เกาหลีเหนือลั่นตอบโต้สหรัฐฯ เรื่องคว่ำบาตรแน่

นายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ เกาหลีเหนือย้ำว่าจะไม่เจรจาเรื่องการพัฒนาขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์เด็ดขาด

สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA)ของทางการเกาหลีเหนือ แถลงเป็นครั้งแรกถึงเรื่องที่คณะมนตรี ความมั่นคงแห่งสหประชาชาติออกมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือครั้งใหม่ว่า ชุดมาตรการลงโทษที่เสนอโดยสหรัฐฯ ในครั้งนี้ ถือเป็นการละเมิดอธิปไตยของตน อย่างร้ายแรง และเกาหลีเหนือจะทำให้สหรัฐฯ ต้องชดใช้คืนมากกว่าเดิมหลายพันเท่า

สำนักข่าวของทางการเกาหลีเหนือยังแถลงว่า จะไม่นำประเด็นการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์เพื่อ ป้องกันตนเองขึ้นโต๊ะเจรจาอย่างเด็ดขาด ตราบใดที่ยังต้องเผชิญภัยคุกคามจากสหรัฐฯอยู่

ด้านนายบัง กวาง ฮุก โฆษกของเกาหลีเหนือแถลงที่การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศ อาเซียนที่กรุงมะนิลาของฟิลิปปินส์ในทำนองเดียวกันว่า สถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลี รวมทั้งปัญหาเรื่องการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์นั้น ล้วนมีสาเหตุมาจากสหรัฐฯ ทั้งสิ้น

"เราขอยืนยันว่าจะไม่นำเรื่องโครงการพัฒนาขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์เข้าสู่การเจรจาโดยเด็ดขาด และจะไม่ยอมถอยห่างจากการสั่งสมกำลังอาวุธนิวเคลียร์แม้แต่ก้าวเดียว" โฆษกของเกาหลีเหนือกล่าว

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ขีปนาวุธของเกาหลีเหนือที่นำออกแสดงในการสวนสนามแสดงแสนยานุภาพเมื่อเดือนเมษายน

คำแถลงดังกล่าวมีขึ้น หลังรัฐมนตรีต่างประเทศของทั้งเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ได้พบปะพูดคุยกัน อย่างไม่เป็นทางการในช่วงสั้น ๆ ระหว่างงานเลี้ยงอาหารค่ำของการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศ อาเซียน โดยมีรายงานว่านายรี ยองโฮ รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีเหนือได้ปฏิเสธข้อเสนอเจรจา จากนางคัง เกียง วา รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีใต้ โดยบอกปัดว่าเป็นข้อเสนอที่ "ไร้ความจริงใจ"

รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีใต้มองว่า การที่เกาหลีเหนือปฏิเสธข้อเสนอเจรจานั้น น่าจะมีสาเหตุมาจากการคว่ำบาตรครั้งใหม่ ส่วนนายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีนมองว่า ท่าทีของเกาหลีเหนือนั้นยังไม่แน่ว่าจะปฏิเสธเกาหลีใต้อย่างสิ้นเชิง ซึ่งจีนขอสนับสนุนข้อเสนอเจรจาของเกาหลีใต้ และจะยึดมั่นต่อพันธกิจในการบังคับใช้มาตรการ คว่ำบาตรต่อเกาหลีเหนืออย่างเต็มที่ร้อยเปอร์เซ็นต์

Image copyright EPA
คำบรรยายภาพ นายรี ยอง โฮ รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีเหนือ

ด้านกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่ากำลังทำงานร่วมกับรัฐบาลเกาหลีใต้ เพื่อทบทวนแนวทาง ทวิภาคีระหว่างสองประเทศ ซึ่งจะกำหนดขนาดหัวรบของขีปนาวุธที่เกาหลีใต้ สามารถใช้งานได้ เสียใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งทางโฆษกคนดังกล่าวเผยว่า มีแนวโน้มที่ทั้งสองประเทศจะดำเนินการมากเกินไปกว่าจัดเตรียมระบบป้องกันขีปนาวุธเท่านั้น