ส่องวิกฤตเวเนซุเอลา แล้วมามองไทย

ผู้ประท้วง Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ กลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องให้ถอดถอนผู้่พิพากษาศาลฎีกาที่ออกคำสั่งยึดอำนาจจากสภานิติบัญญัติ และให้ปล่อยตัวนักโทษการเมืองทั้งหมด

วิกฤตการเมืองในเวเนซุเอลา อดีตประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่อยู่ห่างจากประเทศไทยราว 17,000 กิโลเมตร แต่มีตัวละคร พล็อตเรื่อง และผลลัพธ์ไม่ต่างจากการเมืองไทย อ่าน 3 ประเด็นสำคัญของปมขัดแย้งที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 120 คน ตลอดการประท้วงที่ยืดเยื้อมาหลายเดือน

ขวัญใจคนจน

ประชาชนในเวเนซุเอลาแตกแยกเป็นฝักฝ่ายอย่างสุดขั้ว ฝ่ายหนึ่งคือ "ชาวิซตา" เป็นผู้สนับสนุนแนวความคิดของนายฮูโก ชาเวซ อดีตประธานาธิบดีผู้ล่วงลับ ผู้ได้รับฉายา "ขวัญใจคนจน" ตลอดการบริหารประเทศ 14 ปี อีกฝ่ายคือ กลุ่มผู้คัดค้านมองว่าเขาได้ทำลายความเป็นประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจของประเทศตั้งแต่ชนะการเลือกตั้งในปี 1998

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ อดีต ปธน. ฮูโก ชาเวซ ผู้ล่วงลับได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจากนโยบายประชานิยม

พวกชาวิซตากล่าวหาฝ่ายตรงข้ามว่าเป็น "อภิสิทธิ์ชน" เอาเปรียบคนจนในประเทศเพื่อความร่ำรวยของตัวเอง ความนิยมที่อดีต ปธน. ชาเวซ ได้รับอย่างต่อเนื่องมาจากการใช้เงินมหาศาลที่ได้จากการค้าน้ำมันของประเทศลงทุนในโครงการเพื่อสังคมหลายโครงการซึ่งมุ่งเปลี่ยนแปลงความไม่เท่าเทียมในสังคม พัฒนาสวัสดิการสังคม ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ การศึกษา อาหาร และการจัดการที่ดิน

อิทธิพลของชาเวซเริ่มฝังรากลึกขึ้นเรื่อย ๆ ในเวเนซุเอลา เริ่มมีผลกระทบกับฝักฝ่ายที่ได้ผลประโยชน์จากระบบเก่า ในปี 2002 มีการพยายามทำการรัฐประหารชิงอำนาจ แต่เขาก็กลับคืนสู่ตำแหน่งผู้นำภายใน 48 ชั่วโมง และนี่ทำให้เขามีท่าทีที่แข็งกร้าวมากขึ้นกับศัตรูทั้งภายในและนอกประเทศ อาทิ ให้การสนับสนุนสถานีโทรทัศน์ของรัฐ และกดดันฝ่ายตุลาการให้ใช้กฎหมายสกัดอิทธิพลของสื่อเอกชน

เขาคงความนิยมไว้ได้ด้วยการขยายโครงการเพื่อสังคมเพิ่มเติม ทำให้ค่าจ้างขั้นต่ำสูงขึ้น คนจนมีฐานะดีขึ้น และระดับการอ่านออกเขียนได้ของประชาชนดีขึ้น เหล่านี้ทำให้เขาเอาชนะฝ่ายต่อต้านได้อย่างง่ายดาย

ทว่า นโยบายการบริหารงานของชาเวซก็ยังจุดบกพร่องมาก เช่น อัตราการเกิดอาญชากรรมที่สูงขึ้น ภาวะเงินเฟ้อสูงลิ่ว การบริหารทรัพยากรรัฐที่ผิดพลาด ซึ่งเป็นผลจากการเล่นเกมการเมืองในระบบราชการ ระบบตุลาการ ระบบรัฐวิสาหกิจ และการคอร์รัปชั่นของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงข้อกล่าวหาเรื่องการใช้อำนาจเพื่อเกื้อหนุนญาตมิตรของชาเวซเอง

