ไฮทส์

ร้านอาหารแห่งหนึ่งในรัฐโอไฮโอของสหรัฐฯ ทำให้ความหวังในวาระสุดท้ายของหญิงรายหนึ่งเป็นจริง ด้วยการส่งเครื่องดื่มมิลค์เชคที่เธอโปรดปรานข้ามประเทศไปให้ถึงเตียงผู้ป่วยในโรงพยาบาลก่อนที่เธอจะสิ้นใจ

เรื่องราวแสนประทับใจและสร้างรอยยิ้มกับผู้อ่านข่าวนี้ เกิดขึ้นเมื่อนางเอมิลี ปอเมอรันซ์ วัย 50 ปี ซึ่งป่วยเป็นโรคมะเร็งตับอ่อนระยะสุดท้าย ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งใกล้กับกรุงวอชิงตัน ดีซี บอกกับ นายแซม ไคลน์ เพื่อนของเธอว่า อยากลิ้มเครื่องดื่มสุดโปรด รสม็อคค่ามิลค์เชค จากร้านอาหารในเมืองบ้านเกิดของเธอ

นายไคลน์เองก็ไม่ได้รั้งรอใดๆ ติดต่อไปยังร้านทอมมีส์ ในเมืองคลีฟแลนด์ไฮทส์ เพื่อสั่งเมนูโปรดของเพื่อนรัก โดยให้ทางร้านจัดส่งข้ามประเทศมาเลย โดยมิลค์เชคแก้วนั้นมาถึงเตียงเธอเพียง 4 วันก่อนที่เธอจะเสียชีวิตเมื่อวันศุกร์ (28 ก.ค.) ที่ผ่านมา

เรื่องราวนี้ เกิดขึ้นตอนที่นายไคลน์เดินทางไปเยี่ยมเพื่อนเก่าที่ป่วยและถามเธอว่าต้องการอะไรหรือไม่ "เธอยิ้มและพูดกับผมว่า ฉันหวังจะได้ดื่มม็อคค่า มิลค์เชค จากร้านทอมมีส์ อีกสักครั้ง"

นายไคลน์ ระบุผ่านทางหน้าเฟซบุ๊กว่า ได้ติดต่อไปยังร้านอาหารผ่านทางอีเมล์รับเรื่องทั่วไป "และหลังจากนั้นไม่กี่วัน ก็ได้รับการติดต่อกลับจากนายทอมมี่ เฟลโล เจ้าของร้านอาหารแห่งนั้น โดยเขาบอกว่า 'ได้ เราจะหาทางส่งเครื่องดื่มไปให้'"

นายเฟลโล กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ฟอกซ์ 8 นิวส์ ว่าเปิดร้านอาหารมา 47 ปี แต่ไม่เคยได้รับรายการสั่งอาหารแบบนี้มาก่อน "ผมก็ไม่แน่ใจว่าจะทำได้หรือไม่" จนกระทั่งทุกคนที่เกี่ยวข้องตั้งชื่อให้งานนี้ว่า "ภารกิจมิลค์ เชค"

แล้ว "ภารกิจมิลด์เชค" ทำอย่างไร

นายเฟลโล อธิบายว่า เขาต้องนำเครื่องดื่มแช่น้ำแข็งแห้งเพื่อป้องกันไม่ให้ละลายตลอดระยะทางกว่า 600 กิโลเมตร ส่วนค่าบริการขนส่งเป็นแบบข้ามคืน สนนราคาอยู่ที่ 123 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 4,100 บาท

ด้านนายไคลน์ เล่าให้ฟังว่า เพื่อนของเธอดีใจมากที่ได้รับประทานมิลค์เชครสโปรดอีกครั้ง และเรื่องราวแสนประทับใจนี้ได้รับการเล่าผ่านหน้าเฟซบุ๊ก จนทำให้มีผู้นำไปแชร์ต่ออย่างแพร่หลาย สร้างรอยยิ้มให้กับผู้ที่ได้อ่านไปด้วย

"ผมรู้ว่าเอมิลี ต้องดีใจ ที่รู้ว่าเธอได้ทำให้คนอื่นรู้สึกดี แม้เธอจะไม่ได้อยู่กับเราอีกต่อไปแล้วก็ตาม" นายไคลน์กล่าว