ยึดอำนาจผ่านระบบตุลาการและการประท้วงอันยืดเยื้อ

นิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลาคนปัจจุบันเป็นผู้สืบทอดอำนาจและนโยบายพรรคสังคมนิยม หรือพีเอสยูวี ต่อเนื่องมาหลังจากชาเวซเสียชีวิต แต่เขาไม่อาจครองใจผู้คนแบบที่ชาเวซทำได้ ราคาน้ำมันที่ตกต่ำส่งผลต่อรายได้หลักของประเทศ ซึ่งทำให้รัฐบาลต้องตัดงบประชานิยมที่ทำให้รัฐบาลชาเวซได้รับคะแนนนิยม

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ นิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลาคนปัจจุบันไม่อาจครองใจผู้คนแบบที่ชาเวซทำได้

จุดหันเหที่ทำให้การประท้วงรัฐบาลทวีความรุนแรงเกิดขึ้นเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ศาลฎีกาเวเนซุเอลาออกคำสั่งยึดอำนาจจากสภานิติบัญญัติซึ่งพรรคฝ่ายค้านครองเสียงข้างมาก ฝ่ายค้านและนานาชาติต่างประณามว่านี่เป็นความพยายามของ ปธน. มาดูโร ที่จะยึดอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จสมบูรณ์ผ่านระบบตุลาการ ถึงแม้ว่า 3 วันให้หลัง ศาลฎีกาจะออกมากลับคำสั่ง แต่ความไม่เชื่อใจในระบบตุลาการก็ได้ปะทุขึ้นแล้ว

กลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องให้ ปธน. มาดูโร ประกาศเลือกตั้งประธานาธิบดีใหม่ในปีนี้ จากที่กำหนดไว้เป็นเดือนธันวาคมปีหน้า พวกเขาเรียกร้องให้ถอดถอนผู้่พิพากษาศาลฎีกาที่ออกคำสั่งยึดอำนาจจากสภานิติบัญญัติ เรียกร้องให้สร้างช่องทางในการนำเข้ายาเพื่อช่วยเหลือภาวะขาดแคลนรุนแรงในประเทศ และให้ปล่อยตัวนักโทษการเมืองทั้งหมด

Image copyright FEDERICO PARRA
คำบรรยายภาพ การประท้วงยืดเยื้อทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 120 คนแล้ว

ปลายเดือนมิถุนายน เจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มหนึ่งซึ่งแต่งกายคล้ายทหาร ก่อเหตุบุกยึดเฮลิคอปเตอร์ตำรวจในกรุงคาราคัส เมืองหลวงของเวเนซุเอลา แล้วพาขึ้นบินเหนืออาคารศาลฎีกาพร้อมทั้งขว้างระเบิดมือใส่ หลังจากนั้นได้ออกแถลงการณ์เป็นวิดีโอผ่านอินสตาแกรม เรียกร้องให้ประชาชนโค่นล้มรัฐบาลที่เป็นทรราช

สภาร่างรัฐธรรมนูญใหม่

การประท้วงอันยืดเยื้อดำเนินต่อเนื่องมาหลายเดือนทำให้มีผู้เสียชีวิตต่อเนื่อง ปธน. มาดูโรปฏิเสธที่จะประกาศจัดการเลือกตั้งครั้งใหม่เร็วขึ้นตามคำเรียกร้องของผู้ประท้วง แต่ประกาศให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญเพื่อเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แทน มาดูโรอ้างว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการปฏิวัติที่แท้จริง เขากล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะทำให้เกิด "สันติภาพและความปรองดอง" ในประเทศชาติ

สภาร่างรัฐธรรมนูญนี้จะประกอบไปด้วยสมาชิกทั้งหมด 545 คน โดยรัฐบาลบอกว่าผู้ลงสมัครทั้ง 5,500 คน มาจากทุกอาชีพและภูมิหลังทางสังคม ไม่ว่าจะเป็นชนชั้นแรงงาน ผู้หญิง คนชรา และกลุ่มคนพื้นเมือง

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ กลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องให้ ปธน. มาดูโร ประกาศเลือกตั้งประธานาธิบดีใหม่ในปีนี้ จากที่กำหนดไว้เป็นเดือนธันวาคมปีหน้า

อย่างไรก็ตาม การคว่ำบาตรของฝ่ายค้านทำให้ผู้ลงสมัครเป็นสมาชิกสภาร่างฯ ส่วนใหญ่เป็นผู้สนับสนุนรัฐบาล และหนึ่งในสมาชิกผู้ได้รับเลือกในการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาคือ นางซีเลีย ฟรอเรส ภรรยาของนายมาดูโรเอง

ฝ่ายค้านต่อมองว่า ปธน. มาดูโร ไม่มีอำนาจจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญหากไม่ขอความเห็นชอบจากประชาชนผ่านกระบวนประชามติก่อน อย่างเช่นที่เคยทำเมื่อปี 1999 ในสมัยของ ปธน. ชาเวซ

พวกเขายังมองว่ากระบวนการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่คือการพยายามเพิ่มอำนาจของมาดูโร และจะทำให้การเลือกตั้งส่วนภูมิภาคที่จะเกิดขึ้นปลายปีนี้ และการเลือกตั้งประธานาธิบดีในช่วงเดือนธันวาคมปีหน้า ล่าช้าออกไปอีก

เมื่อกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แนวร่วมพรรคฝ่ายค้านได้จัดให้มีการลงประชามติอย่างไม่เป็นทางการซึ่งมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 7 ล้านคนทั่วประเทศ เพื่อเป็นการต่อสู่ทางสัญลักษณ์และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงความเห็นเรื่องการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญของ ปธน. มาดูโร

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ กลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องให้ถอดถอนผู้่พิพากษาศาลฎีกาที่ออกคำสั่งยึดอำนาจจากสภานิติบัญญัติ และให้ปล่อยตัวนักโทษการเมืองทั้งหมด

แม้ว่าในตอนแรก ฝ่ายรัฐบาลออกมาประกาศว่ามีผู้ออกมาใช้สิทธิ์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นจำนวน 41.5% เป็นจำนวนคนมากกว่า 8 ล้านคน ล่าสุด บริษัท สมาร์ทแมติก บริษัทผู้ควบคุมเครื่องมือและระบบนับผลการเลือกตั้ง ออกมากล่าวว่า ผลเลือกตั้งดังกล่าว "ถูกก้าวก่าย" และผู้ที่ออกมาใช้สิทธิ์ต่างจากที่ทางรัฐบาลอ้างเป็นจำนวนอย่างน้อย 1 ล้านคน

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ศาลฎีกาสั่งนำตัวผู้นำฝ่ายค้านสองคนที่ถูกควบคุมตัวในบ้านอยู่มาส่งคุกทหาร อ้างว่าได้รับข่าวกรองว่า นายลีโอโพลโด โลเปซ และนายแอนโทนีโอ ลีวางแผนจะหลบหนี

หลังจากการเลือกตั้งในครั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศใช้มาตรการคว่ำบาตรกับปธน. มาดูโร ของเวเนซุเอลา โดยชี้ว่าเขาเป็นผู้นำเผด็จการที่เพิกเฉยต่อความต้องการของประชาชน ทำการอายัดทรัพย์สินของนายมาดูโรในสหรัฐฯ และสั่งห้ามมิให้บุคคลหรือกิจการใด ๆ ทำธุรกรรมกับผู้นำเวเนซุเอลาโดยเด็ดขาด โดยนายมาดูโรนับเป็นผู้นำประเทศคนที่ 4 ที่ถูกทางการสหรัฐฯคว่ำบาตรในลักษณะนี้ นอกเหนือไปจากประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาดของซีเรีย ประธานาธิบดีโรเบิร์ต มูกาเบ ของซิมบับเว และนายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง